ภาคอุตสาหกรรมพร้อมรับมือโควิด-19 หลังล็อกดาวน์สมุทรสาคร
คอลัมน์ แตกประเด็น อภิชัย เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร
เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้เกิดการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ในประเทศไทย โดยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นแม่ค้าในตลาดกลางค้ากุ้งและลูกจ้างชาวเมียนมาในจังหวัดสมุทรสาคร ระยะเวลาต่อมาได้พบผู้ติดเชื้ออีกกว่า 500 ราย ที่ตลาดทะเลไทยและตลาดกลางค้ากุ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว และได้แพร่กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว
เพราะประชาชนส่วนใหญ่มักเดินทางมาซื้อหาอาหารทะเลที่นี่เพราะเป็นตลาดกลางสัตว์น้ำแห่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
นับเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดรอบใหม่ในประเทศไทย ทำให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ ศบค. ประกาศล็อกดาวน์จังหวัดสมุทรสาครในที่สุด ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนของจังหวัด อาทิ ภาคธุรกิจ บริการ ค้าขาย ท่องเที่ยว การขนส่ง และอุตสาหกรรม เป็นต้น
สำหรับภาพรวมการรับมือของจังหวัดสมุทรสาครนั้น แม้ปัจจุบันจะมีปริมาณผู้ติดเชื้อลดลงแล้ว แต่ทางจังหวัดยังคงเตรียมความพร้อมมาตรการด้านสาธารณสุขเชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีการทำความสะอาดทั้งตลาดกลางค้ากุ้ง ตลาดทะเลไทย และจุดเสี่ยงทุกพื้นที่ หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นอาจจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรับผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ปัญหาใหม่ที่พบคือ การขนแรงงานผิดกฎหมายออกนอกพื้นที่ โดยจังหวัดสมุทรสาครได้ขอความร่วมมือสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังสมาชิกและสถานประกอบการทุกราย ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวออกนอกจังหวัดเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามกฎหมายและต้องระวางโทษอย่างหนัก
ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมนั้น ปัจจุบันมีโรงงานและสถานประกอบการในจังหวัดสมุทรสาครทั้งสิ้น 6,082 ราย เป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร 148 ราย เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่สังกัดจังหวัด 50 ราย และมีจำนวนแรงงานต่างด้าว (2563) ประมาณ 233,071 คน สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ โดยจัดทำคู่มือป้องกันการระบาดโควิด-19 สำหรับภาคอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม บรรจุภัณฑ์ ผู้ผลิตไฟฟ้า เทคโนโลยีสารสนเทศ ขนส่งและโลจิสติกส์ และวัสดุก่อสร้าง
เพื่อให้นายจ้างและผู้ประกอบการวางแผนเตรียมการป้องกัน และส่งเสริมการปฏิบัติที่ดีในการลดการติดต่อของโรค ป้องกันไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม และสามารถจัดการผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างถูกต้อง
สภาพเศรษฐกิจในจังหวัดสมุทรสาครตอนนี้ ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคืออุตสาหกรรมประมง ที่นำสัตว์น้ำเข้ามาแล้วไม่มีตลาดรองรับสินค้า เพราะตลาดกุ้งและตลาดปลาถูกปิดไปจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 ทำให้เกิดความเสียหายทั้งระบบ โรงงานอุตสาหกรรมที่สั่งสินค้าจากตลาดทั้ง 2 แห่ง ไม่สามารถหาสินค้าทดแทนเข้าสู่ไลน์การผลิตได้ ชาวประมงที่จับสัตว์น้ำเข้ามาเจอตลาดปิดก็ต้องเช่าห้องเย็นเพื่อเป็นที่เก็บสินค้า ถือเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ล่าสุด มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมภาคกลาง และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ได้ร่วมกันมอบเงินบริจาคและปลากระป๋องมูลค่ารวมทั้งสิ้น 222,222 บาท และมอบเงินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องพรินเตอร์ภาคสนาม จำนวน 10 เครื่อง เตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานในโรงพยาบาลสนามรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 45,000 บาท ให้กับส่วนราชการนำไปช่วยเหลือพี่น้องชาวสมุทรสาครต่อไป
ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครขอความร่วมมือสมาชิก สถานประกอบการและนายจ้างช่วยดูแลพนักงานลูกน้องของตนเองอย่างใกล้ชิด โดยขอให้สกรีนอย่างเข้มงวดทุกคน หากพบผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อให้แยกออกจากบุคคลอื่น ๆ โดยเฉพาะสมาชิกหากพบผู้ติดเชื้อภายในโรงงานหรือสถานประกอบการให้รีบแจ้งมาทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครทันทีเพื่อรายงานให้สาธารณสุขจังหวัดทราบเร็วที่สุด
ปัจจุบันแม้ว่าสถานการณ์ในจังหวัดสมุทรสาครได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่อยากขอให้ภาครัฐช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าอาหารทะเลจากสมุทรสาครยังมีคุณภาพและปลอดภัย รับประทานได้ปกติ เพราะเชื้อโควิด-19 ไม่ได้ติดไปกับอาหารทะเล ชาวประมงที่ออกเรือก็ไม่มีใครติดเชื้อโควิด-19 ส่วนการเดินทางสัญจรหรือการขนส่งบนถนนพระราม 2 ยังสามารถขับผ่านลงภาคใต้ได้เป็นปกติ และขอให้ภาครัฐส่งทีมลงมาช่วยเหลือจังหวัดสมุทรสาครเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด