โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่! พบยารักษาวัณโรคโอกาสหาย 9 ใน 10

AFP

เผยแพร่ 23 ต.ค. 2561 เวลา 04.39 น. • Narueporn Anan
AFP/File / ANNE-CHRISTINE POUJOULAT ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเผยว่าวัณโรคเป็นสาเหตุทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิตไปอย่างน้อย 1.7 ล้านคนในปี 2560

การรักษาวัณโรคดื้อยาแบบใหม่ประสบความสำเร็จ ผู้ป่วยหายมากกว่าร้อยละ 90 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรักษาโรคที่ทำให้คนนับล้านทั่วโลกเสียชีวิต

คณะแพทย์ในประเทศเบลารุส ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราวัณโรคดื้อยาหลายขนาน (multidrug-resistant tuberculosis) มากที่สุดในโลก ได้ทำการทดลองรักษาผู้ป่วยด้วยยาบีดาควิไลน์ซึ่งเป็นยาตัวใหม่ ร่วมกับยาปฏิชีวนะอื่น ๆ อยู่นานหลายเดือน และผลการทดลองก็น่าประทับใจอย่างมากเพราะผู้ป่วย 168 คนจากทั้งหมด 181 คนที่ได้รับยานั้นหายขาดจากวัณโรค ขณะที่องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าในขณะนี้มีผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานเพียงร้อยละ 55 เท่านั้นที่หายหลังรับการรักษา

โดยการทดลองรักษาในประเทศเบลารุสที่มีอัตราประสบความสำเร็จสูงถึงร้อยละ 93 นี้ เป็นการทดลองใช้ยาบีดาควิไลน์ เหมือนอย่างเช่นการทดลองที่เคยทำแล้วในประเทศอื่น ๆ ในยุโรปตะวันออก แอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพอลลา ฟูจิวารา ผู้อำนวยการวิทยาศาสตร์จากสหภาพนานาชาติต่อต้านวัณโรคและโรคปอด (The International Union Against Tuberculosis and Lung Disease) กล่าวว่าผลการทดลองนี้ยืนยันว่ายาที่ใหม่อย่างบีดาควิไลน์ สามารถรักษาและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นวัณโรคหลายขนานและวัณโรคดื้อยาชนิดรุนแรง (extremely drug-resistant tuberculosis) ได้

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเผยว่าวัณโรคเป็นสาเหตุทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิตไปอย่างน้อย 1.7 ล้านคนในปี 2560 ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงจนวัณโรคกลายเป็นโรคติดต่อที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก แต่ถึงอย่างนั้น การวิจัยเกี่ยวกับวัณโรคกลับได้รับการสนับสนุนเพียงน้อยนิด

วัณโรคดื้อยาหลายขนานไม่ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 2 ตัวที่ใช้รักษาอย่างแพร่หลายมากที่สุด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเชื้อดื้อยาแพร่ไปทั่วโลกเพราะจัดการรับมือกับวัณโรคได้ไม่ดี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...