โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิถีสโลว์ไลฟ์ในราชบุรี! ชีวิตพอเพียง...ศึกษาศาสตร์พระราชาจากตำรา "วิชาหม้อดิน"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 18 พ.ย. 2560 เวลา 03.30 น.

ชีวิต “พอเพียง” ตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ช่วยเหลือประชาชนมากมายในเรื่องของการเกษตร เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เสริม พัฒนาตนเองให้มีอยู่มีกินจนถึงปัจจุบัน เเละยังมีการจัดตั้งโครงการมากมายเพื่อฟื้นฟูป่า พร้อมปลูกพืชพรรณไม้ต่างๆ

“ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษา วิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ “วิชาหม้อดิน” ณ ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้เเละอาชีพ

เเต่เดิมพื้นที่โครงการแห่งนี้เป็นฟาร์มปศุสัตว์และปลูกพื้นไร่ แต่มีการใช้ดินที่ผิดวิธี ทำให้หน้าดินเกิดความเสียหาย ดินขาดความอุดมสมบูรณ์จนเกิดความแห้งแล้ง ไม่สามารถปลูกพืชได้ เเม้จะมีการปลูกก็มักจะให้ผลผลิตที่ลดลงมาก ซึ่งดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายและมีหิน ส่วนพื้นที่บนเขามีการตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า ทำให้ต้นไม้เริ่มหดหายไป นำมาซึ่งความแห้งแล้ง

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เล่าให้ฟังว่า ในหลวง ร.9 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรโครงการ “ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม” ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2529 และได้มีพระราชดำริให้ดำเนินการศึกษาหาวิธีการปรับปรุงดินเสื่อมโทรม ขุดอ่างเก็บน้ำ และสำรวจที่ดินโดยละเอียดว่าจุดใดที่สามารถจะปลูกต้นไม้ได้ สามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้ จัดระบบปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในลักษณะศูนย์ศึกษาการพัฒนาขนาดย่อม

ต่อมาวันที่ 8 มิถุนายน 2535 เสด็จพระราชดำเนินมาติดตามผลการดำเนินโครงการ พร้อมมีพระราชดำริให้ใช้หญ้าแฝก เพื่อช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดิน อนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันดินที่ถูกกัดเซาะเป็นร่องลึก ทั้งยังปลูกหญ้าแฝกบริเวณโดยรอบไม้ผลและไม้ยืนต้น ปลูกในลักษณะเป็นแนวครึ่งวงกลมตามแนวลาดชัน เพื่อป้องกันปุ๋ยหรือน้ำไหลออกไปทางอื่น ทำให้ต้นไม้ยังคงความชุ่มชื้นและเกิดผลผลิต

นอกจากนี้ ในหลวง ร.9 ยังทรงให้ดูแลป่า อย่าไปรังแกป่า ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ให้มีใครรบกวน เเละป้องกันไฟป่า ในระยะเวลา 30-40 ปี ป่าแห่งนี้จะฟื้นคืนสภาพ และให้เลี้ยงสัตว์ป่า ทำเป็นอุทยานเขาเขียว พร้อมสำรวจป่าแห่งนี้ว่ามีชีวิตพรรณไม้และสัตว์ป่าอะไรบ้าง พระองค์ทรงปลูกต้นประดู่ ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเชิงเขาเขียวอีกด้วย

ในปัจจุบัน “ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม” ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญของ จ.ราชบุรี ป่าคืนสภาพกลับมาอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรได้ มีการเพาะเลี้ยงไส้เดือน เลี้ยงหมู แพะ ไก่ ปลูกต้นผลไม้หลากหลายชนิด เช่น มะม่วง ส้มโอ มะละกอ และปลูกผักต่างๆ ที่สามารถออกผลผลิตนำมาขายเพื่อสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกร ตามรอยชีวิต “พอเพียง” ตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“ราชบุรี” นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่เป็นเสน่ห์ การเดินทางที่ไม่ใกล้จากกรุงเทพฯ มากนัก ยังมี “ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก” อีกหนึ่งตลาดน้ำ “ดำเนินสะดวก” เป็นเสน่ห์อีกอย่างของ จ.ราชบุรี อีกด้วย

นายวิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย (ททท.) เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อน รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองดำเนินสะดวกเมื่อปี 2409 เพื่อเชื่อมการคมนาคมระหว่างแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลอง สะดวกในการเดินทาง ขนส่งสินค้าไปยังสถานที่ต่างๆ

เมื่อขุดคลองเสร็จแล้ว ร.4 พระราชทานนามว่า “คลองดำเนินสะดวก” ตั้งอยู่ที่ปากคลองลัดพลี ถือว่าเป็นตลาดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย สมัยนั้นคนจีนอาศัยอยู่มาก จนทำให้เป็นตลาดน้ำชุมชนของไทยจีน เกิดเป็นวิถีริมคลองที่มีเสน่ห์ของ จ.ราชบุรี เลยทีเดียว

ในปี 2510 ททท. ได้ทำการประชาสัมพันธ์ตลาดน้ำออกไป ทำให้เป็นที่รู้จัก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังเป็นอย่างมาก ตลาดน้ำ “เหล่าตั๊กลัก” เป็นตลาดเก่า เมื่อมีการตัดถนน ได้ย้ายตลาดน้ำดำเนินสะดวกไปที่ใหม่ มีความสะดวกสบายมากขึ้น คือตลาดน้ำดำเนินสะดวกในปัจจุบัน ทำให้ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักมีนักท่องเที่ยวลดลงเป็นอย่างมาก

ในปัจจุบัน ททท. ได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่เพื่อยกระดับของตลาด “เหล่าตั๊กลัก” อีกครั้ง โดยการเชิญชวนชาวบ้านเข้าร่วมอบรมฟื้นฟูตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีโฮมสเตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว มีผัดไทยที่ขึ้นชื่อของตลาดน้ำแห่งนี้ให้ได้ลิ้มรส รวมถึงตอนเย็นยังมีกิจกรรมสอนนักท่องเที่ยวพายเรือ หรือการสอนวาดภาพจากกาบกล้วยอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีรถรับส่ง พาไปชมสถานที่ท่องเที่ยว ไหว้พระที่วัดจีน เมื่อถึงเทศกาลกินเจ จะมีกิจกรรมให้ดูอีกมากมาย มีการเที่ยวชมสวนมะพร้าว เพราะผู้สูงอายุที่นี่สวนใหญ่ปลูกสวนมะพร้าวเพื่อทำการเกษตรและประกอบอาชีพให้ตนเอง

นอกจากจะได้ตามรอยวิถีพอเพียงตามในหลวง ร.9 เเล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของคนในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ที่พวกเขาต่างพากันอนุรักษ์เอาไว้ เเละคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เเวะไปเยี่ยมเยือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...