โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"วิ่งไล่ลุง" ชวน กปปส. กลับใจ เอานกหวีด แลกเหรียญปราบกบฎ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 07.04 น.
(Photo by Francois May/Anadolu Agency/Getty Images)

วันที่ 16 ธ.ค.ที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะกรรมการแนวร่วมสมาพันธ์ผู้จัดงานวิ่งไล่ลุงเพื่อประโยชน์ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย ที่แต่เดิมจะจัดแถลงข่าวจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในวันที่ 12 ม.ค. 2563 ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ในเวลา 10.00 น. แต่สถานที่จัดแถลงข่าวถูกยกเลิก ทำให้แกนนำ พร้อมด้วยประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาแถลงข่าวด้านข้างโรงแรมแทนท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่ง

นายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล และน.ส.สิรินทร์ มุ่งเจริญ พร้อมแนวร่วม 4 คน ให้สัมภาษณ์ด้านข้างโรงแรมรัตนโกสินทร์ ว่า ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ได้มีการประสานเพื่อขอใช้พื้นที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ในการจัดแถลงข่าวกิจกรรมวิ่งไล่ลุงเรียบร้อยแล้ว แต่ได้รับแจ้งจากทางโรงแรมว่าขอยกเลิกการใช้สถานที่เนื่องจากช่วงคืนวันที่ 15 ธ.ค. มีผู้มีอำนาจโทรมาสั่งการให้ระงับการจัดแถลงข่าว

อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าจะต้องมีการจัดแถลงข่าวให้ได้ โดยจะมีย้ายสถานที่แถลงข่าวไปยังร้านชมธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ซึ่งได้รับการประสานงานเอาไว้หมดแล้วเชื่อว่าธรรมศาสตร์ จะเป็นพื้นที่แสดงออกซึ่งเสรีภาพทุกตารางนิ้ว เชื่อว่าธรรมศาสตร์จะยังคงยืนยันในจุดยืนนี้ตลอด 87 ปีในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยมา

“พวกเรายืนยันว่าวันนี้จะแถลงข่าวให้ได้เพื่อยืนยันสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้ระบบรัฐธรรมนูญ” นายธวัช กล่าว

ต่อมาเครือข่ายเดินเท้าจากโรงแรมรัตนโกสินทร์ มายังลานโพธิ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายธนวัฒน์ แถลงว่า ขอยืนยันว่าจะมีการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในวันที่ 12 ม.ค. 2563 อย่างแน่นอน เพื่อส่งเสียงและพลังของประชาชนไปยังผู้มีอำนาจ ว่าเราไม่ใหว ไม่ยอม และไม่ทนต่อการยึดอำนาจ ใช้อำนาจเพื่อพวกพ้อง ลิดรอนสิทธิประชาชน ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และขอยืนยันด้วยว่างานนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง หรือนักการเมืองคนใด เพราะเงินที่จัดงานทุกบาทเกิดจากการสนับสนุนของนิสิตนักศึกษาและโลกออนไลน์ รวมไปถึงเงินที่ขายของที่ระลึกในงานที่ได้จากประชาชน

นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า เราขอขีดเส้นตายไปยังลุงๆ และผู้มีอำนาจ 3 ข้อ คือ

1. แก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ทำตามสัญญาที่ได้หาเสียงไว้ ทั้งการขึ้นค่าแรง 425 บาท สำหรับผู้จบปริญญาตรี เงินเดือน 20,000 บาท เงินเดือนอาชีวะ 18,000 บาทและขึ้นราคายางพารา และอ้อย ซึ่งเราให้เวลา 3 เดือนในการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน

2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ปลดล็อคสิทธิและเสรีภาพเพื่อประชาชน

3. หยุดใช้อำนาจเพื่อพวกพ้อง หยุดรังแกคุกคามคนเห็นต่าง ซึ่งข้อนี้ต้องปฏิบัติทันทีถ้าหาก 3 เดือนผ่านไปทำไม่สำเร็จ 2 ใน 3 เส้นตายเราจะทำมากกว่าการวิ่งไล่ลุง ทั้งนี้กิจกรรมของเราเปิดกว้างสำหรับประชาชนทุกสาขาอาชีพและทุกสถานะทางสังคม

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า เรายังได้ส่งบัตรเชิญไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคทั้งพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลรวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายความมั่นคง) ให้มาการฟังเสียงของประชาชนที่ท่านไม่เคยได้ยิน

นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่เคยชุมนุมกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) หากนำภาพถ่ายที่มีสัญลักษณ์กับกปปส. ทั้งนกหวีดและธงชาติ สามารถนำมาโชว์ได้ที่งานและจะได้รับเหรียญปราบกบฎได้ทันที

สำหรับเส้นทางวิ่ง เริ่มรวมตัวในเวลา 04.30 น. ที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปทางสนามหลวง มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้นจะมีการวิ่งวน 3 รอบก่อนจะวิ่งต่อที่ถนนราชดำเนินกลาง ผ่านอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ผ่านหน้าซอยหน้าพระธาตุ เลี้ยวขวาซอยพระจันทร์ เลี้ยวขวาถนน 16 สิงหา ไปบนถนนพระอาทิตย์ ผ่านป้อมพระสุเมรุ ผ่านหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร และวิ่งต่อไปบนถนนสวรรคโลก ถนนพะเนียง กลับมาที่จุดปล่อยตัวสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ รวมระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร

สำหรับผู้ที่จะมาลงทะเบียนสมัครหากไม่ต้องการรับของที่ระลึกก็สามารถลงทะเบียนได้ฟรีสำหรับผู้ที่ต้องการของที่ระลึกจะมีค่าสมัคร 600 บาท มีเสื้อและเหรียญที่ระลึกมอบให้ โดยสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงได้ที่เพจ “วิ่งไล่ลุง” โดยทางกลุ่มฯ ตั้งเป้าว่าจะมีผู้มาร่วมกิจกรรม ประมาณ 2 พันคน ขณะเดียวกันในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศมาวิ่งด้วยเช่นเดียวกัน.

เมื่อถามว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตทางผู้จัดจะดำเนินการอย่างไร นายธนวัต กล่าวยืนยันว่าอย่างไรก็จะต้องจัดงานนี้ และงานนี้จะต้องมีขึ้นในวันที่ 12 มกราคม 2563 เพราะงานนี้ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และขอยืนยันว่างานนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนใด เพราะเงินที่จัดงานทุกบาทเกิดจากการสนับสนุนของนิสิตนักศึกษาและโลกออนไลน์ รวมไปถึงเงินที่ขายของที่ระลึกในงานที่ได้จากประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...