บุ้ง 'เนติพร' ทะลุสู่อีก 'มิติ' อีกหนึ่งชีวิต...สังเวยคดีการเมือง
เป็นข่าวเศร้าสะเทือนสังคมสะเทือนใจ
สำหรับการเสียชีวิตของ “บุ้ง ทะลุวัง – เนติพร เสน่ห์สังคม” นักกิจกรรมและผู้ต้องขังคดีทางการเมือง วัย 28 ปี จากภาวะหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน ช่วงเช้าวันที่ 14 พฤษภาคม ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
หลังอดอาหารประท้วงเรียกร้องกระบวนการยุติธรรมมากว่าร้อยวัน
บุ้ง เนติพร หรือที่รู้จักในนาม บุ้ง ทะลุวัง เกิดและเติบโตในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นผู้พิพากษาและพี่สาวเป็นทนายความ
จากเด็กตั้งใจเรียน รับงานพิเศษเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษเพื่อช่วยส่งต่อความรู้ให้กับคนอื่น เริ่มมีความสนใจการเมือง จากการเข้าร่วมชุมนุม กปปส. จุดแรกเริ่มที่ทำให้บุ้งมีความสนใจในการเมือง
ก่อนสายลมทางความคิดจะเปลี่ยนทิศทาง เมื่อได้รู้จักและฟัง “ช่อ-พรรณิการ์ วานิช” อดีต ส.ส.อนาคตใหม่ พูดถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในปี 2553
จุดเปลี่ยนที่ทำให้บุ้งตระหนักถึงความผิดพลาดในอดีต เมื่อได้รู้ว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมที่ถูกสไนเปอร์ยิงเสียชีวิตคือคนไร้บ้าน ทำให้เธอรู้สึกผิดต่อผู้สูญเสีย
รวมถึงเหตุการณ์ Big Cleaning Day ที่ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดของบุ้งให้ตระหนักรู้มากขึ้น
จนกระทั่งช่วงกลางปี 2563 ที่ม็อบคนรุ่นใหม่จุดติด
บุ้งได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมืองในเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาร่วมกับกลุ่มนักเรียนเลว
ก่อนจะได้มาเข้าร่วมกับกลุ่มทะลุวัง โดยใช้การตั้งคำถามเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหว ที่ต่อมากลายเป็นโพลทะลุวัง
ตั้งคำถามในเรื่องที่ไม่เคยมีใครกล้าถามอย่างเรื่องขบวนเสด็จ
และผลจากการทำโพลดังกล่าว ทำให้บุ้งและเพื่อนแกนนำในขณะนั้น ถูกดำเนินคดี ม.112 ถูกส่งไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางในวันที่ 3 พฤษภาคม 2565
บุ้งและเพื่อนจึงประกาศอดอาหารประท้วงจนกว่าจะศาลจะให้ประกันตัว
กระทั่งผ่านไป 94 วัน ศาลจึงมีคำสั่งให้ประกันตัวทั้งบุ้งและเพื่อนออกจากเรือนจำ
ไม่เพียงแค่การทำโพลเรื่องขบวนเสด็จที่ทำให้บุ้งเป็นที่รู้จักในฐานะนักเคลื่อนไหวทางการเมือง
สังคมยังจดจำบุ้งจากการช่วยเรียกร้องสิทธิการเข้าเรียนของ “หยก ธนลภย์” ที่ต้องการเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมฯ โดยอาสาเข้ามาเป็นผู้ปกครองให้
รวมถึงจากเหตุการณ์บุกไปพรรคเพื่อไทยในวันแถลงข่าวจับมือกับพรรคภูมิใจไทย การไปดักหน้ารถของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” และใช้วาจาว่ากล่าวด้วยถ้อยคำรุนแรง
พฤติกรรมดังกล่าวทำให้สังคมตัดสินบุ้งว่าเป็นคนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและรุนแรง
จนถูกจดจำภาพลักษณ์ในลักษณะนี้เรื่อยมา
26 มกราคม 2567 บุ้งถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ถอนประกันในคดี ม.112 กรณีทำโพลเรื่องขบวนเสด็จและละเมิดอำนาจศาล และถูกส่งตัวเข้าทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรมอีกครั้ง
ทำให้เจ้าตัวจะประกาศอดอาหารประท้วงอีกรอบ เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและต้องไม่มีคนเห็นต่างจากคดีทางการเมืองถูกคุมขัง
การอดอาหารดำเนินเรื่อยมา จนกระทั่งช่วงเช้าวันที่ 14 พฤษภาคม มีรายงานข่าวออกมาว่าบุ้งหัวใจหยุดเต้น
แพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้นำตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
กรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์กรณีการเสียชีวิตของบุ้ง
โดยระบุว่า “ในช่วงเช้าวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ทางทีมแพทย์ได้ทำการกู้ชีพพร้อมนวดหัวใจ จากนั้นส่งตัวออกรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งทีมแพทย์ได้พยายามกู้ชีวิตอย่างสุดความสามารถ ตั้งแต่เวลา 06.20-11.22 น. แต่ร่างกายผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษา และถึงแก่กรรมอย่างสงบในเวลา 11.22 น. กรมราชทัณฑ์จึงขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต”
“ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า หลังจากที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้รับตัว น.ส.เนติพร จากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 น.ส.เนติพรได้รับประทานอาหารและน้ำปกติ ซึ่งแพทย์และพยาบาลได้ทำการรักษาดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง แต่ยังมีอาการขาอ่อนแรงและบวมเล็กน้อย ผลเลือดมีภาวะโลหิตจางเล็กน้อย เกลือแร่ต่ำ โดย น.ส.นางสาวเนติพรปฏิเสธการรับประทานเกลือแร่ และวิตามินบำรุงเลือด จนเกิดอาการดังกล่าวและเสียชีวิตในวันนี้”
“กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า นายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม มีข้อห่วงใยในเรื่องนี้ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม จึงเห็นควรให้ทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ทำการชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ซึ่งจะต้องรอผลการชันสูตร”
“นอกจากนี้ รมว.ยุติธรรมได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว”
ภายหลังการเสียชีวิตของบุ้ง มีรายงานว่าบุ้งได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินที่เป็นเงินสดและที่มีอยู่ในบัญชีเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง รวมทั้งนาฬิกาข้อมือ ต่างหู และแมว 1 ตัว ให้กับหยก
ส่วนทรัพย์สินอื่น อาทิ ที่ดิน สิทธิเรียกร้องและสิทธิตามมรดกใดที่พึงมีอยู่ก่อนจะถึงแก่ความตาย ยกให้กับพี่สาวแต่เพียงผู้เดียว
ส่วนร่างได้บริจาคให้กับคณะแพทย์ มธ.
เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาจากการอดอาหารเป็นเวลานาน
หลังการจากไปของบุ้ง มีทั้งกลุ่มที่ออกมาแสดงความเสียใจ
และอีกฝั่งที่ซ้ำเติมในผลของการกระทำดังกล่าว
รวมถึงมีคนการเมืองออกมาโพสต์แสดงความเสียใจ
ไม่ว่าจะเป็น “พนิดา มงคลสวัสดิ์” ส.ส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความระบุว่า
“… ครั้งนี้คือความสูญเสียจากการเรียกร้องสิทธิประกันตัว ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรมซึ่งถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญและข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่หากคุณยังไม่ถูกพิพากษาจนถึงที่สุดว่ามีความผิด คุณยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักการ Presumption of innocence เราทุกคนมีสิทธิในการได้รับการประกันตัวออกมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง แต่กระบวนการยุติธรรมไทยให้ไม่ได้ จนเกิดความสูญเสียครั้งนี้ นี่คือการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรมของเราทุกคน”
ส่วน “รังสิมันต์ โรม” พรรคก้าวไกล ระบุว่า “ข่าวการจากไปของบุ้ง เป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก ที่สังคมต้องเห็นการเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อทวงถามความเป็นธรรม ถามหาสิทธิในการประกันตัวออกมาสู้คดี ทั้งที่เป็นเรื่องพื้นฐานมากๆ ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับการแสดงออกของบุ้ง แต่สิทธิในการประกันตัวเป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับ เพื่อให้สามารถต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ ความสูญเสียเช่นนี้ มาจากการถอนประกันโดยไม่เข้าเหตุตามกฎหมาย ต้องถามไปที่ผู้วินิจฉัยกฎหมายว่าจะรับผิดชอบอย่างไรที่มีผู้เสียชีวิต ผมขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของบุ้ง และอยากให้กระทรวงยุติธรรมผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสิทธิการประกันตัว ให้เป็นสิทธิที่ทุกคนต้องได้รับเสียที ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องมีการสูญเสียเกิดขึ้นเถอะครับ”
ด้าน “ช่อ-พรรณิการ์ วานิช” คณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความ “ต้องรอให้มีคนตายก่อนหรือ ถึงจะทำให้สังคมตระหนักว่าคนเห็นต่างไม่สมควรตายหรือติดคุก และสิทธิการประกันตัวเป็นของทุกคน หรือแม้แต่มีคนตายแล้ว ก็จะยังไม่เข้าใจ ไม่รับรู้กันอีก? มีอีกหลายคนยังอยู่ในคุก ไม่ได้ประกัน มีอีก 3 คนที่อดอาหารประท้วงอยู่ในเรือนจำ ถึงจะเห็นต่างกัน แต่เราเป็นมนุษย์เหมือนกัน พึงรักษาความเป็นมนุษย์กันไว้เถอะนะ RIP บุ้ง”
รวมถึง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก “สู่สุคตินะบุ้ง เสียใจด้วยอย่างยิ่งครับพี่ปัญ ขอแสดงความเสียใจ และอาลัยต่อการจากไปของบุ้ง ไม่ควรมีใครเสียชีวิต เพราะความคิดที่แตกต่าง ขอให้เหตุการณ์นี้เป็นกรณีสุดท้าย ปล่อยเด็กๆ ที่เหลือออกมาเถอะครับ”
บุ้งถือเป็นผู้ต้องขังทางการเมืองรายที่ 2 ที่เสียชีวิตในระหว่างการคุมขังจากคดี ม.112 ต่อจากกรณีของอากงในปี 2555
การจากไปของบุ้งในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นจุดยืนและอุดมการณ์ที่มั่นคงเท่านั้น
แต่ยังกระตุ้นสังคมให้รับรู้ถึงปัญหาของกระบวนการยุติธรรม และสิทธิการประกันตัวขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องขังพึงมีแต่กลับไม่ได้รับ จนต้องมาสังเวยชีวิตให้กับคดีทางการเมือง เพียงเพราะความเห็นต่างและการเรียกร้องกระบวนการยุติธรรม
การปล่อยให้ตายคาคุกทั้งที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินความผิด จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะกับบุ้งหรือใครก็ตาม
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บุ้ง ‘เนติพร’ ทะลุสู่อีก ‘มิติ’ อีกหนึ่งชีวิต…สังเวยคดีการเมือง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com