โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ป่วยเฮ! สภากาชาดไทย พบวิธีใหม่ รักษามะเร็งเต้านม ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 มี.ค. 2564 เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2564 เวลา 05.49 น.

ผู้ป่วยเฮ! สภากาชาดไทย พบวิธีใหม่ รักษามะเร็งเต้านม ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบัน ได้แก่ การผ่าตัดเต้านม การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด การรักษาด้วยการฉายรังสี การรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน และการรักษาด้วยยาพุ่งเป้า เป็นการรักษาตามมาตรฐานที่ทั่วโลกนำมาใช้ แต่บางกรณีก็ไม่เพียงพอเพราะมีคนไข้บางรายกลับมาเป็นซ้ำ วิธีการรักษาที่ดีอีกวิธีหนึ่งที่ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเลือกมารักษาคนไข้มะเร็งเต้านม คือ การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ หัวหน้าศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยว่า การใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด คือ การใช้ dendritic cell ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันพื้นฐานที่มีมากที่สุด (immune cell that is the most elementary) สามารถกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย (T-cell) ไปกำจัดเซลล์มะเร็ง โดยการนำ dendritic cell มาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการให้เจริญเติบโตคู่กับ peptide (โปรตีนจำเพาะของคนไข้มะเร็งเต้านมแต่ละคน) หลังจาก dendritic cell เรียนรู้โปรตีนจำเพาะของเซลล์มะเร็งแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับการฉีดเซลล์ภูมิคุ้มกันนี้กลับเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้เซลล์ภูมิคุ้มกันนี้ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ซึ่งวิธีการนี้ทางศูนย์ฯได้ศึกษามาเป็นระยะเวลานาน โดยค้นพบวิธีการและแนวทางการรักษาที่คาดว่าจะสามารถช่วยคนไข้ได้ โดยมีการเตรียมความพร้อมทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ และทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่ส่งไปศึกษาในต่างประเทศเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี ทางศูนย์ฯจึงมีความพร้อมในทุกด้านเพื่อเริ่มการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

คนไข้ที่เข้ารับการรักษามีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมและเซลล์มะเร็งได้กระจายมาที่ตับ กระดูก ปอด ในช่วงเวลา 3 ปี เราได้ผ่าตัดเนื้อร้ายที่ตับออก หลังผ่าตัดคนไข้ได้รับยาเคมีบำบัดตามมาตรฐาน ต่อมาโรคกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง คนไข้ขอหยุดการรักษาและแจ้งกับผมว่า “ขอใช้เวลาที่เหลืออยู่กับลูกสาวดีกว่า” ผมจึงอธิบายให้คนไข้ทราบและเข้าใจถึงวิธีการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดซึ่งศูนย์สิริกิติ์ฯได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยหลักการนี้ในต่างประเทศได้นำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งผิวหนังซึ่งได้ผลค่อนข้างดี จึงขอให้คนไข้มารับการรักษาเป็นคนแรกด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดนี้ ซึ่งคนไข้ยินยอมและถือเป็นความโชคดีที่ประสบความสำเร็จตามแนวทางที่เราได้วางแผนไว้ คือ หลังจากฉีดเซลล์ภูมิคุ้มกันไป 6 เดือน อาการต่าง ๆ ดีขึ้น ได้แก่ คนไข้ไม่เหนื่อย น้ำในปอดหายไปหมด อาการปวดกระดูกหายไป ไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดอีก คนไข้สามารถเดินขึ้นบันไดโดยไม่เหนื่อย ทั้งที่เมื่อ 2 เดือนที่แล้วต้องนั่งรถเข็น และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่สำคัญคือ ผลจากการเจาะตรวจชิ้นเนื้อจากตับที่มีเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไป ไม่พบเซลล์มะเร็งเหลืออยู่ นอกจากนี้อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นมีค่อนข้างเล็กน้อย เช่น มีตุ่มน้ำใส ปวดตามข้อ ซึ่งเกิดในระดับเล็กน้อย เท่านั้น

ความสำเร็จในครั้งนี้ทางศูนย์ฯได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสถาบันในต่างประเทศ คือ Professor Stuart Curbishley มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม สหราชอาณาจักร และ Professor Jolanda de Vries จากประเทศเนเธอร์แลนด์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อีกทั้งเงินบริจาคสนับสนุนจากผู้มีอุปการคุณทุกท่าน และสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย

อย่างไรก็ตามกระบวนการและวิธีการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นเทคโนโลยีใหม่และเพิ่งประสบความสำเร็จ ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกสักระยะ ดังนั้นทางศูนย์ฯจำเป็นต้องใช้เวลาและงบประมาณอีกเป็นจำนวนมากในการปรับปรุงกระบวนการและเครื่องมือ เพื่อเตรียมขยายผลในการรับรักษาคนไข้ที่จะเข้ามารักษาด้วยวิธีนี้ รวมทั้งสามารถนำแนวคิดนี้ไปศึกษาขยายผลในการรักษามะเร็งอื่น ๆ ได้อีก โดยท่านสามารถบริจาคสนับสนุนการศึกษาพัฒนาและการดำเนินงานของศูนย์ฯ ได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย (2) เลขบัญชี 045-2-62588-8 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยติดต่อขอรับใบเสร็จเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี โปรดระบุโครงการศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถสภากาชาดไทยเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ส่งเอกสารการบริจาคมาได้ที่ e-mail : donation@redcross.or.thโทรสาร 0 2652 4440 หรือ บริจาคด้วยการสแกน QR code ผ่าน Application Mobile Banking เข้าระบบ e-donation ลดหย่อนภาษี 2 เท่า โดยไม่ต้องส่งเอกสารการบริจาคมาที่สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...