โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กลิ่นเต่า ดมให้ดี รู้โรคร้าย

Health Daily

เผยแพร่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 11.00 น. • สุขภาพดีดี

กลิ่นเต่า เดาโรคร้าย

สุขภาพดีดี.com ได้ยินคำว่ากลิ่นตัว เหมือนหู จะเกิดความสัมพันธ์กับจมูก

รู้สึกเหมือนได้กลิ่นขึ้นมาทันที ถึงแม้นกลิ่นตัวจะเป็นเรื่องธรรมชาติ

ที่เกิดขึ้นกับทุก ๆ คน แค่ไม่มีใครชอบทั้งเป็นผู้ส่งกลิ่นหรือเป็นผู้รับกลิ่นก็ตาม

และเรื่องกลิ่นยังเป็นเรื่องลำบากใจที่จะพูดถึงหรือบอกคนใกล้ชิด 

แต่เรื่องที่ใหญ่กว่าการสร้างความรำคาญให้คนรอบข้าง

หรือการหมดความมั่นใจเมื่อรู้ว่าตัวเรามีกลิ่นตัวนั้น คือโรคแฝงตัวอยู่

โดยร่างกายส่งสัญญาณบอกเราโดยการโชยกลิ่นออกมานั้นเอง 

ดังนั้นหากเราถอดรหัส ปัญหาสุขภาพจากกลิ่นตัวของเราและคนข้างตัวได้

เราก็จะมีโอกาสในการพบเจอโรคร้ายต่าง ๆ ได้ก่อนที่โรคเหล่านั้น

จะทำลายสุขภาพทำให้เกิดการเจ็บป่วย หรือ อาจจะร้ายแรงไปจนถึงแก่ชีวิต 

 

 

สาเหตุของการเกิดกลิ่นตัว

ร่ายกายมนุษย์จะมีการสร้างกลิ่นตัวขึ้นจากต่อมกลิ่น (apocnine gland)

ซึ่งพบต่อมนี้ในบริเวณผิวหนังที่มีจนขึ้นเยอะๆ

เช่น หนังศรีษะ รักแร้ หัวหน่าว ซึ่งทำหน้าที่ สร้างกลิ่น เพื่อวัตุประสงค์ทางเพศ 

โดยสารคัดหลั่นที่ถูกผลิตออกมานั้น จะมีองค์ประกอบของกรดไขมันหลากหลายชนิด

ซึ่งสารคัดหลั่งที่ถูกขับออกมานี้จะไม่มีกลิ่น แต่เมื่อมาเจอกับแบคทีเรีย บนผิวหนัง

บริเวณดังกล่าวจึงรวมตัวกันสะสมจนเกิดกลิ่น (ไม่พีงประสงค์) ขึ้น นั้นเอง

 

กลิ่นตัว กับ กลิ่นเหงื่อ ความเหมือนที่แตกต่าง

กลิ่นตัวสร้างออกมาจาก ต่อมกลิ่น (apocnine gland)

ซึ่งสารที่ออกมาเป็นไขมัน ถูกกระตุ้นให้ผลิตตลอดเวลาโดยวัตถุประสงค์ ทางเพศ

  

กลิ่นเหงื่อสร้างออกมาจากต่อมเหงื่อ (ต่อมเอกไดรน์ Eccrine Gland)

ต่อนี้จะอยู่บนผิวหนังทุกจุดของร่างกาย โดยต่อมนี้จะขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน

ที่เกิดขึ้นในร่างกาย โดยองค์ประกอบของเหงื่อคือ น้ำและเกลือแร่ โดยเหงื่อจะไม่มีกลิ่น 

 

แต่เนื่องจากจุดที่มีต่อมกลิ่นและต่อมเหงื่อเยอะ คือ รักแร้

ซึ่งเมื่อร่างกายร้อน ตรงจุดนี้จะเกิดเหงื่อเยอะเป็นจุดอับ แบคทีเรียก็เยอะ

จึงทำให้เหงื่อที่ไม่มีกลิ่นผสมปนกับสารคัดหลั่งจากต่อมกลิ่น

ที่ผสมกับอีกครั้งกับแบคทีเรียจึงทำให้เกิดน้ำปริมาณมาก (น้ำจากเหงื่อ)

ซึ่งเติมกลิ่นจากต่อมกลิ่น กลายเป็นความเข้าใจผิดคิดว่ากลิ่นตัวกับกลิ่นเหงื่อ คือสิ่งเดียวกัน 

 

กลิ่นตัวแบบไหน บอกโรค อะไร 

  • กลิ่นไข่เน่า ทานเนื้อสัตว์เยอะ ลำไส้ทำงานหนัก
    • กลิ่นเขียวขมคอ ส่งสัญญาณปัญหา จากตับ 
    • กลิ่นคาวปลา เกิดจากการทานโปรตีนที่มีแบคทีเรีย สูงเกินไป เช่น ปลาร้า ปลาส้ม แหนม ต่างๆ
    • กลิ่นผลไม้ หวานๆ  ส่งสัญญาณของ โรคเบาหวาน 
    • กลิ่นละมุด (สายแข็งคุ้นเคยกับกลิ่นนี้ดี) ส่งสัญญาณ ความสามารถในการขับพิษจากแอลลกอฮอล์ของระบบขับถ่ายทำงานได้ ลดลง มีความเสี่ยงกับโรคที่จะเกิดกับ ไต และ ตับ
    •  

หลักการดูแลตนเอง เพื่อลดกลิ่นตัว

1.ทำความสะอาดร่างกาย อย่างสม่ำเสมอ 

2.ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมกลิ่นตัว หรือ ลดแบคทีเรียใต้ผิวหนัง 

3.หลีกเลี่ยงอาการร้อนอบอ้าว ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นตัว

4.กำจัดขนบริเวณรักแร้ เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย 

5.หากรู้แล้วว่าเรามีกลิ่นตัวในแบบใด ก็ควรจะลด ละ เลิก

พฤติกรรมหรือปรับอาหารที่ทาน เพื่อให้ร่างกายลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนั้น ๆ

เช่น ลดการทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลิ่นละมุด ก็จะหายไปเป็นต้น

6.เสริมแร่ธาตุที่สำคัญที่ช่วย ลดแบคทีเรียบนผิวหนัง 

 

แร่ธาตุซิงค์ (Zinc) ที่ช่วยลด แบคทีเรียบนผิวหนัง สาเหตุของการเกิดกลิ่นตัว 

ซิงค์ (Zinc) คืออะไร ซิงค์ หรือ สังกะสี เป็นแร่ธาตุในกลุ่มธาตุปริมาณน้อย หรือ 

Trace Minerals มีสัญลักษณ์ทางเคมี คือ Zn (Zinc) 

เป็นแร่ธาตุที่ใช้ในกระบวนการของร่างกาย

เพื่อนำไปใช้ในตัวเร่งปฏิกิริยาร่วมกับเอนไซม์ต่างๆ

ที่มีความสำคัญต่อการทำงานของอวัยวะ

เช่น การสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ การทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย

การรักษาแผลจากสิวอักเสบ เป็นต้น

สังกะสีพบได้ในทุกๆเซลล์ของร่างกาย

และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของเอนไซม์กว่า 100 ชนิด อีกทั้ง

ยังมีความจำเป็นต่อสุขภาพของระบบภูมิคุ้มกันโดยรวมช่วยในการรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น

และยังช่วยให้พัฒนาการในวัยเด็กและหนุ่มสาวเป็นไปอย่างปกติ

 

นอกจากนั้นซิงค์ (Zinc) ช่วยลดแบคทีเรีย

ที่ก่อตัวบริเวณผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นหากผิวหนังไม่มีแบคทีเรีย เมื่อต่อมกลิ่นสร้างสารคัดหลั่งออกมา

ก็จะไม่เกิดการรวมตัว กับ แบคทีเรียจีงไม่ก่อนให้เกิด กลิ่นตัว แต่

อย่างใด แหล่งอาหารที่มี แร่ธาตุ Zinc อยู่เป็นจำนวนมาก

 

หลายคนไม่ทราบว่ามีอาหารหลายประเภทที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ เช่น

  • อาหารทะเล เช่น หอยนางรม แมลงภู่ ปู กุ้ง หรือกุ้งมังกร ปลาทะเลน้ำลึกอย่างปลาซาร์ดีนที่สามารถบริโภคในรูปแบบปลากระป๋อง และ ปลาแซลมอน เป็นต้น
  • ตับ เนื้อสัตว์อย่างเนื้อหมู หรือเนื้อวัว รวมถึง เนื้อสัตว์ปีกอย่างเนื้อไก่หรือไก่งวง
  • ผักบางชนิดโดยเฉพาะเห็ด ผักคะน้า หน่อไม้ฝรั่ง ผักกาด และมันฝรั่ง
  • ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลูกไก่ เมล็ดฟักทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น
  • ธัญพืช หรือ ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ไม่ว่าจะข้าวสลี ข้าวโอ๊ต ควินัว ข้าวกล้อง ซีเรียล หรือขนมปังธัญพืช ก็ดีทั้งสิ้น
  • ไข่และผลิตภัณฑ์จากนม อย่างโยเกิร์ตและชีสชนิดต่างๆ

 

เพราะแร่ธาตุ Zinc มักจะอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีราคาค่อนข้างสูง หาทานได้ยาก และไม่เข้ากับพวกการทำอาหาร

ในตำรับอาหารไทยๆ จึงทำให้คนไทยจำนวนมากมีปัญหาสุขภาพจากการขาดแร่ธาตุ 

Zinc  ดังนั้น การเลือกเสริมแร่ธาตุ  Zinc ในรูปแบบอาหารเสริมจึงเป็นทางเลือกที่ดีกับสุขภาพโดยรวม 

 

เลือกแร่ธาตุ Zinc ให้ดี ต้องเลือกที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช่ได้มากกว่า 80%

หากจะเลือกเสริมแร่ธาตุ Zinc ในรูปแบบอาหารเสริม

ควรเลือกที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้สูงถึง 80% ขึ้นไป เช่น ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต

ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเปลี่ยนแร่ธาตุที่เป็นสารอนินทรีย์ที่ร่างกายดูดซึมและย่อยสลายนำไปใช้ได้ยาก

โดยทั่วไปจะดูดซึมและนำไปใช้ได้เพียง 6% เท่านั้น

แต่แร่ธาตุที่อยู่ในรูปแบอะมิโน แอซิด คีเลต

ซึ่งปรับให้แร่ธาตุต่างๆมีขนาดเล็ก และห่อหุ้มเคลือบด้วยโปรตีน(สารอินทรีย์)

ที่เล็กมากอย่างกรดอะมิโนทำให้ร่างกายชอบที่จะดูดซึม

จึงทำให้ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต ผ่านการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ถึง 80%

และที่สำคัญคือ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลขอย.ชัดเจน มีชื่อผู้ผลิต

ผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับการยอมรับจากเภสัชกร

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...