โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสิกรไทย กระทุ้งเศรษฐีปรับพอร์ตลงทุน-จ่อลดสัดส่วนเงินฝาก 25%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ส.ค. 2563 เวลา 09.20 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2563 เวลา 08.42 น.
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์

เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง เร่งหนุนเศรษฐีปรับพอร์ตเงินฝากหันลงทุน ตั้งเป้าลดสัดส่วนเงินฝากเหลือ 20-25% จาก 35% ของสินทรัพย์ 7.5 แสนล้านบาท หลังตลาดผันผวนแห่โยกพักเงิน พร้อมเดินหน้าแนะนำการลงทุน เน้นรักษายีลด์ล่าสุด ผุดกองทุน K Climate Transition ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม-สร้างความยั่งยืน เปิดขาย วันที่ 1-15 ก.ย.นี้

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ในกลุ่มลูกค้าที่มีเงินฝากและลงทุน (AUM) อยู่ที่ 50 ล้านบาท หรือ Private Banking ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 พบว่า ในช่วงเดือนมีนาคมที่ตลาดมีความผันผวนส่งผลให้ลูกค้าที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนน้อยมีความกังวลได้โยกการลงทุนจากกองทุนมาฝากเงินบ้าง ขณะที่ลูกค้าที่รับความเสี่ยงสูงไม่ได้โยกการลงทุนแต่อย่างใด ทำให้ภาพรวมการไหลออกของเงินลงทุนไม่มากนัก โดยทั้งปียังคงเห็น AUM ทรงตัวอยู่ที่ 7.5 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ธนาคารตั้งเป้าลดสัดส่วนเงินฝากให้ลงมาอยู่ที่ระดับ 20-25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 35% ของยอด AUM 7.5 แสนล้านบาท โดยพยามยามแนะนำการลงทุนในตลาดอื่นๆ ให้ลูกค้ามากขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทน (Yield) เนื่องจากหากเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปัจจุบันค่อนข้างต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เฉลี่ยต่ำกว่า 0.25% หรือเงินฝากประจำไม่ถึง 1% ดังนั้น หากลูกค้าที่กลัวความเสี่ยงก็มีกองทุนตราสารหนี้แบบมีระยะเวลา 1 ปี ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.2-1.3% ถือว่าให้ผลตอบแทนดีการฝากเงิน

“ยอมรับว่าเงินฝากเพิ่มขึ้นในช่วงที่ตลาดผันผวนเพราะลูกค้าตื่นกลัว โดยเฉพาะลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้น้อย จึงโยกเงินมาฝากไว้ ซึ่งเราก็พยายามจะแนะนำลูกค้าเหล่านี้ลงทุนมากขึ้น เพื่อลดสัดส่วนเงินฝากลง แต่ยอมรับว่าเงินฝากคงไม่ลงไปถึง 0% เพราะคนไทยยังมีความรู้การลงทุนไม่มาก และยังฝากเพื่อต้องการสภาพคล่องไว้ใช้จ่าย”

นายจิรวัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนกลยุทธ์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ธนาคารยังคงเดินหน้ารักษาผลตอบแทนจากการลงทุนให้อยู่ในระดับเฉลี่ย 3-4% ต่อปี โดยจะเห็นว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้ยังสามารถรับผลตอบแทนได้สูงถึง 4% ส่วนกลุ่มที่รับความเสี่ยงน้อยยังได้รับผลตอบแทนเป็นบวกเช่นกัน แม้ว่าจะมีผลกระทบจากโควิด-19

ส่วนการแนะนำและการจีดพอร์ตลงทุน ธนาคารยังเน้นลงทุนในกองทุนรวมผสมเป็นหลัก โดยดูความเสี่ยงเป็นที่ตั้ง หรือ Risk Based Allocation ซึ่งจะมีการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และรักษาความสมดุลระหว่างรายได้และผลตอบแทน ทำให้นักลงทุนสามารถนับผลตอบแทนได้ดี อย่างไรก็ดี ในส่งนของกองทุนทองคำ เป็นเครื่องมือในการช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ไม่แนะนำให้นักลงทุนเข้าลงทุนในทองคำเกินสัดส่วน 5% ของเม็ดเงินลงทุน แม้ที่ผ่านมาจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 30% แต่เนื่องจากราคาทองคำมีความผันผวนและอ่อนไหวต่อปัจจัยการผลิตยารักษาไวรัสโควิด-19 เป็นหลัก และจะเห็นว่าราคาทองคำในระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออลล์ เป็นราคาค่อนข้างตึงแล้ว

ล่าสุด ธนาคารมุ่งเน้นการขับเคลื่อนภาคการลงทุนไทยสู่ความยั่งยืนทั้งในมิติของกระบวนการและเป้าหมาย ซึ่งโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ เพื่อมุ่งสู่ CLIC Economy โดยภาคการลงทุนจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะธุรกิจที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งคาดกันว่าจะมีเม็ดเงินลงทุน 5.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 173 ล้านล้านบาทต่อปี ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไปจนถึงปี 2573

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารได้เสนอขายกองทุนภายใต้ธีมความยั่งยืนแก่ลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น K-HIT และ K-CHANGE ได้ผลตอบรับค่อนข้างมี โดยมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 2,700-2,900 ล้านบาท ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนสูงถึง 49%

ล่าสุด เพื่อต่อยอดความยั่งยืนได้ออกกองทุน K Climate Transition ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ LO Funds – Climate Transition , (USD), I Class A (กองทุนหลัก) โดยเป็นกองทุนที่คำนึงถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกองทุนแรกและหนึ่งเดียวของไทย มุ่งเน้นลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาใกล้ตัวและต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวจากธุรกิจหลากหลายทั่วโลก โดยจะเปิดขาย IPO ครั้งแรกในช่วงวันที่ 1 ถึง 15 ก.ย.2563 นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...