โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบี้ยประกันชีวิต Q1/63 โต 1% "SCBLIFE" มาแรงขึ้น "อันดับ2"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 พ.ค. 2563 เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2563 เวลา 06.15 น.

สมาคมประกันชีวิตเปิดตัวเลขเบี้ยรับไตรมาสแรกปี”63 โต 1% ตะลึง “SCBLIFE” เบี้ยปีแรกโตพรวดกว่า 200% หนุนทั้งระบบเป็นบวก แถมขึ้นแท่นเจ้าตลาดเบอร์ 2 มาร์เก็ตแชร์เป็นรองแค่ AIA ฟากวงในธุรกิจหวั่นแค่ “ภาพลวงตา” เหตุตัวเลขยังไม่สะท้อนผลกระทบโควิด-19 แถมโตโดดเด่นรายเดียว คาดเบี้ยเดือน เม.ย.ภาพรวมพลิกกลับมาติดลบ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) รายงานข้อมูลเบี้ยประกันชีวิตของช่วงไตรมาสแรกปี 2563 (ม.ค.-มี.ค.) พบว่า ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยรับรวมทั้งระบบอยู่ที่ 149,970.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ 148,583.7 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ (new business premium) จำนวน 41,287.3 ล้านบาท เติบโต 8.62% แยกเป็นเบี้ยประกันรับปีแรก 27,601.1 ล้านบาท เติบโต 17% และเบี้ยประกันรับจ่ายครั้งเดียว 13,686.2 ล้านบาท ลดลง 6% ส่วนเบี้ยประกันปีต่อไป (renewal year premium) จำนวน 108,683.6 ล้านบาท หดตัวลง1.71% ซึ่งมีอัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตประมาณ 81%

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาไส้ในของแต่ละบริษัท พบว่า แรงหนุนต่อเบี้ยประกันรับปีแรกที่พลิกให้เบี้ยทั้งระบบกลับมาเติบโตเป็นบวกได้ถึง 17% ในไตรมาสแรก หลังจากปีก่อนติดลบ 4% นั้น มาจากเบี้ยรับปีแรกของ บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต (SCBLIFE) ซึ่งมีเบี้ยรับสูงถึง 5,245.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 215% จากระดับ 1,664.9 ล้านบาท ซึ่งเบี้ยปีแรกของ SCBLIFE กระโดดขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของตลาด รองจากบริษัท เอไอเอ จำกัด ที่มีเบี้ยรับปีแรกจำนวน 6,002 ล้านบาท เติบโต 15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยข้อมูลเบี้ยรับรวมล่าสุด พบว่า 10 อันดับบริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยรับรวมมากที่สุด ได้แก่ 1.บริษัท เอไอเอ (AIA) เบี้ยรับรวม 33,285.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 22.19% 2.บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) เบี้ยรับรวม 21,118.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 14.08% 3.บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เบี้ยรับรวม 17,125.94 ล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 11.42%

4.บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต (SCBLIFE) เบี้ยรับรวม 16,526.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 11.02% 5.บมจ.กรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิต (KTAL) เบี้ยรับรวม 15,195.70 ล้านบาท ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 10.13% 6.บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) เบี้ยรับรวม 10,056.92 ล้านบาท ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 6.71% 7.บมจ.อลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิต (AZAY) เบี้ยรับรวม 7,899.51 ล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 5.27%

8.บมจ.เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต (FWD) เบี้ยรับรวม 7,536.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 5.03% 9.บมจ.พรูเด็นเชียลประกันชีวิต (PLT) เบี้ยรับรวม 6,092.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 4.06% และ 10.บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต (OLIC) เบี้ยรับรวม 3,687.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองมาร์เก็ตแชร์ 2.46%

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ตัวเลขเบี้ยรับรวมที่เติบโตเป็นบวกในไตรมาสแรก อาจจะยังเป็นแค่ภาพลวงตา สำหรับธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้ เพราะไม่สามารถอธิบายผลกระทบของการระบาดโควิด-19 ได้ชัดเจนนัก เนื่องจากเป็นตัวเลขที่สิ้นสุดเพียงเดือน มี.ค. โดยยังต้องรอดูตัวเลขเดือน เม.ย.ออกมาก่อนด้วย ซึ่งคาดว่าจะเห็นเบี้ยประกันชีวิตกลับมาติดลบแน่นอน

“หากดูในไส้ในของเบี้ยไตรมาสแรกจริง ๆ จะพบว่า มีเพียงบริษัทเดียวที่เติบโตพุ่งแรง คือ SCBLIFE ดังนั้นภาพการเติบโตอาจจะหลอกตลาดอยู่ เพราะเบี้ยซิงเกิลพรีเมี่ยมและเบี้ยประกันปีต่อ ทั้งระบบก็ยังติดลบ” แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ขายหุ้น SCBLIFE ที่ถืออยู่กว่า 65.97 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 99.20% ให้กับกลุ่มบริษัทเอฟดับบลิวดี (FWD Group) ของนายริชาร์ด ลี มหาเศรษฐีชาวฮ่องกง เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา พร้อมทำสัญญาผูกขาดแบบ exclusive ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันซ์) ด้วย

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ธนาคารไทยพาณิชย์รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ว่า มีรายได้จากธุรกิจขายประกันผ่านธนาคารเพิ่มขึ้น 5 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 3,159 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากความร่วมมือกับกลุ่มเอฟดับบลิวดี ในการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต

แหล่งข่าวระดับสูงในวงการประกันชีวิตรายหนึ่ง กล่าวว่า การเติบโตของ SCBLIFE คงมาจากยอดขายประกันออมทรัพย์เป็นหลัก เนื่องจากเป็นพอร์ตใหญ่ที่สุด ที่ขายผ่านธนาคารไทยพาณิชย์(SCB) และตัวแทนบางส่วนที่มีอยู่ เนื่องจากในภาวะอัตราดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก จึงคาดคะเนว่า SCBLIFE กำลังทำ Repricing โปรดักต์ใหม่ให้สอดรับกับดอกเบี้ยที่ต่ำลง ก่อนจะปิดการขายแบบเก่าก็เป็นไปได้ว่าสินค้าประเภทออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ อาจจะมีการทิ้งทวนขายและทำให้จำนวนเบี้ยเข้ามามาก

ด้านนายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBLIFE ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงต้นปี 63 ว่า ในอดีตบริษัทค่อนข้างโฟกัสพอร์ตประกัมออมทรัพย์เป็นหลัก ปัจจุบันมีพอร์ตดังกล่าวสูงกว่า 90% ซึ่งทั้งหมดขายผ่านแบงก์ ฉะนั้นปัจจัยสำคัญคือต้องเร่งปรับพอร์ตสินค้าเน้นไปขายสินค้าความครองชีวิต ประกันสุขภาพ วางแผนมรดกหรือการศึกษาบุตร และการวางแผนเกษียณอายุ ซึ่งขณะนี้ได้เข้าไปบุกในเส้นทางการดูแลวางแผนทางการเงินของลูกค้าในการซื้อประกันชีวิต โดยเฉพาะการวางแผนการศึกษาของเด็กๆ ให้แต่ละครอบครัววางแผนทางการเงินการศึกษาให้เหมาะสม

“เป้าหมายที่จะลดพอร์ตประกันออมทรัพย์ในปีนี้ เราอยากจะให้เป็นลักษณะของเข็มตีกลับข้าง คือ พอร์ตโปรเทคชั่นเพิ่มสูงขึ้นมากๆ ซึ่งการแบกต้นทุนพอร์ตออมทรัพย์ตรงนี้เชื่อว่าจะจัดการได้ เนื่องจากค่อนข้างมีความชำนาญในการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้ได้ยกเลิกแบบออมทรัพย์ไปแล้วบ้าง และปีนี้ก็ยังอยู่ในกระบวนการ คาดว่าสัก 6-12 เดือนน่าจะได้เห็นรายละเอียด ” นายเดวิดกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...