โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ไทยแอร์เอเชีย"ลุยF&B ผนึกเชนดัง-ปั้นเมนูฮิต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ต.ค. 2562 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 03.03 น.

“ไทยแอร์เอเชีย” ปักหมุดกลยุทธ์หมุนเวียนอาหาร เปิดเมนูใหม่เอาใจผู้โดยสารทุกไตรมาส ปลื้มชานมไข่มุกขายดีโตทะลุ 460% ยันเป้าปีนี้เติบโต 20% เตรียมจับมือเชนอาหารคาวไทย-เทศ ดันรายการยอดฮิตขึ้นพรีบุ๊กกิ้งรับดีมานด์ผู้โดยสาร

นางสาวอรอนงค์ เมธาพิพัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าและบริการบนเครื่องบิน สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า สายการบินเล็งเห็นว่ารายได้จากบริการเสริมต่าง ๆ เป็นส่วนสำคัญของการผลักดันรายได้โดยรวมให้กับสายการบิน โดยปัจจุบันรายได้เสริมต่าง ๆ คิดเป็นกว่า 19% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายสินค้าบนเครื่องบินซึ่งหมายรวมถึงสินค้าที่ระลึก สินค้าดิวตี้ฟรี อาหาร และเครื่องดื่มประมาณ 7% จากรายได้กว่า 4 หมื่นล้านบาทของบริษัท

ไทยแอร์เอเชียจึงเลือกใช้กลยุทธ์หมุนเวียนเมนูอาหารในทุกไตรมาสตามคอนเซ็ปต์พิเศษที่แตกต่างกัน เพื่อนำเสนอตัวเลือกใหม่ให้กับผู้โดยสาร โดยในปี 2562 ที่ผ่านมาสายการบินได้นำเสนอเมนูใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารดีเยี่ยมอย่างชานมไข่มุกสูตรเฉพาะของสายการบินและชีสเค้กหน้าไหม้จากแบรนด์อาฟเตอร์ยู โดยชานมไข่มุกมียอดขายประมาณ 26,000 แก้วต่อเดือนหรือเติบโตกว่า 460% เมื่อเทียบยอดขายของเครื่องดื่มรสหวานที่มียอดขายเฉลี่ย 2,000-4,000 แก้วต่อเดือน

จากผลตอบรับดังกล่าวทำให้พบว่าสินค้าใหม่ ๆ ที่แตกต่างได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดี ดังนั้นสายการบินจึงเตรียมที่จะผลัดเปลี่ยนเมนูใหม่ ๆ มานำเสนอให้กับลูกค้าเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้หรือในเดือนตุลาคม-ธันวาคมที่จะถึงนี้มีแผนนำเสนอเมนูอาหารภายใต้แนวคิด “ไทย สตรีท ฟู้ด” 3 เมนู ได้แก่ ผัดไทยสูตรโบราณห่อไข่, อาฟเตอร์ยูขนมปังสังขยาไข่เค็ม และช็อกโกแลต

โดยคาดการณ์ว่าอาหารคาวและหวานทั้ง 2 ชนิดจะมียอดขายประมาณ 3,000-4,000 กล่องต่อเดือน ขณะที่ชาไทยไข่มุกบุกตั้งเป้าทำยอดขายใกล้เคียงกับชานมไข่มุกหรือวางเป้าหมายไว้ที่ 25,000 แก้วต่อเดือนในไตรมาส 4 นี้ โดยเชื่อว่าเมนูใหม่ทั้ง 3 เมนูที่ตอบโจทย์รสชาติของทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ รวมถึงมีราคาจับต้องได้จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าโดยการนำเมนูยอดนิยมขึ้นสู่พื้นที่จองอาหารล่วงหน้า เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเลือกจองอาหารได้ก่อนและไม่ต้องลุ้นว่าจะได้รับประทานหรือไม่ในเที่ยวบินนี้

อย่างไรก็ตามแม้จะมียอดขายเมนูใหม่บนเครื่องบินในปีนี้สูงทะลุเป้าหมายที่วางไว้ แต่คาดว่ารายได้จากอาหารและเครื่องดื่มในปีนี้จะเติบโตประมาณ 20% เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าปีก่อนที่เติบโต 29% สาเหตุมาจากจำนวนผู้โดยสารจากตั๋วภาครัฐที่จะมีการจองอาหารรวมไปในตั๋วด้วย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของรายได้ค่าอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดมีการชะลอตัว 4 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน-กรกฎาคมที่ผ่านมา

นางสาวอรอนงค์กล่าวว่า สำหรับในปี 2563 ไทยแอร์เอเชียตั้งเป้าที่จะทำรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มเติบโตประมาณ 20% เช่นเดียวกับปีนี้ พร้อมเตรียมจับมือพันธมิตรแบรนด์อาหารคาวชื่อดัง 2 ราย ทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งจะทยอยเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 4 ของปีหน้า เพื่อนำเสนออาหารเมนูใหม่ ๆ ให้กับผู้โดยสารบนเครื่องต่อไป

“เที่ยวบินกว่า 70% จากกว่า 370 เที่ยวบินต่อวันของไทยแอร์เอเชียเป็นเที่ยวบินในประเทศที่มีระยะเวลาการเดินทางสั้น ผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงไม่ต้องการทานอาหารมื้อหนักบนเครื่อง ไทยแอร์เอเชียจึงนำตรงนี้มาแก้โจทย์ เสนอเมนูอาหารที่ตื่นตาตื่นใจและไม่สามารถหาทานได้จากข้างล่าง พร้อมปรับปรุงรสชาติให้อร่อยและมีราคาจับต้องได้ เพื่อเปลี่ยนมุมมองของผู้โดยสารต่ออาหารบนเที่ยวบินและกระตุ้นให้ผู้โดยสารเลือกจับจ่ายอาหารในเที่ยวบินเพิ่มเติมอีก” นางสาวอรอนงค์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...