โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาทำความรู้จักกับผ้าอนามัย ทำไมผู้หญิงทุกคนต้องใช้

Mango Zero

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 12.02 น. • Mango Zero

เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลาของการเป็นประจำเดือน หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าเม็น ที่นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยผู้ใหญ่แล้ว ยังสามารถบ่งบอกได้ถึงความผิดปกติของมดลูก และการตั้งครรภ์ได้อีกด้วย

และทุกๆ ครั้งที่มีประจำเดือน ก็ต้องมีอุปกรณ์ซัพพอร์ตอย่าง “ผ้าอนามัย” แม้จะเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นกับผู้หญิงทุกคน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาของผ้าอนามัยในทุกวันนี้มีราคาค่อนข้างสูง จึงยังเป็นที่ถกเถียงถึงความเหมาะสมของราคากับการใช้งานในปัจจุบัน วันนี้เราจะพาไปดูถึงความแตกต่างของผ้าอนามัยชนิดต่างๆ หากไม่ต้องใช้ผ้าอนามัย จะสามารถใช้อย่างอื่นได้หรือไม่

ผ้าอนามัยในอดีต มาจากผ้าซับเลือดในสนามรบ

ก่อนที่จะมีผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยอย่างทุกวันนี้ ผู้หญิงในสมัยก่อนใช้เศษผ้า ผ้าฝ้าย หรือแม้กระทั่งขนสัตว์และหญ้ามาตลอด จนกระทั่งได้มีพยาบาลคนหนึ่งคิดค้นผ้าพันแผลจากเยื่อกระดาษ ที่สามารถซับเลือดจำนวนมากสำหรับใช้ในสงคราม มีพ่อค้าหัวใสได้ยืมความคิดนี้ไปทำเป็นแผ่นอนามัย ตั้งชื่อว่า “Southball”

ต่อมาจอห์นสัน แอนด์ จอห์สัน บริษัทในสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเป็นรุ่นของตนเอง ตั้งชื่อว่า Lister’s Towel ผ้าอนามัยสำหรับผู้หญิง แต่เหล่าสุภาพสตรีเขินอายเกินกว่าที่จะต้องพูดชื่อขณะซื้อ จึงทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นเป็น Nupak และไม่ใส่ข้อมูลใดๆ ลงไปแทน

ถึงแม้จะมีผ้าอนามัยจำหน่ายแล้วในตอนนั้น หลายคนก็ยังเลือกที่จะใช้วิถีดั้งเดิมอยู่ เนื่องจากผ้าอนามัยถือเป็นสินค้าที่มีราคาสูง และหากมีเงินซื้อ ก็จะใช้วิธีการซื้อโดยการวางเงินลงบนกล่องโดยไม่ได้เอ่ยปากอะไร ใช้เวลานานนับหลายปีกว่าการซื้อผ้าอนามัยจะเป็นเรื่องปกติ

ทำไมถึงต้องใช้ผ้าอนามัย

การเกิดประจำเดือน เป็นหนึ่งในกระบวนการสืบพันธุ์ของผู้หญิงที่เกิดขึ้นในทุกๆเดือน แสดงถึงความพร้อมสำหรับการฝังตัวของไข่ที่ปฏิสนธิแล้ว ซึ่งถ้าหากไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ไข่จะฝ่อไปพร้อมกับเยื่อบุมดลูกที่หลุดลอกออกจากผนังมดลูก และขับออกมาทางช่องคลอดกลายเป็นเลือดประจำเดือนนั่นเอง กินระยะเวลาประมาณ 3-7 วันในแต่ละเดือน

เมื่อมีแผล ก็ต้องแปะพลาสเตอร์ป้องกันเชื้อโรค การทำงานของผ้าอนามัยก็เช่นเดียวกัน นอกจากจะเป็นการซับเลือดไม่ให้เปื้อนเสื้อผ้าขณะทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เพราะในช่วงรอบเดือน เป็นช่วงที่สามารถติดเชื้อทางช่องคลอดได้ง่าย และบางชนิดยังมีฟังก์ชันดับกลิ่นเลือดได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ในประเทศไทย ผ้าอนามัยถือว่าเป็นเครื่องสำอางควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2535

ความแตกต่างของแต่ละแบบ

เพราะสรีระของผู้หญิงนั้นไม่เหมือนกันทั้งภายในและภายนอก จึงต้องมีผ้าอนามัยหลายแบบออกมารองรับความต้องการของทุกๆ คน

  • ขนาด : มีตั้งแต่แผ่นอนามัยขนาดบางและเล็ก เพื่อรองรับประจำเดือนในช่วงวันหลังๆ ที่ใกล้หมดแล้ว ไปจนถึงแบบใหญ่ และยาว สำหรับคนที่ประจำเดือนมามาก หรือมาในวันแรกๆ

  • กลางวันกลางคืน : แบบกลางวัน จะมีขนาดสั้นกว่าแบบกลางคืน เพราะเน้นใหได้การเคลื่นไหวที่คล่องตัว ขณะที่แบบกลางคืนนั้นจะมีขนาดยาวเป็นพิเศษ และซึมซับได้เยอะ ป้องกันการซึมเปื้อนขณะนอน

  • มีปีก ไม่มีปีก : แบบมีปีกจะสามารถป้องกันการซึมเปื้อนได้มากกว่า และยึดเกาะกับกางเกงในได้มากกว่าแบบไม่มีปีก

  • แบบอื่นๆ

  • แบบเย็น : เมื่อใส่แล้วจะให้ความรู้สึกเย็นสบาย หากนึกไม่ออกให้นึกถึงตอนทาแป้งเย็น

    • แบบผสมน้ำหอม : สำหรับคนที่ไม่มั่นใจก็สามารเลือกแบบผสมน้ำหอมได้ แต่ต้องระวังแพ้ เพราะมีความบอบบางไม่แพ้ผิวหน้าเราเลยทีเดียว

ทางเลือกอื่นของผ้าอนามัย

ผ้าอนามัยไม่ได้มีแต่แบบเป็นแผ่นเท่านั้น แต่ยังมีแบบอื่นๆ ตามแต่ความถนัดและกิจกรรมที่ต้องทำในวันนั้นๆ

  • แบบสอด มีลักษณะเป็นแท่งสำลีอัดแข็ง และมีเชือกอยู่ที่ปลาย ใช้สำหรับสอดเข้าไปภายในช่องคลอด จึงสามารถเก็บประจำเดือนได้ดี สามารถว่ายน้ำได้
  • แบบถ้วย กำลังเป็นที่พูดถึงในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นกรวยพลาสติก ใช้พับและใส่ในช่องคลอดได้นานถึง12 ชั่วโมง ทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าและสบู่ตามปกติ
  • แบบผ้า สำหรับซัก เนื่องจากผ้าอนามัยเป็นสินค้าที่มีบางส่วนทำมาจากพลาสติก จึงมีการผลิตผ้าอนามัยรักษ์โลกด้วยการทำแบบผ้า ที่สามารถซักได้ก่อนนำมาใช้ครั้งต่อไป

เพื่อสุขอนามัยที่ดี ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 2- 4 ชั่วโมง และเปลี่ยนยี่ห้อเมื่อพบว่ามีอาการแพ้ ที่สำคัญ ผู้หญิงทุกคนต้องผ่านการมีประจำเดือนทุกคน เพราะประจำเดือนไม่สามารถหยุดมีได้ นอกจากในกรณีของการตั้งครรภ์ หรือการเข้าสู่ช่วงวัยทองเท่านั้น ดังนั้นหากพบว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือนควรพบแพทย์ทันที

ที่มา Femmeinternational 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...