OSP ปัจจัยพื้นฐานแน่น คาดปี 67-68 จ่ายปันผล 4% ต่อเนื่อง
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอหยิบยกหนึ่งในหุ้นเครื่องดื่มชูกำลังยอดฮิตและยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของประเทศไทยมานำเสนอ นั่นคือ OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
โดยธุรกิจของ OSP แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามลักษณะธุรกิจ กลยุทธ์ทางการตลาด และกลุ่มลูกค้า ประกอบด้วย 1. กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม, 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และ 3. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและลูกอม ส่วนธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักประกอบด้วย ธุรกิจให้บริการรับจ้างผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ (OEM) และธุรกิจให้บริการเทคโนโลยีการตลาด
สำหรับนโยบายเงินปันผล OSP มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในระดับไม่น้อยกว่า 60% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัทหลังหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด
ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา OSP จ่ายปันผลรวม 1.65 บาท แบ่งเป็น การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งพิเศษ จากเงินที่บริษัทได้รับจากการจำหน่ายหุ้นของบริษัท ยูนิ.ชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด ในอัตรา 0.80 บาทต่อหุ้น, การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น และ การจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนหลังของปี 2566 และจากกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร ในอัตรา 0.45 บาทต่อหุ้น
ส่วนในปี 2567 และ 2568 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่า OSP จะจ่ายเงินปันผลปี 2567 ในอัตรา 0.90 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่ระดับ 4% ขณะที่ปี 2568 คาดการณ์ว่าจะจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 1.10 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 4.4%
นอกจากนี้ ทิศทางการดำเนินงานยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า กำไรปกติในไตรมาส 2/67 จะอยู่ที่ 1,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 84.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นระดับสูงสุดใหม่ ดีกว่าเดิมที่ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินไว้ โดยในเมียนมายังทรงตัวได้ แม้ผ่านช่วง High Season ไปแล้ว ขณะที่ในประเทศจะเติบโตทั้งกลุ่มเครื่องดื่ม และ Personal Care ด้านต้นทุนปรับลดลงต่อหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
ด้านแนวโน้มกำไรปกติในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 แม้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าจะชะลอตัวจากครึ่งปีแรก ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงฤดูฝน ทำให้การบริโภคชะลอลง แต่คาดกำไรปกติจะยังเติบโตเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ต่อ จากแผนการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดต่อเนื่อง และบริษัทวางแผนในการออกสินค้าใหม่ 2 ตัว ในครึ่งปีหลัง ช่วยหนุนยอดขาย
ประกอบกับรายได้ในประเทศมี Upside จากมาตรการณ์กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ ซึ่งจะช่วยหนุนการบริโภคในประเทศ ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นจะหนุนการก่อสร้าง และเป็นประโยชน์โดยตรงต่อความต้องการเครื่องดื่มชูกำลัง รวมถึงปัจจัยบวกจากราคาต้นทุนวัตถุดิบการผลิตที่จะปรับตัวลดลงต่อ ทั้งนี้ คงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 2,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.2% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ OSP ที่ย่อตัวลง ฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นโอกาส โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER ปี 2567 เพียง 25 เท่า เทียบเท่ากับ -1.3 SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีตที่ 36 เท่า ถือว่ายังต่ำ และไม่สะท้อนภาพการกลับมาเติบโตของกำไร
อีกทั้งกำไรปกติต่อไตรมาสที่ราว 800 – 1,000 ล้านบาท ถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อน COVID-19 และก่อนปรับขึ้นราคาขายปลีก M-150 เป็น 12 บาทแล้ว แต่ราคาหุ้นยังห่างจากระดับดังกล่าวพอสมควร ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” คงราคาเหมาะสมที่ 34 บาท