ยังไม่จบ! ไมค์-ซาร่า ไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว ใช้เวลากว่า 8 ชม. ศาลนัดอีก 12 ม.ค.64
ยังไม่จบ ไมค์-ซาร่า ไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว สิทธิ์ดูแลน้องแม็กซ์เวลล์ ลูกชายวัย 6 ขวบ ใช้เวลากว่า 8 ชม. ศาลนัดอีก 12 ม.ค.64
วันที่ 24 ธ.ค. 2563 ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นายพิรัชต์ นิธิไพศาลกุล หรือ ไมค์ นักร้องนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วยทนายนิติธร แก้วโต และทนายสนิท ปัจจายา ทนายความส่วนตัว และ คู่กรณี นางสาวซาร่า คาซิงกินี พร้อมด้วย ทนายกิ่ง ศิริญญ์รดา เลืองวัฒนะวณิช และทนายธากฤช สิทธิประเสริฐ ได้เดินทางมาศาล เพื่อไกล่เกลี่ยตามหมายศาล จากกรณีที่นักร้องหนุ่มได้ยื่นถอนคำร้องขอเป็นพ่อโดยชอบธรรมและสิทธิ์ปกครองบุตร
- เผชิญหน้าครั้งแรก ไมค์-ซาร่า ขึ้นศาล หลังยื่นถอนเป็นพ่อขอปกครองบุตร
- ทนายไมค์-ซาร่า ออกโรงแจงดราม่าติดต่อลูกไม่ได้ หลังญาติซาร่าฟาดปมนาฬิกา
- ซาร่า แจง ไมค์ ติดต่อ แม็กเวลล์ ไม่ได้ เพราะแบตนาฬิกาหมด ยันไม่เคยกีดกันพ่อลูก
หลังจากใช้เวลาไกล่เกลี่ยร่วม 8 ชั่วโมง ทนายความฝั่งซาร่าได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยซาร่าไม่ได้ร่วมให้สัมภาษณ์ด้วย เนื่องจากต้องรีบไปขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับภูเก็ต
ด้าน ทนายธากฤช เผยว่า “วันนี้มีประเด็นทางคดี เรื่องการรับรองบุตร อำนาจปกครองจะเป็นยังไง ทั้งสองฝ่ายอยากดูแลลูกอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าพอต่างฝ่ายยังอยากดูแลอยู่ ก็ต้องมาคุยรายละเอียด อำนาจตัดสินใจจะเป็นยังไง ซึ่งวันนี้ยังมีรายละเอียดหลายจุดที่ยังไม่ค่อยตรงกัน ทนายก็เลยกลับไปคุยกับลูกความแต่ละฝ่าย แล้วเดี๋ยวนัดหน้าจะมาคุย รายละเอียดมันเยอะ เรื่องละเอียดอ่อน ลูกต้องอยู่กับอีกฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งเงื่อนไขเป็นอย่างไร มันเยอะครับ”
มีแนวโน้มจะลงตัวไหม? ทนายธากฤช : “ก็ดีอยู่นะ เพราะว่าก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคุยกันตรงๆ มาก่อน คราวนี้เหมือนเป็นเวทีที่ดีให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้มาเจอกัน ท่านผู้ประนอม ผู้พิพากษาก็ได้ช่วยเหลือด้วย”
หลักๆ เป็นเรื่องที่ลูกต้องอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช่ไหม? ทนายธากฤช : “อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งประเด็นหลักครับ แล้วก็อีกฝ่ายจะติดต่อกันแบบไหน อะไรยังไง รายละเอียดเยอะครับ”
แต่น้องยังต้องอยู่กับซาร่าเหมือนเดิมใช่ไหม? ทนายธากฤช : “เบื้องต้นที่คุยกันวันนี้ก็แนวๆ นั้น เพราะทางไมค์ก็ไม่ได้ติดใจ แต่ว่าก็ไม่ได้ปิดประเด็นที่ว่าไมค์อยากรับไปดูหรือเปล่า ก็มีการพูดขึ้นบ้าง แต่ประเด็นนี้พูดนิดหน่อย”
ทางเรายังย้ำข้อเสนอ 4 ข้อที่เคยพูดไปแล้วหรือเปล่า? ทนายกิ่ง : “อย่างที่เคยแจ้ง 4 ข้อนั้นมันไม่ใช่ข้อเสนอ มันเป็นข้อความเห็นของเราว่า ทำไมน้องควรอยู่กับเรา กระบวนการไกล่เกลี่ยมันไม่ใช่กระบวนการของศาล ความจริงเราต้องถอยคนละก้าว แล้วเราก็หันหน้าเข้าหากัน เพราะฉะนั้นเราไม่ยึดติดกับสิ่งที่เราเคยพูดไปแล้ว หรือไม่ยึดติดกับสิ่งที่มันอยู่บนกระดาษ เราเปิดโอเพ่น สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง”
วันนี้มีการยื่นข้อเสนออะไรออกไปไหม? ทนายธากฤช : “ไม่มีการยื่นข้อเสนอกันไปเป็นข้อๆ หรอก ณ วันนี้สถานะของลูกเป็นแบบไหน แล้วเพื่อให้ลูกของเรา ประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นอย่างไร ถ้าเราเอาเรื่องเก่ามาพูด มันไม่จบไม่สิ้น ท่านผู้พิพากษาก็บอกอยู่ว่า ปัจจุบันเป็นอย่างไร แล้ว 2 ฝ่ายในเมื่อได้มาคุยกันแล้ว จะตกลงดูแลบุตรร่วมกันอย่างไรมากกว่า”
ความต้องการของซาร่าเป็นอย่างไร ทนายกิ่ง : “ฝั่งซาร่าต้องถาม คือไม่ใช่ว่าเราต้องการ ถามว่าฝั่งนู้นเขาจะซัพพอร์ตให้น้องมากแค่ไหนมากกว่า มันเป็นประเด็นอย่างนั้นมากว่า”
หมายถึงในเรื่องค่าใช้จ่ายในเรื่องการซัพพอร์ต? ทนายกิ่ง “ก็ทุกอย่างค่ะ ทุกอย่างในคดีครอบครัวมันจะมีหลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นการอุปการะเลี้ยงดู น้องจะอยู่กับใคร อำนาจปกครอง การเยี่ยมเยียน คือต้องมานั่งคุยกันทุกอย่าง ถ้าถามว่าซาร่าต้องการอะไร มันคืออะไรเหรอคะ มันก็คือคุณอยากจะให้ลูกของคุณแบบไหน มีชีวิตแบบไหน เรียนที่ไหนมากกว่า”
วันนี้ความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง มีเรื่องไหนที่สามารถสรุปได้แล้ว? ทนายกิ่ง :“เรื่องของการรับรองบุตร ที่ไม่ได้ติดใจทั้งสองฝ่าย”
สรุปไมค์ได้เซ็นรับรองบุตร? ทนายกิ่ง : “ยังไม่มีค่ะ ยังเซ็นกันไม่ได้ ยังเหมือนเดิม”
ข้อเสนออื่นต้องคุยกันให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาเซ็นรับรองบุตร? ทนายกิ่ง : “ถ้ากระบวนการมันไปเรื่อยๆ สามารถตกลงกันตามรายละเอียดได้ ก็อาจจะมีคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของเด็ก เพื่อจะให้ทางฝ่ายพ่อไปจดทะเบียน เป็นไปได้ ต้องมารอดูสรุปว่าทั้งสองคนจะดูแลลูกอย่างไร”
มีถอยเพื่อประโยชน์ของลูกเป็นหลัก? ทนายกิ่ง :“คือทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องถอยแหละ แต่ว่าคำถามสูงสุดอย่างที่แจ้ง มันคือผลประโยชน์ของลูก คุณอยากให้ลูกเรียนที่ไหน ชีวิตเป็นแบบไหน ก็ต้องมานั่งคุยกัน อยู่ที่ไหน”
ทนายธากฤช : “เราไม่อยากจะลงรายละเอียดว่าใครเสนออะไรยังไง มันยังมีคุยกันอีกนัดหนึ่ง มันยังไม่ยุติ ถ้ามันไปได้ดีมันก็จบ ซึ่งมันก็ดีกับครอบครัวเขา แต่ถ้าพูดโดยรวมมันก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นนะ”
นัดหน้าวันที่เท่าไหร่? ทนายธากฤช : “วันที่ 12 เดือนมกราคม 2564 เวลาเดิม ต่างฝ่ายก็ต้องไปทำการบ้านกันมา”
ทางซาร่าเครียดไหม? ทนายธากฤช : “ก็มีเครียดบ้างทั้ง 2 ฝ่าย”
ทนายกิ่ง : “เครียดทั้ง 2 ฝ่าย เครียดค่อนข้างเยอะ เพราะกระทบต่อการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ทั้งสองฝ่ายค่อนข้างเยอะ”
ด้านฝั่ง ไมค์ และ ทนายความ ได้ให้สื่อมวลชนด้วยเช่นกัน ทนายเจมส์ เผยว่า “บรรยากาศวันนี้ก็ไปในทิศทางที่ดีครับ และรับฟังเหตุผลกันมากขึ้นทั้งสองฝ่ายครับ ที่ยังไม่ลงตัวก็มีอยู่หลายประเด็น ประเด็นหลักๆ คือเรื่องของการรับรองบุตร น้องไมค์ไม่ติด แต่เรื่องที่ยังไม่ลงตัวก็คือเรื่องอำนาจปกครองบุตร เรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร เรื่องค่าเทอม ซึ่งมันเป็นรายละเอียดของเด็กคนนึง ถ้าเกิดมันมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงก็ค่อนข้างที่จะศึกษารายละเอียดเยอะมาก เพราะเด็กคนนึงอาจจะต้องดูรายละเอียดให้มันชัดเจนนะครับ”
ทางนั้นเรียกร้องเยอะเกินไปเหรอ? ทนายเจมส์ “ถามว่าทางนั้นเรียกเยอะเกินไปมั้ย ถ้าเรื่องของตัวเลขมันมีรายละเอียดอยู่ในสำนวนครับ ทางท่านขอเอาไว้ว่าอยากจะให้เกิดความชัดเจนก่อนแล้วค่อยคุยอีกทีนึงครับ แต่ถามว่าเป็นส่วนนึงมั้ยที่ตกลงไม่ได้ จริงๆ มันมีหลายประเด็นครับ ไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียวครับ”
เห็นว่าทางเรามีข้อเรียกร้องเพิ่มขึ้น? ทนายเจมส์ “อันนี้ไม่น่าจะมีนะครับ ฝั่งน้องไมค์ไม่มีสิทธิเรียกร้องอะไรอยู่แล้ว (หัวเราะ)”
ทางเขามีเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมไหม? ทนายเจมส์ “ก็เป็นประเด็นเดิมๆ ที่รู้ๆ กันอยู่ครับ แต่มันก็เกี่ยวข้องกับเด็กนั่นแหละ ก็เข้าใจฝั่งเขาว่าเขาก็ต้องการให้เด็กอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดครับ แต่ทางฝั่งของน้องไมค์ก็ดูตามศักยภาพครับ”
เราจะต้องกลับไปทำการบ้านเรื่องอะไรบ้าง? ทนายเจมส์ “อันนี้มันลึกแล้วครับ เป็นเรื่องในสำนวน เดี๋ยวมาบอกอีกทีนึง”
ไมค์สภาพจิตใจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? ไมค์ : “ก็โอเคครับ”
การเผชิญหน้ากันครั้งนี้มีการพูดคุยกันมากขึ้นไหม? ไมค์ “จริงๆ เอาตรงๆ ผมไม่อยากตอบอะไรมากครับ ผมไม่รู้นะว่าใครจะรู้สึกอะไรยังไง แต่เอาตรงๆ ผมเบื่อกับเรื่องนี้แล้ว ไม่รู้ว่าสังคมจะคิดยังไงตอนนี้ แต่อยากให้เรื่องนี้รีบๆ จบแค่นั้นเลยครับที่ผมรู้สึกตอนนี้”
มีความคิดจะถอนฟ้อง อย่างที่บอกว่าจะเก็บเงินไว้ให้ลูกทีเดียวไหม? ไมค์ “มันก็เป็นรายละเอียดของสำนวนครับ ผมไม่สามารถพูดได้”
ถ้าจะถอนฟ้องเหมือนที่แจ้งครั้งที่แล้วจะทำได้มั้ย? ทนายเจมส์ “มันต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งครับ และพูดถึงเคสทั่วไปนะครับ ท่านก็จะมองดูประโยชน์ของเด็กเป็นหลักว่าจะให้ถอนหรือไม่ให้ถอนครับ”
ถ้าเราจะถอนฟ้องเหมือนที่เราบอกไปครั้งที่แล้วทำได้ไหม? ทนายเจมส์ : “มันต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งครับ อันนี้พูดถึงเคสทั่วไปนะครับ ท่านก็จะมองดูประโยชน์ของเด็กเป็นหลักว่าเขาจะให้ถอนหรือไม่ให้ถอนครับ”
แนวโน้มในรอบหน้าจะเป็นอย่างไรบ้าง? ทนายเจมส์ : “ผมว่าน่าจะจบในรูปแบบที่ดีเพราะว่าท่านก็ค่อนข้างกำชับแล้วว่าให้จบให้เร็วที่สุดแต่พอดีว่ามันมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างที่เราไม่ได้เตรียมตัวมาและมันมาโผล่ในรอบนี้ เราก็เลยขอให้ไปศึกษาในรายละเอียดก่อน อย่างที่ผมบอกว่าไปกระทบกับเด็กคือสำคัญ ก็เลยตัดสินใจเลยไม่ได้ในตอนนี้ครับ”
จริงๆความตั้งใจในวันนี้คิดว่ามันจะจบใช่ไหม? ไมค์ : “ก็คาดหวังว่ามันจะจบครับ”
พอมีครั้งหน้าจะกระทบกับการกลับไปทำงานที่จีนไหม? ไมค์ : “ตอนแรกคิดว่าไฟลท์บินน่าจะ 27 นี้แต่ว่าก็ต้องดูกันต่อไปครับว่าจะไปได้เมื่อไหร่ยังไง ตอนนี้มันก็มีโควิดด้วยอะไรด้วย ก็หลายอย่างครับ”
ทุกวันนี้ยังได้คุยกับลูกอยู่ไหม? ไมค์ : “ก็ได้คุยครับ ได้คุยผ่านนาฬิกา (แต่ไม่เหมือนได้เจอ?) ใช่ๆ นั่นแหละครับ โทษทีครับ เบลอ”
เงื่อนไขเรื่องค่าเลี้ยงดูมันมีส่วนติดด้วยไหม? ทนายเจมส์ : “มันก็ติดครับ อย่างที่ผมบอกมันไปกระทบถึงเด็ก มันค่อนข้างเป็นรายละเอียดที่เป็นพระเอกของงานนี้ครับ ก็เลยยังไม่สามารถที่จะตอบได้ทันที ขอไปศึกษารายละเอียดและวางแผนให้รัดกุมที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กมากที่สุด เราถึงจะตัดสินใจ”
ทางศาลได้มีคำแนะนำอะไรไหมสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย? ทนายเจมส์ : “ศาลท่านแนะนำได้แค่หลักการครับ แต่ในรายละเอียดท่านลงลึกไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องระหว่างคนสองคน ที่สำคัญคือเป็นเรื่องของเด็กครับ เพราะฉะนั้นท่านอยากให้มองประโยชน์ของเด็กเป็นหลักครับ”
ตัวไมค์เองซีเรียสไหมว่าลูกจะต้องมาอยู่ในความปกครองของเรา? ไมค์ : “ ไม่ได้ซีเรียสนะครับ ผมขอแค่ได้เจอลูกนั่นแหละครับ”