โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 วิธีรับมือกับคนข้างบ้านจอมแสบ

LINE TODAY

เผยแพร่ 01 พ.ย. 2560 เวลา 10.17 น.

ใครกำลังมีปัญหากับคนข้างบ้านอยู่บ้าง…บ้านตัวเองก็มีที่ให้จอดรถ มาจอดหน้าบ้านคนอื่นซะงั้น เอาขยะมาทิ้งบ้านคนอื่นอีก เสียงข้างบนดังจนเหมือนย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันบ้าง และอีกสารพัดปัญหาคนข้างบ้านที่ไม่มีวันจบสิ้น ใครไม่เจอปัญหาแบบนี้ไม่ทางรู้หรอกว่าหนักหนาจนทำเอาเครียดได้ขนาดไหน จะย้ายบ้านหนีก็ใช่เรื่อง แต่ของแบบนี้มีวิธีรับมืออย่างสันติ ถึงจะยากแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้เป็นปัญหาจนหัวเสียกันทั้งบ้าน

1. ผูกมิตรไว้ก่อนดีที่สุด

อย่าลืมว่าคนข้างบ้านก็เป็นคนหนึ่งที่จะอยู่ข้าง ๆ คุณไปอีกนาน ฉะนั้นยิ่งผูกมิตรเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี แนะนำตัว ทำความรู้จัก หยิบยื่นความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้บ้างก็ทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับข้างบ้านราบรื่นขึ้น แต่ถ้าไม่ได้เริ่มผูกมิตรกันไว้แต่แรก จนเกิดปัญหากระทบกระทั่งกันไปบ้างแล้ว ก็อย่าเพิ่งท้อใจ ถอยกลับไปทำความรู้จักกันตอนนี้ก็ยังไม่สาย 

แต่มีทริคเล็ก ๆ ว่าต้องแอบไปตีสนิทตอนปัญหานั้น ๆ คลี่คลายไปแล้ว ไม่ใช่ว่ายังทะเลาะเคลียร์กันเรื่องขยะไม่จบเลย อยู่ดี ๆ เอาของกินไปให้ เค้าอาจจะงงและไม่กล้ากินเอาได้ วิธีผูกมิตรแบบนี้คุณสามารถเปลี่ยนคนข้างบ้านให้กลายเป็นเพื่อนข้างบ้านได้ไม่ยากเลย พอโอเคกันแล้วทุกอย่างจะง่ายและแฮปปี้เอ็นดิ้งมากขึ้น

2. ป้องกันก่อนเกิดปัญหา

ปัญหาคลาสสิกของบ้านใกล้เรือนเคียงมีอยู่ไม่กี่อย่าง ปัญหาขยะ ที่จอดรถ สวนหรือต้นไม้ สัตว์เลี้ยง และเสียงดัง รับรองว่าหนีไม่พ้นปัญหาเหล่านี้แน่นอน ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในอนาคต ก็รีบหาทางป้องกันไว้ก่อน ซึ่งทุกอย่างเริ่มที่ตัวเอง การไม่เอาเปรียบ ไม่คิดว่านิดเดียวคงไม่เป็นไรช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ที่สำคัญคุณไม่อยากให้ข้างบ้านทำนิสัยแบบไหน ก็อย่าทำแบบนั้น เอาใจเขามาใส่ใจไว้ก่อนดีที่สุด เช่น วันนี้บ้านคุณมีปาร์ตี้ เสียงต้องดังแน่นอน ก็รีบไปบอกเพื่อนบ้านไว้เลย เชิญมาเฮฮาด้วยกันเลยยิ่งดี หรือขอโทษขอโพยกันไว้ก่อน สำคัญที่สุดคือต้องบอกเวลาที่ชัดเจนว่าปาร์ตี้จะเสร็จกี่โมง และพยายามให้ตรงเวลา หากจำเป็นต้องดึกจริง ๆ ก็ไม่ควรเสียงดังเกินไป

3. ทำความเข้าใจและพูดคุยกันด้วยเหตุผล

แม้หลายบ้านจะทั้งพยายามผูกมิตรและป้องกันปัญหาแล้ว แต่ก็ยังเกิดปัญหาขึ้นอยู่ดี สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือบอกเพื่อนบ้านไปตรง ๆ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร เกิดจากอะไร อย่าปล่อยไว้กวนใจตัวเองเด็ดขาด และอย่าคิดแทนเพื่อนบ้านด้วยว่าเค้าจะต้องรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะบางทีปัญหาสำหรับเราอาจเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับอีกคนก็ได้ ฉะนั้นทำความเข้าใจและพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล 

4. ต้องมีคนกลางรับรู้ปัญหา

เมื่อมาถึงขั้นนี้แปลว่าสิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดไม่ได้ผล ปัญหาที่เกิดขึ้นได้กลายเป็นไฟลามทุ่งไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะทำได้ตอนนี้ก็คืออย่าเก็บปัญหาให้เป็นเรื่องของสองบ้านอีกต่อไป งานนี้ต้องมีคนกลางเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย หากมีนิติบุคคลก็ยกให้เค้าจัดการไปเลย แต่ถ้าไม่มีก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง หาตัวช่วยที่เป็นคนกลางมารับรู้ปัญหา ยิ่งเป็นคนในละแวกบ้านเดียวกันได้ยิ่งดี หรือถ้าเป็นเรื่องใหญ่ก็แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก็ได้

5. ลอยตัวเหนือปัญหา

การลอยตัวเหนือปัญหาไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการอยู่แบบเข้าใจปัญหา เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ในเมื่อทำทุกวิถีทางแล้ว สิ่งที่จะทำได้ก็คือพยายามค่อย ๆ ปรับความสัมพันธ์ของคุณกับคนข้างบ้านพร้อมอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ 

คิดไว้เสมอว่า “พึงเอาชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงเอาชนะความร้ายด้วยความดี พึงเอาชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ และพึงเอาชนะคนพูดพล่อย ด้วยคำสัตย์” ต้องมีสักวันที่ปัญหาระหว่างคุณกับคนข้างบ้านจะหมดไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...