โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชิงฟูดดีลิเวอรี่ 7.4 หมื่นล. บิ๊กเชนจัดทัพกรำศึก

การตลาด- เปิดศึกดีลิเวอรี่รอบใหม่ บิ๊กเชนปรับทัพลุยศึก “ไมเนอร์-กลุ่มเซ็น-โออิชิ” จัดทัพลุย ชิงตลาดดีลิเวอรี่ 74,000 ล้านบาทในปีหน้าน คาดปี2567 ตลาดรวมจะทะลุเหยียบแสนล้านบาท

ธุรกิจฟูดดีลิเวอรี่( Food Delivery) ในไทยที่ผ่านมา ถือเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจทั้งในแง่ของการเติบโต ทั้งในแง่ของผู้เล่นในตลาด และในแง่ของกลยุทธ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่เกิดสถานการณ์โดวิด-19 ระบาดหนัก ยิ่งส่งผลให้ฟู้ดดีลิเวอรี่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงไม่หยุด

ผู้ประกอบการอาหารโดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ ต่างมีการปรับตัวปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับตลาดที่น่าหอมหวลนี้อย่างมาก

จากตัวเลขของยูโรมอนิเตอร์ที่มีการประเมินถึงมูลค่าตลาดรวมของฟู้ดดีลิเวอรี่ (Food Delivery) ในประเทศไทยพบว่า ในปี2563นี้ มูลค่าตลาดรวมจะอยู่ที่ 68,000 ล้านบาท

ทั้งนี้หากมองไปถึงอนาคตแล้วประเมินว่า ปี2564 จะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 74,000 ล้านบาท, ส่วนปี2565 ตลาดรวมเท่ากับ 82,000 ล้านบาท , ปี2566 ตลาดรวมขึ้นไปถึง 90,000 ล้านบาท และประเมินว่าภายในปี2567 ตลาดรวมจะทะลุถึง 99,000 ล้านบาท ซึ่งคาดกันว่าจากปีนี้ไปตลาดรวมเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี

ขณะที่หากมองย้อนหลังก็ยังจะพบการเติบโตที่น่าสนใจเช่นกันตั้งแต่ปี 2557 ที่มีมูลค่าเพียง 42,000 ล้านบาท, ปี2558 เพิ่มขึ้นเป็น 45,000 ล้านบาท, ปี2559 ขยับขึ้นมาเป็น 49,000 ล้านบาท, ปี2560มูลค่ารวมยังเพิ่มไม่หยุดมาอยู่ที่ 53,000 ล้านบาท , ปี2561 ตลาดรวมสูงเท่ากับ 58,000 ล้านบาท กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว2562 ตลาดรวมอยู่ที่ 61,000 ล้านบาท ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วช่วงตั้งแต่ก่อนปี2563 มาถึงปีนี้จะเติบโตเฉลี่ยที่ 7.9% ต่อปี

นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวให้ความเห็นว่า ตลาดรวมฟู้ดดีลิเวอรี่ที่เติบโตท่กและต่อเนื่องเช่นนี้ ยังคงมาจาก 2 กลุ่มหลักคือ 1.Brand Chainคือกลุ่มร้านอาหารที่เป็นเชนมีหลายสาขาเป็นแบรนด์ใหญ่ กินตลาดดีลิเวอรี่ประมาณ 43% , 2. กลุ่มร้านอาหารแบบเอสเอ็มอี ที่อาจจะมีสาขาน้อยและไม่ใช่เป็นแบรนด์ใหญ่ส่วนใหญ่เป็นสตรีทฟู้ดชื่อดัง ที่ยังคงมีสัดส่วนมากกว่าอยู่ที่ 57% ซึ่งนายประพัฒน์มั่นใจว่า ตลาดรวมในอนาคตน่าจะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงหรือเท่ากันที่ 50% ได้แน่นอน

ย้ำอีกด้วยว่า ขณะนี้ดีลิเวอรี่ของไมเนอร์มีส่วนแบ่ง 50% จากกลุ่มแบรนด์เชนที่มีสัดส่วน 43% ของตลาดดีลิเวอรี่

ขณะที่พฤติกรรมหรือแนวโน้มของการใช้บริการฟู้ดดีลิเวอรี่ของคนในกรุงเทพและคนต่างจังหวัดจะมีความแตกต่างและเหมือนกันบ้างในบางประเด็น

โดยคนกรุงเทพฯจะเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องของ ความรวดเร็วในการจัดส่งและคความคุ้มค่าของอาหาร รวมทั้งสุขลักษณะอนามัย ส่วนคนต่างจังหวัดจะเน้นเรื่องของความคุ้มค่าผ่านโปรโมชั่นต่างๆ และค่าบริการที่สมเหตุสมผล

******* ไมเนอร์ จัดทัพลุยหนักดีลิเวอรี่

นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางของดีลิเวอรี่ของไมเนอร์ฟู้ดว่าา บริษัทฯได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตเฉพาะของธุรกิจดีลิเวอรี่ 1112 ไว้มากถึง 10 เท่าภายในปีหน้า(2564) จากปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตถึง 5 เท่า ขณะที่ช่วงโควิดปีนี้เติบโตมากถึง 3 เท่าแล้ว

หากมองเฉพาะช่วงต้นเดือนมกราคมกึงเดือนตุลาคมปีที่แล้วกับปีนี้เทียบกัน จะพบว่า ในส่วนของเดอะพิซซ่าที่เป็นรายได้หลักของเครือ ดีลิเวอรี่โตถึง 55% ส่วนซิซซ์เล่อร์ บริการดีลิเวอรี่พึ่งมาทำปีนี้เพราะสถานการณ์โครวิด-19บีบต้องทำก็เติบโตมากถึง 300% ส่วนแบรนด์บอนชอนดีลิเวอรี่โต 1.9 เท่า

กลยุทธ์หลักๆของไมเนอร์ฟู้ดดำเนินภายใต้คอนเซ็ปท์ โชว์จุดเด่น “แอปพลิเคชัน 1112 ดีลิเวอรี่” ผ่านแนวคิด “ส่งแบบเสิร์ฟ เพิ่มความพิเศษให้ทุกมื้อ” ด้วย 3 แนวทางคือ

1. นำเสนอดีลที่พิเศษและคุ้มค่าน่าสนใจผ่านโปรโมชั่นที่ใหม่ๆและแตกต่าง 2.นำเสนอความหลากหลายของอาหารทั้งในแง่่แบรนด์ใหม่ๆในเครือและนอกเครือ รวมท้ังแคธิกลอรี่อาหารกลุ่มใหม่ๆ 3.ความสะดวกสบาย ที่จะมีบริการจัดส่งภายในรัศมี 8 กิโลเมตร และรวดเร็วเนื่องจากมีร้านอาหารเครือข่ายจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ

“ตอนนี้ไมเนอร์ให้บริการฟู้ดดีลิเวอรี่ได้มากถึง 75 จังหวัดทั่วไทยแล้ว มีเพียง 2 จังหวัดเท่านั้นที่ยีังไม่มีบริการคือ แม่ฮ่องสอนกับนราธิวาส แต่ในอนาคตจะต้องเปิดบรการดีลิเวอรี่แน่นอนเพราะเราก็มีร้านค้าใน2 จังหวัดนี้อยู่แล้ว” นายประพัฒน์ กล่าว

ในแง่ของแบรนด์อาหาร ขณะนี้ไมเนอร์มีทัั้งหมด 9 แบรนด์แล้วที่ร่วมดีลิเวอรี่ผ่านแอพ1112 ของบริษัทเอง ได้แก่ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี บอนชอน เบอร์เกอร์ คิง สเวนเซ่นส์ ซิซซ์เล่อร์ แดรี่ควีน เดอะ คอฟฟี่ คลับ อีกทั้งร่วมมือกับเครือร้านอาหารต่าง ๆ ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ อย่าง เอส แอนด์ พี และ เบรดทอร์ค

รวมไปถึงการเปิดกว่างให้กับแบรนด์อื่นนอกเครือด้วย ที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีกไม่ต่ำกว่การบริหารา 2-3 แบรนด์ เพื่อให้มีความหลากหลายของอาหารตามแผนงานที่วางไว้แต่ก็ต้องขึ้นกับเงื่อนไขที่บริษัทฯวางไว้ด้วยเช่นเรื่องคุณภาพอาหาร และการาบริการ โดยจะมีการหักค่าธรรมเนียมตามที่ตกลงกันไว้

ปัจจุบันสัดส่วนการสั่งอาหารดีลิเวอรี่ของเครือไมเนอร์ของลูกค้า แบ่งออกได้เป็น 3 ช่องทางหลักคือ 1.ผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ สัดส่วน8%, 2.ผ่านเว็บไซต์ สัดส่วน 6% และ 3.ผ่านแอพพลิเคชั่น สัดส่วนมากที่สุด86%

นายปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจเดลิเวอรี่ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แอปพลิเคชัน 1112 ดีลิเวอรี่ ที่เปิดตัวมาประมาณปีเศษได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ อาทิ อินเตอร์เฟสภาพลักษณ์ใหม่ของแอปพลิเคชัน 1112 ดีลิเวอรี่ที่มีความทันสมัยง่ายต่อการใช้งาน ฟีเจอร์การติดต่อกับพนักงานส่งผ่านการแชทหรือโทร ฟีเจอร์การติดตามสถานะการส่งของออเดอร์แบบเรียลไทม์ บริการติดต่อแผนกลูกค้าสัมพันธ์ที่คอยให้บริการตลอดเวลาปฏิบัติการ ลูกค้าสามารถเลือกชำระเงินด้วยเงินสด หรือ บัตรเครดิต บัตรเดบิต ก็ได้โดยปัจจุบันแอปพลิเคชัน 1112 ดีลิเวอรี่พร้อมให้บริการแล้วทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย และยังเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่เหล่าลูกค้าโดยขยายเวลาการให้บริการตั้งแต่ 07.00 – 02.00 น. ของทุกวัน ในเขตพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล

นอกจากนั้นยังมีพีเจอร์ใหม่ที่ให้บริการสั่งอาหารล่วงหน้าได้ก่อนถึง 7 วันซึ่งถือเป็นรายแรกที่ให้บริการแบบนี้ รวมทั้งสำหรับลูกค้าที่ใช้งาน แอปพลิเคชัน 1112 ดีลิเวอรี่ ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้เท่านั้น ยังได้รับโปรโมชั่นฟรีค่าบริการจัดส่งอาหารใน 8 กิโลเมตรแรกเมื่อมียอดใช้จ่ายถึง 400 บาท ลูกค้าใหม่จะได้รับส่วนลด 100 บาทเมื่อมียอดใช้จ่ายถึง 300 บาทต่อออร์เดอร์ รวมถึงยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษจากบรรดาร้านอาหารในเครือให้ลูกค้าได้เลือกอิ่มคุ้มตลอดทุกเดือน ยิ่งไปกว่านั้น ในระยะยาว ไมเนอร์ ฟู้ด คาดว่าจะเปิดลอยัลตี้โปรแกรมสะสมแต้ม เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากสินค้าและบริการ จาก เครือ ไมเนอร์ ในอนาคต

นายปัทม์ กล่าวว่า ขณะนี้ไมเนอร์นได้ตั้งทีมงานใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อเป็นบิสซิเนสยูนิตของดีลิเวอรี่ทุกแบรนด์รวมกัน เพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากเดิมที่แยกกัน

ในส่วนของเดอะพิซซ่าคอมปะนี มีไรเดอร์ประมาณ 3,000 ราย และเคยเพิ่มมากถึง 6,000 รายมาแล้วในช่วงที่พีคสุดๆตามโปรโมชั่นที่ทำ นอกนั้นก็ยังมีไรเดอร์ของผู้ให้บริการอัลกริเกเตอร์อื่นๆอีกมาก ที่เป็นพาร์ตเนอร์กัน

*** กลุ่มเซ็นคาดดีลิเวอรี่ปีนี้ทำได้ 200 ล้านบาท

นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่ที่บริหาร กลุ่มบริษัท เซ็น กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นในปีนี้ ทำให้วงการอาหารต้องมีการปรับตัวกันอย่างมาก ที่ต้องหันมาให้บริการดีลิเวอรี่กันทั้งหมด เนื่องจากการล็อกดาวน์ที่่ผ่านมา รวมทั้งการที่ต้องรักษาระยะห่างและความกลัวเรื่องการาติดเชื้อเมื่อออกนอกบ้าน

ในส่วนของเซ์็นกรุ๊ปเองนั้น บริการดีลิเวอรี่ก็มีการเติบโตอย่างมาเช่่นกัน โดยเฉพาะแบรนด์ เขียง ที่เป็นแบรนด์ สตรีทฟู้ดแบรนด์ใหม่ของกลุ่มที่เปิดตัวมาเมื่อประมาณปีเศษที่ผ่านมาเป็นอาหาราตามสั่ง รวมท้งแบรนด์เดิมที่บริการดีลิเวอรี่ก็เติบโตมากเช่นกัน

นายบุญยง กล่าวว่า คาดว่าป2563นี้สีดส่วนรายได้จากดีลิเวอรี่ของกลุ่มเซ็นจะมีประมาณ 10% จากรายได้รวมหรือมีรายได้ดีลิเวอรี่ประมาณ 200 ล้านบาทแน่นอน เพิ่มจากปีที่แล้วที่มีสัดส่วนเพียง 3% เท่านั้น โดยที่ทางเซ็นทำเองด้วยและมีพาร์ทเนอร์ด้วยอย่างเช่้นเก๊ท ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า เป็นต้น

*** โออิชิปรับเว๊บไซต์ดีลิเวอรี่ใหม่

สำหรับค่ายใหญ่อีกรายคือ โออิชิ ก็ได้ปรับรูปแบบ“โออิชิ เดลิเวอรี่” ปรับโฉมเว็บไซต์ใหม่

โดยยกร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ 10 แบรนด์ดังมารวมไว้ในที่เดียว เอำนวยความสะดวกคนรักอาหารญี่ปุ่น สายโซเชียล อย่างเต็มที่ สำหรับ “โออิชิ เดลิเวอรี่” (OISHI Delivery) ล่าสุดลุยปรับโฉมและเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ OISHIDELIVERY.COM พร้อมยกทัพร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ จัดหนัก 10 แบรนด์ดัง ประกอบด้วย (1) โออิชิ แกรนด์ (2) โออิชิ อีทเทอเรียม (3) โออิชิ บุฟเฟต์ (4) นิกุยะ (5) ชาบูชิ (6) โฮว ยู (7) โออิชิ ราเมน (8) คาคาชิ (9) โอโยกิ และ (10) โออิชิ คิทเช่น มารวมไว้ในที่เดียว

เลือกร้านที่ชอบ แล้วสั่งเลย…เมนูที่ใช่ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเมนูอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมประเภทต่าง ๆ อาทิ ซูชิ มากิ ราเมน ดงบุริ ชาบู-ชาบู สุกี้ยากี้ ฯลฯ หรือแม้แต่เฮลธ์ตี้ มีล เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ (เมนูพิเศษของ โออิชิ คิทเช่น) และเมนูเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น อร่อยเข้มข้น ระดับพรีเมียม (เมนูพิเศษของ โอโยกิ) จัดเต็มรวมแล้วกว่า 300 รายการ พร้อมส่งตรงถึงบ้านแล้ววันนี้

สะดวก สั่งง่าย 5 ขั้นตอน ดังนี้ (1) เลือกสถานที่จัดส่ง (โดยปักหมุดในแผนที่) (2) เลือกแบรนด์/ร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการ (3) เลือกเมนูอาหารและกดสั่ง (จำนวนและเมนูอาหารอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่สาขา) (4) เลือกชำระเงินด้วยบัตรเครดิต/เดบิต หรือเงินสด และขั้นตอนสุดท้าย (5) รอรับอาหาร

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ