โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มารู้จักกับ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ นั้นสำคัญไฉน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 22 มี.ค. 2562 เวลา 04.23 น.

เรียน คุณหมอเกษตร-ทองกวาว ที่นับถือ

ผมอ่านหนังสือพิมพ์รายวัน มีเนื้อหาเกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ผมพยายามทำความเข้าใจด้วยตนเอง แต่ก็ยังไม่เข้าใจ แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผมจึงเขียนจดหมายมาเรียนถามคุณหมอเกษตร ว่า มีความหมายอย่างไรและมีความสำคัญอย่างไร คุณหมอเกษตรกรุณาอธิบายให้เข้าใจ และอาจจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านท่านอื่นๆ ด้วยครับ

ด้วยความนับถืออย่างสูง

ประวิทย์ วงศ์สุวรรณศักดิ์

กรุงเทพฯ

ตอบ คุณประวิทย์ วงศ์สุวรรณศักดิ์

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon footprinting) ถ้าแปลความหมายคือ การตามรอยคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยมีวัตถุประสงค์ใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุของการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน อันประกอบด้วย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ในปริมาณ 70, 25 และ 5 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ก๊าซทั้ง 3 ชนิดนี้เกิดขึ้นจากการย่อยสลายของเศษซากพืชในเรือนสวนไร่นา โดยจุลินทรีย์และจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงที่ใช้ขับเคลื่อนเครื่องจักรชนิดต่างๆ

ทั้งนี้ ในประเทศแถบยุโรปให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยจะมีเรเบล หรือสติกเกอร์ติดไว้ข้างภาชนะบรรจุอาหารหลายชนิด เนื่องจากสินค้าอุปโภคบริโภค มีอัตราส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่สูงมาก โดยสามารถคิดคำนวณออกมาเป็นตัวเลขได้

ตัวอย่างของไทย มีงานวิจัยหาปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เริ่มตั้งแต่การปลูกไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยวเป็นข้าวเปลือก ผลิตข้าวเปลือก 1 กิโลกรัม มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8.3 กิโลกรัม ส่วนขั้นตอนการสี การบรรจุภาชนะ และการขนย้าย รวมการจำหน่ายก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นอีก 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ยังไม่มีงานวิจัยอ้างว่า ข้าวตัวมันเองต้องใช้คาร์บอนไดออกไซด์ไปในขบวนการสังเคราะห์แสง เมื่อหักลบกันแล้วจะเหลือปริมาณเท่าใด หรือแม้แต่ไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ เมื่ออายุ 3-5 ปี สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ได้วันละ หรือปีละกี่กิโลกรัม เพื่อชี้ให้เห็นว่า ต้นไม้นั้นมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมวลมนุษยชาติเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น เรามาร่วมมือกันช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งก๊าซมีเทน ก๊าซไนตรัสออกไซด์ และก๊าซอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่การเก็บขยะอย่างเหมาะสม การปลูกต้นไม้รอบบ้านในกรณีที่มีพื้นที่จำกัด แต่หากท่านมีพื้นที่มากพอ ขอแนะนำให้ปลูกสวนป่าเอาไว้ นอกจากช่วยดูดซับควันพิษแล้ว ปัจจุบันยังมีมูลค่าสามารถนำไปค้ำประกันในทางนิติกรรมต่างๆ ได้อีกด้วย ขอบคุณสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...