เปิดแนวทางนำภาพวงจรปิดเพิ่มในสำนวนคดี"ชัยภูมิ ป่าแส"
หลักฐานจากกล้องวงจรปิดในคดีวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนชาวลาหู่ ที่มีกระแสเรียกร้องให้เปิดเผย ล่าสุดมีความชัดเจนจากผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ที่ยืนยันกับทีมข่าว TNN แล้วว่าได้ส่งผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดกลับไปให้พนักงานสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนคดีไต่สวนการตายส่งให้อัยการแล้วโดยที่ไม่มีการนำหลักฐานวงจรปิดใส่ในสำนวน แนวทางที่จะนำหลักฐานวงจรปิดเข้าไปประกอบการพิจารณาในชั้นศาลจะเป็นอย่างไร
แม้ว่าพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จะส่งสำนวนคดีไต่สวนการตายของนายชัยภูมิ ป่า แส เยาวชนชาวลาหู่ที่ถูกทหารกองกำลังผาเมืองวิสามัญฆาตกรรมที่ด่านแม่รินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 ให้อัยการโดยที่ไม่ได้นำหลักฐานจากภาพวงจรปิดใส่ในสำนวน
แต่นายสุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความที่ทำคดีนายชัยภูมิ ระบุว่าทีมทนายความยังคงหาช่องทางให้พนักงานอัยการเร่งรัดติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าสู่สำนวนคดีไต่สวนการตาย และหากคดีนี้ถึงชั้นศาลโดยที่ไม่มีการเพิ่มหลักฐานดังกล่าวในสำนวน ทีมทนายความก็เตรียมร้องขอต่อศาลให้นำหลักฐานดังกล่าวมาประกอบการไต่สวน
สอดคล้องกับรองอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ที่ระบุว่าเมื่อคดีไต่สวนการตายเข้าสู่ชั้นศาล ทนายความของผู้ตายสามารถร้องขอให้นำภาพวงจรปิดประกอบการไต่สวนได้
หลังแม่ทัพภาคที่ 3 ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าเมื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นชัดเจนว่านายชัยภูมิต่อสู้เจ้าหน้าที่และการวิสามัญไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ ทำให้มีกระแสเรียกร้องให้เปิดเผยภาพดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยภาพสู่สาธารณะ นอกจากนี้ทหารยังใช้เวลากว่า 2 เดือนก่อนจะส่งฮาร์ดดิสก์วงจรปิดให้พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ที่ได้ส่งฮาร์ดดิสดังกล่าวให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เป็นผู้ตรวจสอบ กระทั่งล่าสุดพลตำรวจตรีธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับกากองพิสูจน์หลักฐานกลาง ยืนยันกับ TNN ช่อง 16 ว่าได้ตรวจภาพวงจรปิดดังแล้ว และส่งผลกลับไปยังพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
รองอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดระบุว่าตามหลักการสืบสวนสอบสวนคดีในกระบวนการยุติธรรมพนักงานสอบสวนไม่ควรเปิดเผยพยานหลักฐานในคดีมากเกินไป และไม่ควรแสดงตัวว่าเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรมุ่งหาความเป็นจริงมากกว่า
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นที่บ้านกองผักปิ้ง หมู่ 13 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายคือบ้านของนายไมตรี จำเริญสุขสกุล ประธานกลุ่มรักษ์ลาหู่ ซึ่งเคยเป็นผู้ดูแลนายชัยภูมิ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 5 คน ซึ่งหนึ่งในเป็นน้าสาวของนายชัยภูมิ ซึ่งถูกระบุว่า เป็นผู้นำยาบ้าไปส่งให้กับนายชัยภูมิก่อนจะถูกวิสามัญ
ทีมข่าวเฉพาะกิจ TNN ช่อง 16 รายงาน