โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ประเดิมตั้ง “กองทรัสต์” อุ้มโรงแรม “รอยัล ออคิด” นำร่อง 4.5 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 เม.ย. 2564 เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2564 เวลา 01.51 น.

นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนหลายธุรกิจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือน “กล่องดวงใจ” ของประเทศไทย ถูกกระทบหนักหน่วง เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามา ทำให้ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจนี้ โดยเฉพาะที่เป็นรายย่อยและเอสเอ็มอี มีความเสี่ยงจะต้องขายทรัพย์สิน ซึ่งหลายฝ่ายต่างกังวลกันว่า จะหลุดมือไปอยู่กับต่างชาติ ทำให้ที่ผ่านมามีความพยายามหาแนวทางมาแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวกันอย่างหลากหลาย

โดยหนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจ คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เสนอแนวคิดเรื่องการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ให้สิทธิเจ้าของทรัพย์ซื้อทรัพย์สินคืนในราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หรือตามราคาตลาดภายในระยะเวลาที่กำหนด (REIT with buy back condition)

เพื่อเป็นทางเลือกให้เจ้าของธุรกิจต่าง ๆ ที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง สามารถนำอสังหาฯที่มีอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม, ศูนย์การค้าหรืออาคารสำนักงาน เข้าไปอยู่ในกองรีท เพื่อสร้างสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจ

ล่าสุด “จอมขวัญ คงสกุล” ผู้ช่วยเลขาธิการสายระดมทุน สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ก.ล.ต.ได้ออกหลักเกณฑ์ในการให้ผู้จัดการกองทรัสต์ (REIT Manager) ยื่นคำขอจัดตั้ง REIT with buy back condition กองใหม่ โดยแยกออกจากกองรีททั่วไป ซึ่งรูปแบบข้อตกลงและข้อกำหนด จะแบ่งเป็น 3 รูปแบบคือ

1.เจ้าของเดิมมีภาระผูกพัน (obligation) ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์คืนภายในวันเวลาและราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า โดยเจ้าของเดิมที่จะซื้ออสังหาฯคืน ต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (เครดิตเรตติ้ง) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ ก.ล.ต.ยอมรับโดยไม่จำกัดต้องเป็นระดับลงทุน (investment grade)

“ไม่จำเป็นต้องเป็น investment gradeแต่จะคล้าย ๆ กับหุ้นกู้มีประกัน ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่ำ ดังนั้นจึงไม่จำกัดการเสนอขายต่อนักลงทุน รูปแบบนี้จึงเปิดให้ขายนักลงทุนรายย่อยได้”

2.เจ้าของเดิมมีภาระผูกพัน (obligation) ในการซื้ออสังหาฯคืนภายในวันเวลาและราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า โดยเจ้าของเดิมที่จะซื้ออสังหาฯคืน ไม่มีเครดิตเรตติ้ง และ 3.เจ้าของเดิมมีสิทธิ (option) ในการพิจารณาซื้ออสังหาฯคืนภายในวันเวลาและราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า

เช่น การซื้อขายฝากเป็นต้น ทั้งนี้ รูปแบบที่ 2 และ 3 ก.ล.ต.กำหนดให้เสนอขายได้เฉพาะนักลงทุนสถาบัน/ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (II/UHNW) เท่านั้น เนื่องจากค่อนข้างมีความซับซ้อนหรือเสี่ยงสูง

ปัจจุบันมีผู้สนใจยื่นแบบคำขอและแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสือชี้ชวนการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ออกกอง REIT buy-back condition แล้ว 1 ราย คือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด ฮอสพิทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน (GROREIT) โดย บมจ.รอยัล ออคิด (ประเทศไทย) เป็นเจ้าของทรัพย์และผู้เช่า กรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (freehold) ซึ่งมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จํากัด เป็นผู้จัดการกองทรัสต์และผู้จัดการการจำหน่าย และ บลจ.กสิกรไทย เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ (ทรัสตี)

โดย GROREIT ได้ยื่นไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต.ไปเมื่อวันที่ 5 เม.ย. โดยมีแผนจะเสนอขายนักลงทุนทั่วไป (ไม่จำกัด) โดยได้รับการจัดอันดับเครดิตเรตติ้ง BB- จากทริสเรทติ้งมูลค่าการเสนอขาย 3,150 ล้านบาท ราคาเสนอขาย 10 บาทต่อหน่วย

โดยมีหลักทรัพย์หลัก คือ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตันโฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส รวมถึงส่วนควบเฟอร์นิเจอร์อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการใช้ประโยชน์ในการประกอบกิจการโรงแรม ซึ่งอยู่ในตรอกกัปตันบุช ซอยเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ขนาดกอง GROREIT มีมูลค่าอยู่ที่ราว 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนเงินทุน 3,150 ล้านบาท และเงินกู้ 1,350 ล้านบาท ซึ่งเจ้าของเดิมจะเช่าทรัพย์สินกลับไปดำเนินการโรงแรม ระยะเวลา 5 ปี (3+1+1 ปี) และจะชำระค่าเช่าคงที่ให้กองทรัสต์ ประมาณ 272 ล้านบาทต่อปี โดยประมาณการอัตราผลตอบแทนค่าเช่าถึงผู้ถือหน่วยราว 6% ต่อปี

ซึ่งจะมีเงื่อนไขในการซื้อคืน (option) หากซื้อคืนเมื่อสิ้นสุดปีที่ 3 จะอยู่ที่ 4,703 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนภายในของผู้ถือหน่วยทรัสต์ (equity IRR) ราว 8% หรือปีที่ 4 จะอยู่ที่ 4,783 ล้านบาท ผลตอบแทนราว 8.01% ส่วนปีที่ 5 ปีสุดท้ายซึ่งต้องซื้อคืน (obligation) จะมีมูลค่า 4,873 ล้านบาท ผลตอบแทนราว 8.03%

ขณะที่ประมาณการผลตอบแทน GROREIT สำหรับ 12 เดือน (1 ก.ค. 2564-30 มิ.ย. 2565) คาดเงินสดสุทธิที่สามารถนำมาจ่ายผู้ถือหน่วยจะอยู่ที่ราว 191.86 ล้านบาท จำนวนเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วย 0.609 บาท และอัตราผลประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยสูงสุดที่จ่ายได้ในปีแรก 6.09% (คำนวณจากราคาเสนอขาย ณ ราคา 10 บาท) และมีนโยบายจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิ (จ่ายไม่เกิน 4 ครั้งต่อรอบบัญชี)

“ปัจจุบัน ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด อาจปรับปรุงแก้ไขไฟลิ่งเพิ่มเติม ก่อนที่จะอนุญาตให้เสนอขายได้ ซึ่งถ้าเป็นไปตามเกณฑ์ก็คาดว่าจะใช้เวลาอนุมัติไม่นาน ส่วนจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยมากน้อยแค่ไหน คงขึ้นอยู่กับราคาขายและอัตราผลตอบแทน (ยีลด์) ที่จะออกมาแน่ชัดแล้วว่าอยู่ที่เท่าใด ถ้าออกมาน่าสนใจ คาดว่าคงได้รับการตอบรับที่ดี”

ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวด้วยว่า REIT buy-back จะแตกต่างจาก asset warehousing หรือพักทรัพย์พักหนี้ เนื่องจากตัวทรัพย์ปลอดภาระ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือเป็นผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่องที่มีอสังหาฯ ไม่ใช่ลูกหนี้แบงก์ที่มีอสังหาฯเป็นหลักประกัน

“วัตถุประสงค์ของ REIT buy-back เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ นำเงินไปชำระคืนเงินกู้หรือประกอบธุรกิจได้ ขณะเดียวกันระยะเวลาในการซื้อคืนไม่กำหนดตายตัว และราคาซื้อขายก็แล้วแต่ตกลงกัน อาจจะเหมือนกันที่รัฐสนับสนุนภาษีและค่าธรรมเนียมการโอนให้”

ก่อนหน้านี้บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงมติของผู้ถือหุ้นที่อนุมัติให้บริษัทรับโอนกิจการทั้งหมดจากบริษัท ไทย รอยัล ออคิด เรียล เอซเทท จำกัด (TRO) ที่เป็นบริษัทย่อย และจะดำเนินการเลิกบริษัท TRO ต่อไป

ขณะเดียวกันก็มีมติอนุมัติให้จำหน่ายสินทรัพย์ของโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ให้แก่กองทรัสต์ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ในราคาไม่เกิน 4,500 ล้านบาท และมีมติให้เช่าทรัพย์สินดังกล่าว เพื่อนำกลับมาบริหารในนามของบริษัทต่อไป

โดยมีระยะเวลาการเช่า 3 ปี มีสิทธิต่ออายุสัญญาเช่าได้อีก 2 คราว คราวละ 1 ปี รวม 5 ปี และมีค่าเช่าตลอดอายุการเช่าเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 1,460 ล้านบาท พร้อมทั้งมีมติให้บริษัทซื้อทรัพย์สินดังกล่าวคืนภายใน 5 ปีด้วย

นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจกลุ่มท่องเที่ยว ที่จะมาช่วยพยุงกิจการให้ฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...