จัดอันดับ 10 บจ.ที่มีจำนวนหุ้น จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากที่สุด
นักลงทุนเคยสงสัยหรือไม่ว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รายไหน ที่มีจำนวนหุ้นมากที่สุด และมีผลดี หรือผลเสียอย่างไรบ้าง วันนี้ทีมข่าว Wealthy Thai หาคำตอบมาให้นักลงทุนแล้ว
ประเด็นบริษัทในตลาดที่มีจำนวนหุ้นจดทะเบียนอยู่ในระดับสูง มีผลดี หรือผลเสียอย่างไร ทีมข่าวได้ต่อสายตรงไปยัง นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งให้สัมภาษณ์กับเราว่า โดยจำนวนหุ้นไม่ได้สื่ออะไรมาก แต่ต้องดูที่ราคาหุ้นแล้วเอามาคูณกันว่ามีมาร์เก็ตแคประดับเท่าไหร่
โดยส่วนใหญ่เท่าที่เห็น หุ้นเยอะมหาศาลในอดีต อาจจะเป็นหุ้นที่ผลประกอบการในอดีตไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก รวมถึง การเปลี่ยนธุรกิจ เปลี่ยนโครงสร้างของผู้ถือหุ้น อาจจะมีการ Adjustในเรื่องของจำนวนหุ้น โดยจะมีจังหวะที่คนเข้ามาใหม่ หรือ PP ก้อนใหญ่เข้ามากลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หุ้นจึงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง
“กำลังจะบอกว่าหุ้นพวกนี้ไม่ได้เกิดมาแล้วมีหุ้นเยอะเลย แต่อาจจะมีการปรับโครงสร้าง ก่อนหน้านั้นธุรกิจอาจจะค่อนข้างเหนื่อย ซึ่งช่วงถัดไปการเปลี่ยนถ่ายอาจจะทำด้วยวิธี ถ้าโมเมนตัมของธุรกิจดีขึ้นมาจริงๆ การรวมพาร์ก็อาจจะทำให้จำนวนหุ้นลดน้อยลง การขับเคลื่อนของราคาหุ้นอาจจะดีขึ้นก็ได้ เพราะบางทีหุ้นหลักสตางค์ แต่จำนวนหุ้นเป็นหมื่นล้านหุ้น ซึ่งคงรอสักวันว่าธุรกิจจะพลิกฟื้นไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม หรือจะเปลี่ยนธุรกิจ โดยส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้สำหรับหุ้นที่มีจำนวนหุ้นมากๆ” นายวิจิตร กล่าว
TTB หุ้นมากสุด
สำหรับ TTB หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ถือเป็นบริษัทที่มีจำนวนหุ้นมากสุด โดยล่าสุดยังไม่มีบทวิเคราะห์ออกมา แต่จากการสำรวจ IAA Consensusพบว่า ในราคาเป้าหมายตั้งแต่ 1.10-1.54 บาท โดยประเมิน Earnings Per Share (EPS) หรือ กำไรต่อหุ้นปีนี้ตั้งแต่ 0.09 - 0.12 บาท
ต่อมา MAX หรือ บริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯรายงานว่า MAX ไม่นำส่งงบการเงินปี 2563 ซึ่งล่าช้าเกินกว่า 6 เดือน ส่งผลให้เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตามข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งสิ้นงวด 9 เดือนปี 2563 มีขาดทุนสะสมที่ -503.02 ล้านบาท
ถัดมา AQหรือ บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาและค้าอสังหาริมทรัพย์ ทั้งแนวราบและแนวสูง และบริการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย C ซึ่งผลงาน 4 ปีย้อนหลังมีกำไรเพียงปี 2561 เท่านั้น ล่าสุดงวดครึ่งแรกปี 2564 มีขาดทุนสะสมสูงถึง -7,313.63 ล้านบาท