โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"หมูกระทะไทย" อาหารที่น่าทึ่งสำหรับคนญี่ปุ่น ! - เพจ Eak SummerSnow

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 28 พ.ย. 2563 เวลา 01.52 น. • เพจ Eak SummerSnow

ถ้าหากพูดถึง “หมูกระทะ” คนไทยคงแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักใช่ไหมครับ เพราะสำหรับบ้านเราหมูกระทะนั้นก็เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง และหาได้ง่าย มีแทบจะทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ ซึ่งประวัติความเป็นมาของหมูกระทะในไทยนั้น แม้จะยังมีที่มาที่ไม่แน่ชัด บ้างก็ว่ามาจากเกาหลี เพราะหมูกระทะในบ้านเราตอนแรก ๆ ถูกเรียกว่า “หมูย่างเกาหลี” หรือบ้างก็ว่ามาจาก “เนื้อย่างเจงกีสข่าน” ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นหมูกระทะแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

ในญี่ปุ่นนั้น คนญี่ปุ่นค่อนข้างคุ้นเคยกับอาหารที่ใช้กระทะย่างอยู่แล้ว เพราะที่ญี่ปุ่นก็มีหลายเมนูที่ทำจากกระทะย่าง ไม่ว่าจะเป็นเตาเทปัน หรือเตาย่างเนื้อแบบยากินิคุ แต่สิ่งที่ดูแล้วน่าจะใกล้เคียงกับเตาหมูกระทะมากที่สุดก็คือ ジンギス鍋 หรือหม้อเจงกีส ที่คนไทยอาจจะรู้จักกันในชื่อของ “เนื้อย่างเจงกีสข่าน” นั่นแหละครับ 

ประวัติความเป็นมาของเนื้อย่างเจงกีสข่านในญี่ปุ่นก็มีที่มาที่ไม่ชัดเจนเหมือนกัน บ้างก็ว่ามาจากมองโกลจริง ๆ แต่บ้างก็ว่าแค่เลียนแบบรูปทรงของหมวกทหารมองโกล แต่ไม่ว่ามันจะมาจากไหน เอาเป็นว่าเจ้าเนื้อย่างเจงกีสข่านนี้ก็กลายเป็นอาหารท้องถิ่นของฮอกไกโด จังหวัดที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ราว ๆ 70-80 ปีก่อนแล้ว 

แม้เราจะเรียกว่าเนื้อย่างเจงกีสข่าน แต่จริง ๆ แล้วถ้าพูดถึง “เจงกีสข่าน” ในฮอกไกโดนั้น จะหมายถึงเนื้อเนื้อแกะย่างเท่านั้นนะครับ โดยเขาจะนำเอาผักมาย่างด้านข้างแล้วนำเอาเนื้อแกะมาย่างด้านบนเตาที่นู้น ๆ (ด้านข้างไม่ได้ใส่น้ำซุปแบบหมูกระทะบ้านเรานะ !) โดยจุดเด่นของหม้อย่างเจงกีสข่านนี้ก็คือไขมันและน้ำมันในเนื้อของเนื้อแกะที่ถูกย่างอยู่ข้างบนก็จะไหลลงมารวมกับผักที่ย่างเอาไว้รอบ ๆ ทำให้เกิดรสชาติที่อร่อยนั่นเอง

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอิทธิพลของหม้อเจงกีสข่านหรือเปล่า แต่เตาย่างหมูกระทะในไทยก็มีลักษณะคล้าย ๆ กัน แต่เปลี่ยนเป็นการใส่น้ำซุปเอาไว้ด้านข้างแทน และตอนนี้วัฒนธรรมทางอาหารที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปนี้ก็ได้ถูกส่งกลับมาที่ญี่ปุ่นในชื่อของ「ムーガタ」อ่านว่า “มูกะตะ” ซึ่งก็คือ “หมูกระทะ” นั่นเอง

คนญี่ปุ่นในปัจจุบันค่อนข้างคุ้นเคยกับอาหารไทยมากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งยอดฮิตก็หนีไม่พ้นต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ผัดกะเพรา ข้าวมันไก่ ผัดไทย ฯลฯ รวมถึงสิ่งที่เป็นกระแสในญี่ปุ่นอย่าง “ผักชี” และรสชาติที่เผ็ดร้อนของพริก ความมันของกะทิ กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำปลา ทั้งหมดนี้ก็เป็นภาพจำของคนญี่ปุ่นที่มีต่ออาหารไทย

ตอนนี้เจ้าหมูกระทะก็ได้ถูกส่งข้ามจากประเทศไทยมายังญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว ทั้งรายการโทรทัศน์รวมถึงสื่ออื่น ๆ ของญี่ปุ่นก็ดูเหมือนจะให้ความสนใจกับอาหารไทยชนิดนี้มากพอสมควร แน่นอนว่าถ้าพูดถึงคำว่า “มูกะตะ” คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ต้องทำหน้างงว่ากำลังพูดถึงอะไร มันฟังดูเหมือนแมลงอะไรซักอย่างมากกว่าอาหาร แต่ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมธรรมไทย และเคยมาเที่ยวไทย ก็คงจะรู้จักกับหมูกระทะที่มีอยู่ทุกซอกทุกมุมในเมืองไทยเป็นอย่างดี

ในตอนนี้ “มูกะตะ” ในญี่ปุ่นนั้นก็อาจจะมีความแตกต่างกับหมูกระทะในไทยไปซักหน่อยเนื่องจากก็ต้องพยายามปรับให้เข้ากับคนญี่ปุ่น โดยเราจะเห็นว่า “มูกะตะ” ในญี่ปุ่นนั้นจะไม่ได้เป็นหมูกระทะบุฟเฟต์ราคาถูกที่กินได้ไม่อั้นเหมือนบ้านเรา แต่จะเป็นเมนูที่อยู่ในร้านอาหารไทยบางร้าน ขายเป็นเซ็ตที่จะประกอบไปด้วยผักและหมู พร้อมกับเตาย่างที่ดูแล้วหน้าตาเป็นเตาทองเหลืองเหมือนร้านปิ้งย่างในห้างบ้านเรามากกว่าหมูกระทะในร้านริมทาง 

วิธีกินก็จะผสมผสานระหว่างเนื้อย่างเจงกีสข่าน ยากินิคุ และชาบูชาบู โดยการนำผักไปต้มในด้านข้าง แล้วก็ย่างหมูด้านบนให้น้ำมันในหมูไหลลงมาในน้ำซุปให้ผักอร่อยขึ้น และสามารถนำเอาหมูมาจุ่มลวกในน้ำซุปได้เหมือนชาบูชาบูอีกด้วย

ที่สำคัญคือเขาบอกว่า “มูกะตะ” สามารถนำมากินคู่กับผักชีได้อีกด้วย กินแล้วซาบซึ้งถึงรสชาติแบบไทย ๆ จริง ๆ นะ (คนไทยเห็นแบบนี้อาจจะแทบเอาหัวโขกโต๊ะ นี่มันผิดผีผิดเหล่ามาก จะกินหมูกระทะกับผักชีแบบนี้ได้ยังไงฮึ !)

คนญี่ปุ่นที่ได้ลองกินไม่ว่าจะเป็นหมูกระทะในไทย หรือมูกะตะในญี่ปุ่นก็ค่อนข้างชื่นชอบกันมาก นั่นเป็นเพราะว่าคนญี่ปุ่นคุ้นเคยกับอาหารที่ใช้หม้อหรือเตาย่างในการทำอาหารแบบนี้อยู่แล้ว ทำให้ก็แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรใด ๆ เรียกว่ากินง่ายกว่าต้มยำกุ้งซะอีก แล้วที่สำคัญคือหมูกระทะนั้นมีลักษณะเป็นอาหารแบบไฮบริด ผสมผสานระหว่างยากินิคุและชาบูชาบู ทำให้มันเหมือนเป็นสิ่งที่ลงตัวสำหรับคนญี่ปุ่นที่สามารถกินทั้งยากินิคุและชาบูชาบูไปพร้อม ๆ กันแบบที่บ้านเขาไม่เคยมีมาก่อน !

แล้วยิ่งคนญี่ปุ่นที่เคยมาเจอหมูกระทะของจริงในบ้านเราก็ยิ่งน่าทึ่ง เพราะปัจจุบันหมูกระทะในบ้านเรานั้นไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่การเอาหมูมาย่างบนเตาอีกต่อไปแล้ว แต่หมูกระทะโดยทั่วไปในบ้านเรานั้นมันเหมือนจะกลายเป็นอาหารบุฟเฟต์นานาชาติไปแล้ว เพราะนอกจากหมูแล้วก็ยังมีเนื้อ มีซีฟู้ด แถมยังมีอาหารปรุงสุกให้เลือกหยิบ มีของหวานแบบครบ ๆ บางร้านมีซูชิให้ด้วย (แม้จะเป็นซูชิแบบตลาดนัด 3 บาท 5 บาท แต่ก็ยังน่าทึ่งอยู่ดี) แล้วที่น่าทึ่งก็คืออาหารทั้งหมดนี้ราคารวมกันแค่เพียง 500 เยน (ราว ๆ 150 บาท) ซึ่งมันนับว่าถูกแสนถูก เพราะเงิน 500 เยนในญี่ปุ่นนั้นกินได้แค่อาหารจานเดียว เป็นข้าวหน้าเนื้อแบบธรรมดา หรืออาหารเซ็ตที่ไม่หรูหรามากนักเท่านั้น ดังนั้นหมูกระทะนี่มันช่างสุดยอดจริง ๆ !

แน่นอนว่าวัฒนธรรมอาหารก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและสถานที่ ครั้งหนึ่งเรารับวัฒนธรรมหมูกระทะเข้ามาแล้วก็เปลี่ยนแปลงให้เป็นรูปแบบในปัจจุบันแล้วก็ถูกส่งต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในนามของอาหารไทย ซึ่งมันก็ถูกเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับประเทศนั้น ๆ นั่นทำให้วัฒนธรรมอาหารพัฒนาต่อไปอีกเรื่อย ๆ

ไม่แน่ว่า เจ้า “มูกาตะ” ที่ถูกคนญี่ปุ่นปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ก็อาจจะกลายเป็นอาหารญี่ปุ่นไป แล้ววันนึง “มูกาตะ” อาจจะถูกส่งกลับมาในไทยในนามของอาหารญี่ปุ่นก็เป็นได้ …

อ้างอิงข่าวจาก ANN NEWS

ติดตามบทความใหม่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้และเรื่องแปลก ๆ ของประเทศญี่ปุ่นทาง LINE TODAY: TOP PICK TODAY จากผมได้ทุกวันเสาร์นะครับ

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

Facebook :Eak SummerSnow

Youtube : Eak SummerSnow

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...