โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

13หมูป่าเข็ดไม่ไปถ้ำอีก-เสียใจ"จ่าแซม"สละชีวิต

INN News

อัพเดต 18 ก.ค. 2561 เวลา 16.58 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2561 เวลา 13.07 น.

ในการแถลงข่าว ส่งหมู่กลับบ้าน “โค้ชเอก” หรือ นายเอกพล จันทะวงษ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีมหมูป่าอะเคเดมี่ เล่าถึงเหตุการณ์วันที่เข้าไปที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายว่า ก่อนจะตัดสินใจเข้าถ้ำได้มีการพูดคุยและปรึกษากันก่อนแล้วว่าหลังจบเกมแข่งขันนัดอุ่นเครื่องจะเข้าไปสำรวจและศึกษากัน โดยตั้งใจว่าจะเข้าไปประมาณ 1 ชม. เท่านั้น เนื่องจากน้องบางคนต้องมาเรียนพิเศษ และต้องกลับบ้าน โดยไม่ได้นำอาหารเข้าไปเลี้ยงฉลองวันเกิดกันในถ้ำตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด โดยในวันที่เข้าไป เหตุการณ์ปกติเหมือนที่เคยเข้าไปก่อนหน้านี้ คือบรืเวณสามแยกมีน้ำและได้เข้าไปทางขวาเลยเนินนมสาวจนถึงจุดที่เรียกว่าเมืองลับแล (เมืองบาดาล) ซึ่งจากจุดนี้ต้องดำน้ำมุดเข้าไป แต่เนื่องจากใกล้ค่ำและเลยเวลาที่กำหนดแล้ว จึงตัดสินใจถอยกลับ แต่เมื่อมาถึงทางที่เคยออกกลับพบว่าน้ำได้ท่วมสูงจนไม่สามารถออกทางเดิมได้โดยในตอนนั้น เริ่มมีน้องบางคนกลัว แต่ตนเองคิดว่าน่าจะเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เรื่องของน้ำขึ้นน้ำลง จึงได้หาที่นอนกันและคิดว่าตอนเช้าน่าจะออกไปได้ แต่ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นแร็วมากประมาณ 3 เมตร แน่ใจว่าไม่สามารถออกทางปากถ้ำได้ ซึ่งได้ปรึกษากันว่าจะไปต่อเพื่อหาทางออกที่ปลายถ้ำ แต่ด้วยระยะทางที่ไกลและเสี่ยงจึงตัดสินรออยู่ที่เนินนมสาว รอให้เจ้าหน้าที่มาพบ และอีกทางคือได้ช่วยกันใช้หินขุดตามผนังถ้ำเพื่อหาทางออกอีกทางโดยสามารถขุดได้ประมาณ 3-4 เมตร

น้องๆยังเล่าว่า ระหว่างที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ดื่มเพียงน้ำที่หยดลงมาตามหินย้อยประทังชีวิตเท่านั้น โดยมีโค้ชเอก แนะวิธีเอาตัวรอดด้วยการอยู่ๆนิ่งๆและให้ใช้ไฟฉายทีละกระบอกเพื่อประหยัดไฟฉาย

ก่อนที่จะได้พบกับนักดำน้ำชาวอังกฤษ 2 คนแรก ทั้งหมดมีอาการอ่อนล้า และเริ่มไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งทันทีที่พบนักประดาน้ำต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคือช่วงมหัศจรรย์มากๆก่อนจะมีการโต้ตอบและคุยกับนักประดาน้ำ

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวแสดงความยินดี กับทีมหมูป่าทั้ง 13 คน จะได้กลับไปอยู่กับครอบครัว โดยขอให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ มุ่งมั่นและพัฒนาตนเองและทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ให้เป็นทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่ง ให้ทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็ง อย่าหวั่นไหวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครอง คุณครู และเพื่อนๆ ต้องช่วยกันให้กำลังใจน้องๆ ในการก้าวเดินต่อไป ขอให้ทุกคนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ

ด้านการช่วยเหลือคุ้มครองเด็ก หลังจากนี้เป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญมาก โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการและดำเนินการให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองเด็กอำเภอแม่สาย พนักงานเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย นายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หน่วยงานตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เด็กศึกษาอยู่ เป็นผู้ให้คำแนะนำกำกับดูแลการเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ของสื่อต่างๆ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่เด็ก หรือการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กต่อไป

โดยให้ พนักงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก, ผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 6 โรงเรียน อยู่กับครอบครัวและจะรายงานการให้ข้อมูลกับสื่อ ให้เปิดช่องทางติดต่อที่สะดวก ใกล้ชิดภายใน 2 สัปดาห์แรก แผนเยี่ยมครอบครัวของ MCATT, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดเชียงราย และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย //ดำเนินการแก้ไขปัญหาครอบครัว อาชีพ รายได้ การจัดกิจกรรมในชุมชน “โลกที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” และประเมินผลและดำเนินการ ระยะ 1 ปีโดยให้นายอำเภอเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการหลัก ให้มีการรายงานถึงจังหวัดอย่างสม่ำเสมอจนกว่าทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติ

พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่รวมกันเป็นหนึ่ง ทำให้การช่วยเหลือน้องๆ ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม

ด้านพ.ท.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 หรือ “หมอภาคย์”กล่าวในการแถลงข่าว ส่งหมูป่ากลับบ้าน เกี่ยวกับการเลือกทีมหมูป่าทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวงว่า ได้มีการพูดคุบกับ ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส” แพทย์ในภารกิจกู้ภัยทีมหมูป่า เกี่ยวกับสุขภาพร่างกายและความพร้อมของน้องๆ โดยพบว่าสุขภาพร่างกายของน้องๆ ทุกคนไม่แตกต่างกันโดยมีสุขภาพที่ดี และมีความพร้อม จึงได้ให้ นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก เป็นผู้เลือก ซึ่งในการเลือกว่าใครจะออกมาก่อนนั้น ไม่ใช่เพราะเป็นคนที่อ่อนแอกว่าตามที่มีการเสนอข่าวกันก่อนหน้านี้ แต่เป็นความสมัครใจของน้องๆ โดย หมอภาคย์ ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องการนำน้องๆ ออกมาด้วยวิธีการดำน้ำ เนื่องจากหน่วยซีลที่ดำเข้ามาค่อยข้างยากอยู่แล้ว และน้องๆยังเป็นเด็กอยู่ ซึ่งแผนการนำน้องๆ ออกมาทาง ศูนย์บัญชาการฯด้านนอกจะพิจารณา

หมอภาคย์ กล่าวว่า ช่วงที่อยู่ในถ้ำกับน้องๆ ร่วมกับซีลอีก 3 คน ได้ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ทุกคนผ่อนคลาย และรู้สึกผูกพันกับน้องๆเหมือนเป็นครอบครัวเพราะกินนอนเหมือนกัน และตนเองก็มีลูกชายด้วยจึงมีความรักและเป็นห่วงมาก โดยหลังจากนี้ได้มีการพูดคุยกันกับน้องๆว่า จะกลับมาเยี่ยมเยือนกันอีก และได้นัดน้องๆ ไปเที่ยวที่กองพันเสนารักษ์ที่ 3 จังหวัดนครราชสีมาด้วย

ทั้งนี้ นายเอกพล หรือ โค้ชเอก กล่าวในการแถลงข่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของทุกๆ คนที่ช่วยเหลือ จากนี้จะใช้ชีวิตอย่างมีสติ มีประโยชน์ให้คุ้มค่า หลังเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ ต่อไปจะทำให้อะไรก็จะรอบคอบและคิดให้ดีก่อนว่าควรจะทำหรือไม่ ขณะที่น้องๆ ทีมหมูป่าคนอื่นๆ ต่างบอกในทำนองเดียวกันว่า ขอตั้งปณิธานเป็นคนดีของสังคม ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ไม่ประมาท มีความอดทนไม่ย่อท้อ ส่วนอนาคตน้องๆ ต่างๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งใจอยากเรียนจบสูงๆและมีความมุ่งมั่นจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ขณะที่หลายคนอยากเป็นหน่วยซีลด้วย เพราะอยากช่วยเหลือคน ซึ่งเรียกรอยยิ้มและความประทับใจให้กับพี่ๆ ตลอดจนผู้ปกครองและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม น้องๆ ทีมหมูป่า ยังกล่าวด้วยว่าทันทีที่ได้กลับบ้านและเจอกับพ่อแม่ สิ่งแรกที่อยากจะทำคือ”ขอโทษ”เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ได้บอกกับผู้ปกครองว่าจะเข้าถ้ำแต่ได้บอกเพียงว่าจะไปซ้อมฟุตบอลเท่านั้น และอยากบอกรักพ่อแม่ เพราะเห็นคุณค่าแล้วว่าการไม่บอกตรงๆจะทำให้เราผิดหวังได้

ทั้งนี้ น้องๆ ยังได้แสดงความเสียใจกับครอบครัว นาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดย “โค้ชเอก” กล่าวว่า รู้สึกประทับใจ “จ่าแซม” ที่เสียสละในการปกป้องและช่วยตนเองกับน้องๆ โดยทันทีที่ทุกคนรู้ข่าวการเสียชีวิตของ จ่าแซม ต่างรู้สึกช็อค เสียใจ เหมือนตัวเองเป็นต้นเหตุ ทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน ทั้งนี้ ระหว่างที่นอนรักษาตัว ทาง รพ.ได้นำรูปจ่าแซม มาให้น้องๆ และทุกคนได้ช่วยกันเขียนข้อความรำลึกถึง”จ่าแซม”เป็นความในใจ เพื่อส่งไปให้ครอบครัว โดยในการแถลงข่าว “น้องไตตั้น” ได้เป็นตัวแทนอ่านข้อความและน้องไห้เนื่องจากสำนึกในบุญคุณที่มีต่อ “จ่าแซม” และหลังจากออกจาก รพ. ทุกคนตั้งใจจะบวชเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับ “จ่าแซม” ด้วย

ด้าน แพทย์หญิง พัชนีวรรณ อินต๊ะ จิตแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวว่า ขอพื้นที่ส่วนตัวให้เยาวชนทีมหมูป่าอคาเดมี ได้ใช้ชีวิตปกติ และหากจะสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรให้เยาวชนได้เตรียมตัวที่จะตอบคำถาม และสามารถเลือกที่จะไม่ตอบคำถามที่ทำให้ลำบากใจ ส่วนสภาพร่างกายและจิดใจโดยรวมของทุกคนขณะนี้เข้มแข็งดี

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ทีมหมูป่า 4 คน ยังไม่ได้สัญชาติไทยนั้น ทาง นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้ น้องๆทั้ง 4 คน ได้ไปยื่นเรื่องที่อำเภอไว้แล้ว หลังจากนี้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนต่อไป

 

 

https://www.facebook.com/innnews1/videos/1899861290091787/

 

ย้อนอ่านข่าวการปฏิบัติภารกิจช่วย13ชีวิตติดถ้ำ :

เปิดคลิป13หมูป่าอยากกินผัดกะเพราหมูกระทะ

“หมูป่า”FBขอบคุณฮีโร่-จะเป็นคนดีของสังคม

ทีมหมูป่าเตรียมบวช9วันให้’เจ้าแม่นางนอน

เปิดภาพ13หมูป่าในรพ.ชูสองนิ้ว-ไอเลิฟยู

คลิปนาที!นำ13หมูป่าออกจากถ้ำหลวง

ศอร.แถลงช่วย13หมูป่าออกถ้ำสำเร็จ

ศอร.ให้บุคคลไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ถ้ำหลวง

นายกฯขอบคุณเกษตรกรเสียสละรับน้ำช่วย13คน

ห้าม! สื่อเข้าใกล้ รพ.เชียงรายฯ

ปิดถนนรอบรพ.เชียงรายฯห้ามอยู่หลังบ่าย3

2คนแรกออกจากถ้ำหลวงได้แล้ว-นำส่งรพ.เชียงราย

พา4คนออกถ้ำถึงรพ.ปลอยภัยอีก9รอประเมิน

ศอร.ยันช่วยหมูป่าออกจากถ้ำหลวงแล้ว4 คน

(ภาพ)ปฏิบัติการช่วยเหลือน้องๆทีมหมูป่า4คนแรก

 

“>

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...