ชาวเน็ตตั้งคำถาม หนังสือเรียนไทย สอนเรื่อง ชนชั้นทางสังคม ต่างจากสากล
ชาวเน็ตตั้งคำถาม หลังจากเจอ หนังสือเรียนเล่มหนึ่ง ที่สอนเรื่อง ชนชั้นทางสังคม แต่กลับอธิบายเรื่องชนชั้นทางสังคม แตกต่างจากความเข้าใจโดยทั่วไปของสากล
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2563 ในโซเชียลมีเดียมีการแชร์รูปภาพเนื้อหาของหนังสือเรียนเล่มหนึ่ง ซึ่งมีหัวข้อเกี่ยวกับ ชนชั้นทางสังคม
" โดยมีการบรรยายในหนังสือว่า สังคมไทยมีลักษณะเป็นโครงสร้างแบบชนชั้น โครงสร้างสังคมไทยแบบชนชั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ หรือตั้งแต่สมัยศักดินา และยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามสังคมสมัยใหม่ ในสมัยศักดินาแบ่งชนชั้นในสังคมเป็น 3 ชั้น คือ เจ้านายและขุนนาง ชนชั้นไพร่ (หรือสามัญชน) และชนชั้นทาส
แต่ในปัจจุบันนักสังคมวิทยาได้แบ่งเป็นชนชั้นใหญ่ ๆ คือ ชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง และชนชั้นล่าง ในแต่ละชนชั้นยังแบ่งย่อยได้อีก คือ 1.ชนชั้นสูงสุด ได้แก่ พระบรมวงศานุวงศ์ 2.ชนชั้นสูง ได้แก่ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องคมนตรี และ รัฐบุรุษ "
โดยรูปภาพดังกล่าว มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ในโลกสากล ความเข้าใจโดยทั่วไปในเรื่อง ชนชั้นทางสังคม ในปัจจุบัน มีลักษณะที่เป็นระบบ“ เปิด” ซึ่งหมายความว่า คนมีโอกาสที่จะเลื่อนลำดับชั้นทางสังคมขึ้นหรือลงได้ ถึงแม้จะดูเรียบง่าย แต่ในความจริงการเลื่อนลำดับชนชั้นทางสังคมนั้นถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก อย่างไรก็ตามนักสังคมวิทยาตระหนักดีว่า การแบ่งชั้นทางสังคมเป็นระบบที่ทำให้เห็นความไม่เท่าเทียมกันอย่างชัดเจน
The Bookworm
ในอดีตสังคมบนโลกอาจแบ่งชนชั้น จากศักดินา แต่ปัจจุบัน ในโลกสากล มีการแบ่งลำดับชั้นทางสังคมจากระบบเศรษฐกิจ โดยพิจารณาจากความมั่งคั่ง การศึกษา อาชีพ ฯลฯ ขณะเดียวกัน นักสังคมวิทยา พยายามหาทางที่จะลดเงื่อนไขในการเลื่อนลำดับชั้นทางสังคม เนื่องจากคนในสังคม เกิดมาพร้อมกับทุนในชีวิตที่แตกต่างกัน คนที่มีฐานะไม่ดี อาจไม่สามารถเข้าถึงโอกาสในด้านต่าง ๆ ของชีวิต และไม่สามารถขยับชนชั้นทางสังคมได้ ขณะที่คนมีฐานะหรือเกิดในตระกูลที่ร่ำรวยอาจไม่จำเป็นต้องขวนขวายมากมายแต่ก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี กล่าวคือ แม้จะมีลำดับชั้นทางสังคมที่ต่างกัน แต่คนในสังคมควรมีโอกาสใกล้เคียงกันในการเข้าถึงชีวิตขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ
กล่าวได้ว่า ลำดับชั้นทางสังคมเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงการกระจายตัวของทรัพยากรของแต่ละสังคม การพยายามสร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้นทั่วโลกจึงถือเป็นจุดมุ่งหมายเชิงอุดมคติของโลกสากล ในทางเดียวกัน การมีอยู่ของศักดินา และ ระบบอุปถัมภ์ เป็นสิ่งที่ควรนำออกจากสังคม เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขยายให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำกว้างขึ้น จึงทำให้การเลื่อนลำดับชั้นทางสังคมเป็นไปได้ยากขึ้นนั่นเอง
Social Inequality