หมดยุคเรียนต่อมหา’ลัย แล้ว? Gen Z หันทำช่างประปา-ก่อสร้าง ไม่จบสูงก็หาเงินใช้เองได้
TODAY Bizview
อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 22.10 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 15.10 น. • workpointTODAYแม้การเรียนจบปริญญาตรีเพื่อใช้เป็นใบเบิกทางจะยังเป็นสูตรสำเร็จในประเทศไทย แต่ฟากฝั่งอเมริกากลับถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซาต่อเนื่อง รวมถึงภาระหนี้สินที่ต้องการรัดเข็มขัด ทำให้เกิดเทรนด์ใหม่ที่มีจุดเริ่มต้นจาก TikTok
เมื่อ Gen Z หันหน้าเข้าสู่การเรียนหลักสูตรอาชีวศึกษา ประกอบอาชีพทำงานก่อสร้าง ช่างซ่อมประปา งานที่ในอดีตเคยถูกดูแคลนว่า ไม่เติบโต ไม่ก้าวหน้า แต่กลับสร้างงาน สร้างเงินให้เด็กรุ่นใหม่เลี้ยงตัวเองได้ จนเกิดเป็นนิยามใหม่ในชื่อ ‘New Collar Workforce’
[ เรียนมหาวิทยาลัยเป็นหนี้เยอะ เรียนอาชีวะทำงานได้เลย ]
เว็บไซต์ ‘Intelligent’ ทำการสำรวจความต้องการของเด็กจบใหม่ในปี 2024 ถึงแผนการทำงานหลังเรียนจบ พบว่า 32% ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนทำงานในฐานะ ‘Blue Collar’ ซึ่งหากย้อนหลังไปช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็จะพบแนวโน้มคล้ายคลึงกัน Gen Z เลือกเส้นทางการทำงานแตกต่างออกไปจากคนรุ่นก่อนๆ พวกเขาไม่ต้องการเป็นพนักงานออฟฟิศใส่สูทผูกไทด์เหมือนคนรุ่นพ่อรุ่นแม่อีกแล้ว
‘Forbes’ ให้นิยามการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า ‘คนงานคอปกใหม่’ หรือ New Collar Workforce หนุ่มสาวชาวอเมริกันถูกพร่ำสอนให้เรียนต่อปริญญาตรีเพื่อตามหาความฝันและเลี้ยงตัวเองได้ด้วยเงินเดือนที่เหมาะสม
แต่ความคิดนี้กำลังเปลี่ยนไปเมื่อ Gen Z ตระหนักถึงความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ผลสำรวจจาก ‘Deloitte’ พบว่า เด็กรุ่นใหม่กังวลเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ความกังวลเหล่านี้ทำให้พวกเขาต้องการรัดเข็มขัด จะประหยัดได้พวกเขาเข้าสู่เส้นทางการทำงานตั้งแต่เนิ่นๆ ผ่านการฝึกอบรมและเรียนต่อในสายอาชีพ
อาชีวศึกษามีค่าใช้จ่ายย่อมเยากว่าการเรียนระดับมหาวิทยาลัยอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งในอเมริกานั้นส่วนใหญ่แล้วเด็กๆ ต้องพึ่งพาค่าเทอมจากการกู้ยืมเป็นหลัก เมื่อจบการศึกษาจึงพ่วงมาด้วยการหนี้สินทันที โดยเฉลี่ยแล้วหากเรียนต่อระดับปริญญาตรีเด็กๆ เหล่านี้ จะมีหนี้เฉลี่ยราว 29,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ล้านบาท
ตรงกันกับความเห็นจากนักการตลาดในเว็บไซต์ Linkedin ที่ระบุว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้เส้นทางการทำงานเปลี่ยนไป สายอาชีพประเภทงานช่างทั้งหลายมักเสนอค่าตอบแทนให้ตั้งแต่ยังอยู่ในสถานะ ‘เด็กฝึกงาน’ เมื่อเรียนจบก็สามารถทำงานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดถึงความตึงเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายหลังเรียนจบ
นอกจากนี้ยังมีเรื่องผลกระทบจาก AI ต่อคนงานคอปกขาว เชื่อว่า ในอนาคตหุ่นยนต์จะมาแทนที่บทบาทพนักงานออฟฟิศ ส่วนคนทำงานคอปกน้ำเงินกลับเป็น ‘มนุษย์ทองคำ’ ที่หาตัวจับยาก ถูกยกให้เป็นหนึ่งในอาชีพที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้ในเร็ววัน ทั้งยังเป็นทักษะที่ขาดแคลน เป็นที่ต้องการสูงในตลาด เพราะส่วนใหญ่ช่างฝีมือดีมักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนทำงานตั้งแต่ Gen X เป็นต้นไป
ส่วน Gen Z มองว่า อาชีพช่างฝีมือให้ความมั่นคงได้มากกว่าพนักงานออฟฟิศ บทบาทของคนทำงานคอปกขาวมีความเสี่ยงต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่อาชีพช่างฝีมือเมื่อผนวกกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่สุ่มเสี่ยงที่จะถูกแย่งงานแต่กลับเป็นการทำงานที่เสริมแกร่งซึ่งกันและกัน
[ ช่างไฟ-ซ่อมท่อประปา เทรนด์ใหม่สร้างรายได้บน TikTok ]
สำนักข่าว The Wall Street Journal สัมภาษณ์ ‘Czumak-Abreu’ อายุ 27 ปี เธอมียอดรับชมคลิปวิดีโอขณะทำงานเป็นช่างไฟฟ้ารวมทั้งสิ้นกว่า 2.2 ล้านครั้ง เริ่มโพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับการทำงานตั้งแต่ปี 2022 ปัจจุบันทำเงินได้จากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ราว 200,000 ดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ตัวเธอเองก็ยังทำงานต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วันต่อสัปดาห์ด้วย
ด้าน ‘Evan Berns’ วัย 26 ปี เคยโพสต์วิดีโอขณะที่เขากำลังติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ปรากฏว่า วันรุ่งขึ้นมียอดรับชมกว่า 470,000 ครั้ง ทำให้เขาหันมาให้ความสำคัญกับการทำคอนเทนต์มากขึ้น
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้มาจากการนำเสนอ ‘อีกด้าน’ ที่คนทั่วไปไม่เคยได้เห็นหรือสัมผัส งานช่างที่ดูจะเป็นเรื่องไกลตัวถูกบอกเล่าผ่านคลิปสั้นๆ กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับชีวิตการทำงาน ทำให้แฮชแท็ก #bluecollar มียอดโพสต์กว่า 500,000 โพสต์ ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะงานช่างไฟฟ้า ช่างเครื่อง และงานก่อสร้าง ที่ได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก
The Wall Street Journal เปิดเผยว่า ตัวเลขฐานเงินเดือนของงานก่อสร้างในอเมริกาแซงหน้านักบัญชีไปเรียบร้อยแล้ว คนรุ่นใหม่หลายคนที่สนใจงานช่างกำลังต่อสู้กับทัศนคติแบบเหมารวมที่ถูกมองว่า เป็นอาชีพระดับล่าง ไม่มีเกียรติเท่ากับคนทำงานออฟฟิศ เพื่อเปลี่ยนจากเส้นทางเดิมสู่งานช่างที่สร้างรายได้ที่แน่นอนในอนาคตได้
[ เงินดี แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ]
งานทุกงานย่อมมีข้อดีข้อเสียปะปนกันไป แม้งานช่างจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจให้ แต่ก็มาพร้อมกับเงื่อนไขทางร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เพิ่มโอกาสเสี่ยงที่พนักงานจะได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ ‘David Coleman’ อายุ 34 ปีช่างซ่อมบำรุงที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักร ต้องเข้ารับการผ่าตัด หลังจากการรับหน้าที่คลานอยู่ใต้อ่างล้างหน้าเป็นเวลาติดต่อกันหลายปี เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนว่า ไม่ใช่ทุกคนจะทำงานประเภทนี้ได้
ในอนาคตงานช่างจะเป็นที่จับตา-ดึงดูดใจมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยปราศจากชนักติดหลังอย่างหนี้จากการศึกษา รายได้ที่มากเพียงพอ และความสามารถที่หาตัวจับได้ยากในอุตสาหกรรมนี้ จะทำให้ ‘Blue Collar’ กลับมาผงาดอีกครั้ง
อ้างอิง:
https://www.forbes.com/sites/goldiechan/2024/06/22/gen-z-blue-collar-workers/