โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ทีมวิจัยใช้ AI ดริฟต์รถยนต์คู่แบบไร้คนขับ สำเร็จครั้งแรกของโลก !

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 01 ส.ค. 2567 เวลา 05.14 น.
นักวิจัยสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนา AI ที่สามารถควบคุมรถยนต์ได้แบบไม่ใช่แค่วิ่งทางตรงอย่างเดียว เพราะว่าเขาสามารถบังคับรถ 2 คันให้ดริฟต์คู่กันได้เป็นครั้งแรกของโลก !!!

สถาบันวิจัยโตโยต้า (TRI) และทีมวิศวกรจาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford Engineering) ในสหรัฐอเมริกา ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) ในการควบคุมรถ 2 คันให้ดริฟต์คู่กันได้แบบอัตโนมัติ เป็นครั้งแรกของโลก ! เพื่อนำข้อมูลที่ได้นี้ ไปใช้พัฒนาระบบการขับขี่ที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ทีมวิจัยใช้ AI ดริฟต์รถยนต์คู่แบบไร้คนขับ สำเร็จครั้งแรกของโลก !

ภาพจาก TRI

การทดสอบนี้เกิดขึ้นที่สนามแข่ง ธันเดอร์ฮิลล์ เรซเวย์ ปาร์ค (Thunderhill Raceway Park) ที่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการทดสอบ ดริฟต์รถยนต์แบบคู่ (tandem drifting) ซึ่ง AI จะต้องควบคุมการขับขี่ของรถยนต์ทั้งสองคัน ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว การเว้นระยะห่าง และการตีวงโค้งของการดริฟต์ให้สำเร็จ โดยที่ไม่มีการควบคุมจากมนุษย์

ทีมวิจัยใช้ AI ดริฟต์รถยนต์คู่แบบไร้คนขับ สำเร็จครั้งแรกของโลก !

ภาพจาก TRI

ซึ่งเบื้องหลังความสามารถในการดริฟต์รถยนต์ทั้ง 2 คันนี้ มาจากการพัฒนาโครงข่ายประสาทเทียมของ AI ร่วมกับระบบนำทางด้วย GPS ทั้งหมดนี้ก็เพื่อใช้ในการคำนวณความเร็ว ทิศทาง และการควบคุมตัวรถให้สามารถทำการดริฟต์รถยนต์ตามแผน โดยเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึง 35 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 57 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการควบคุมรถยนต์แบบอัตโนมัติ

ทีมวิจัยใช้ AI ดริฟต์รถยนต์คู่แบบไร้คนขับ สำเร็จครั้งแรกของโลก !

ภาพจาก TRI

ความสำเร็จนี้ เกิดขึ้นหลังจากการวิจัยและพัฒนาร่วมกันเกือบ 7 ปีระหว่างทั้งสององค์กร โดยเป็นการต่อยอดแนวคิด ในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มีทักษะระดับสูงในการควบคุมรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ท่ามกลางสภาวะการขับขี่ที่เป็นอันตราย เช่น การขับขี่บนท้องถนนที่ลื่นไถล การเบรก การเลี้ยว แบบกระทันหัน หรือการขับขี่หลบสิ่งกีดขวางที่แม่นยำขึ้น

ทั้งนี้ทีมวิจัยกล่าวว่า สิ่งที่ทีมวิจัยได้เรียนรู้จากการทดสอบนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ ในการควบคุมยานพาหนะอัตโนมัติที่ทำได้มากกว่าแค่การขับขี่ทั่วไป โดยเป้าหมายสูงสุดคือการนำเทคโนโลยีไปใช้กับยานยนต์ไร้คนขับในวงกว้าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนให้มากขึ้น

ข้อมูลจาก hypebeast, newatlas, news

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...