บุกจับร้านคาราโอเกะ 'ไอซ์ซ่า' กลางเมืองหล่มสัก ลอบค้าประเวณีเด็กต่ำกว่า 18
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม, นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ ร่วมกับนายชนก มากพันธ์ นายอำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ สนธิกำลังกว่า 30 นาย เข้าตรวจค้นสถานบริการร้านคาราโอเกะ “ไอซ์ซ่า” เลขที่ 49 ถนนคชเสนีย์ ข้างห้างโลตัส อ.หล่มสัก ภายใต้ปฏิบัติการ “ผาเมือง 2” เมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้งว่าผู้ดูแลสถานประกอบการแห่งนี้มีพฤติกรรมเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี และได้รับผลประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์
จากผลการตรวจค้นพบพนักงานหญิงชาวไทยแอบลักลอบค้าประเวณีจำนวน 8 ราย ในจำนวนนี้มีหญิงไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 2 ราย จึงทำการจับกุม น.ส.ประภา พรมรัตน์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 3 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของร้าน จากนั้นจึงตรวจค้นภายในร้านและบ้านพักเลขที่ 5/15 หมู่ 4 ต.วัดป่า อ.หล่มสัก พบของกลางเป็นบัญชีที่พนักงานเป็นหนี้สินกับ น.ส.ประภาจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม กล่าวว่า ทาง NGO ได้ประสานงานและส่งข้อมูลถึงการลักลอบค้าประเวณีในพื้นที่อำเภอหล่มสักดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จึงมีการลงพื้นที่ตรวจสอบพบสถานบริการดังกล่าวชื่อร้านไอซ์ซ่า โดยมีพฤติการณ์ให้พนักงานผู้หญิงขายบริการทางเพศและร่วมประเวณีกับแขกที่โรงแรม จึงได้วางแผนล่อซื้อบริการเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกไปจำนวน 2 คนด้วยเงินสดจำนวน 1,500 บาท และตรวจพบเงินของกลางที่โต๊ะบัญชีของเจ้าของร้าน นอกจากนี้ยังพบมีการกักขังเด็กอยู่บ้านพัก และพบบัญชีหนี้สินของเด็กและพนักงานในร้านที่เป็นหนี้กับเจ้าของร้าน
ขณะที่นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งเบาะแสช่วงต้นปีจึงเข้าร่วมตรวจสอบภายในร้านพบพนักงานหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ต่อมาจึงได้ส่งสายลับเข้าแฝงตัวหาข้อมูลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน โดยเจ้าของร้านมีวิธีการที่ระมัดระวังตัวมากและในการขายบริการครั้งละ 1,500 บาท เจ้าของร้านได้ 500 บาท เด็กได้ 1,000 บาท และยังพบอีกว่ามีการกักขังเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไว้ภายในบ้านพักโดยล็อคประตูจากภายนอก
“โดยเจ้าของร้านจะไปเปิดให้เด็กออกจากบ้านเองจากนั้นพาไปส่งที่โรงแรม จากคำให้การของเด็กที่ถูกล่อซื้อบริการนั้นให้ข้อมูลว่าติดหนี้สินกับเจ้าของร้าน หากมาสายซึ่งผิดกฎที่เจ้าของร้านตั้งขึ้นก็จะถูกปรับเงิน ทำให้หนี้สินเพิ่มพูนขึ้นและเป็นหนี้ที่ไม่เป็นธรรม จนไปไหนก็ไม่ได้แม้อยากออกไปก็ตาม แต่ก็ต้องติดภาระหนี้สินจึงไม่กล้าหนีไปและไม่กล้าแจ้งเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันทางเจ้าของร้านยังรู้จักบ้านและพ่อแม่จึงอาจติดตามไปทวงหนี้จึงไม่รู้จะหนีไปไหน” นายรณสิทธิ์กล่าว