โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ทันปัญหา Gen Z เป็นเรื่องง่าย ๆ แค่เข้าใจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ธ.ค. 2562 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 06.23 น.
แฟ้มภาพ

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์ โดย ดร.ธิติมา ไชยมงคล

ในยุคดิจิทัล สิ่งต่าง ๆ บนโลกกำลังถูกเปลี่ยนแปลงรูปแบบ วิธีการ จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มคน Gen Z กับปัญหาการลาออกจากงาน ที่ในอนาคตมีแนวโน้มจะสูงยิ่งขึ้นหลายเท่าตัว

สำหรับกลุ่ม Gen Z คือ กลุ่มประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 10-24 ปี เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2538-2552 เติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่อยู่แวดล้อมรอบตัว มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เรียนรู้ได้รวดเร็ว และอยู่กับสื่อดิจิทัลโดยกำเนิด ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งในประเทศไทยมีจำนวนประชากรกลุ่มนี้ราว ๆ เกือบ 13 ล้านคน แบ่งเป็นหญิง 48% และชาย 52% อีกทั้งกลุ่มนี้ก็กำลังเข้ามาสู่วัยแรงงาน (first jobber) และคาดการณ์กันว่า ภายในปี 2020 คน Gen Z จะมาเป็นกำลังหลักในตลาดแรงงานของประเทศกว่า 20%

ฉะนั้น ผู้ประกอบการหรือองค์กรต่าง ๆ จะมองข้ามเรื่องแรงงานรุ่นใหม่ไปไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเว็บไซต์รับสมัครงานชื่อดังพบว่า Gen Z เป็นกลุ่มคนที่มีแผนจะเปลี่ยนงานภายในระยะเวลาอันใกล้มากที่สุดคือ 1-3 เดือน คิดเป็น 31.82% ในขณะที่คนทำงาน Gen X และ Gen Y มีทิศทางเหมือนกันคือ มีแผนจะเปลี่ยนงาน แต่ยังไม่มีกำหนดชัดเจน ด้วยลักษณะนิสัยของคน Gen Z เกิดและเติบโตในยุคที่เศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟู มีนิสัยที่ชอบเก็บเงิน สนใจในการลงทุน ชอบที่จะเรียนรู้จากการลงมือทำด้วยตัวเอง และคน Gen Z หนึ่งคน จะทำหน้าที่ที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งมีความมั่นใจในความคิดตัวเองสูง และกล้าที่จะแสดงออก มีคำถามที่ต้องการการอธิบายถึงเหตุผล และหลักการ

แล้วจะต้องทำอย่างไร ถึงเข้าใจและสามารถแก้ไขได้ ?

ในฐานะที่ดิฉันเป็นนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท RESEARCHER THAILAND เคยทำการศึกษา และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ผ่านงานวิจัยระดับคุณภาพให้กับองค์กรภาครัฐ และเอกชนมาแล้วมากมาย เพื่อให้ผู้นำองค์กรได้ข้อมูล และแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด ถึงปัญหาทรัพยากรมนุษย์ในยุค 4.0

ตอนนี้ปัญหาคือ คนทำงานยุค Gen Z มีการเปลี่ยนงานในระยะเวลาอันสั้นมาก มีการย้ายงานสูง ซึ่งตามปกติแล้ว อัตราการลาออกขององค์กรและบริษัทต่าง ๆ ในเมืองไทยจะอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ระยะหลังที่ Gen Z ก้าวเข้าสู่วัยทำงานอย่างแท้จริง ทำให้ตัวเลขเหล่านี้กระโดดไปอยู่ที่ 12-15 เปอร์เซ็นต์ เพราะกลุ่ม Gen Z เติบโตอยู่ในยุคของดิจิทัล และไอที ซึ่งปัจจัยที่มีผลทำให้กลุ่มนี้เปลี่ยนงานบ่อย ได้แก่ ความต้องการรายได้ที่สูงขึ้น ไม่พอใจกับสวัสดิการ ต้องการความก้าวหน้าในสายงาน และคาดหวังที่จะได้ทำงานตรงตามทักษะ และความสนใจ

ตรงนี้ถือเป็นปัญหาในระดับประเทศ โดยเฉพาะกับธุรกิจ SMEs เห็นได้จากกรณีศึกษาที่น่าสนใจของบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง ที่ต้องประสบปัญหาดังกล่าว ทำให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายไปนับหลายล้านบาท และดิฉันได้เข้าไปศึกษาเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา และช่วยให้บริษัทค้นพบคำตอบ

บริษัทแห่งนี้สัญชาติญี่ปุ่น มีอัตราการลาออกที่สูงขึ้น จากเดิมอยู่ที่ 10-12 เปอร์เซ็นต์ แต่อยู่ดี ๆ ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ขยับขึ้นไปถึง 15-20 เปอร์เซ็นต์ ทางบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น เริ่มรู้สึกว่านี่เป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน และต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์เข้ามาดูแลและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ซึ่งสิ่งแรกที่ดิฉันทำคือ การเริ่มต้นเข้าไปพูดคุย พร้อมประชุมกับบุคลากรในองค์กร เพื่อเป็นการวิเคราะห์บริบทของปัญหาเบื้องต้นก่อน

จากนั้นจึงลงลึกในการสัมภาษณ์หาข้อมูลเลย ซึ่งใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ โดยดิฉันให้แนวทางกับทางบริษัทไปว่าต้องการแบ่งพนักงานออกเป็นกลุ่ม เรียงตามระยะเวลาการทำงานในบริษัท เริ่มตั้งแต่ 1-3 ปี 4-6 ปี  7-10 ปี 10-12 ปี และ 12 ปีขึ้นไป กลุ่มละสามคน รวมจำนวนทั้งสิ้น 15 คน เพื่อมาสัมภาษณ์พูดคุยกันทีละคน และได้คำตอบทั้งหมดภายในระยะเวลา 2 อาทิตย์เท่านั้น

โดยคำตอบที่ได้จากการวิเคราะห์การสัมภาษณ์พูดคุยครั้งนี้ พบปัญหาที่เกิดขึ้นอันดับหนึ่ง คือ เรื่องผลตอบแทน ตามมาด้วยเรื่องการที่คนยุคใหม่เข้ามาทำงานแล้วได้รับผลตอบแทนสูง หรือแซงหน้าคนเก่า

ทั้งนี้ ในส่วนของแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว คือ ทางบริษัทต้องจัดการเรื่องผลตอบแทนให้เหมาะสมมากขึ้น พร้อมกำหนดหน้าที่และขอบเขตการทำงานของแต่ละตำแหน่งอย่างชัดเจน และควรจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางให้บุคลากรในองค์กรสำหรับรับประทานอาหาร และเครื่องดื่ม เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสพูดคุย พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันและกันในขณะทำงานให้มากขึ้น

จะเห็นได้ว่าเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น และด้วยพฤติกรรมของชาว Gen Z ที่ใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ พร้อมเชื่อมต่อกับงานตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถทำงานได้จากทุกที่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อม ดังนั้น องค์กรจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคและสมัยในปัจจุบัน อย่างบางบริษัทในต่างประเทศก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเรื่องของไลฟ์สไตล์รูปแบบการทำงานให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เปลี่ยนจากการเข้างานที่ต้องเข้ามาตอกบัตร เป็นการตอกบัตรออนไลน์ หรือบางบริษัทก็มีวันหยุดกลางสัปดาห์ทุกวันพุธอีกด้วย รวมถึงผู้บริหารหรือหัวหน้างานก็ควรรับฟังความคิดของพนักงาน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนต่างเจเนอเรชั่นอย่างต่อเนื่อง หรือให้ในสิ่งที่พนักงานร้องขอเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ก

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ประกอบการหรือองค์กรในเบื้องต้นควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาทรัพยากรบุคคลในองค์กร คือ ทุกคนต้องยอมรับความเป็นมนุษย์ของกันและกันให้ได้ก่อน เห็นคุณค่าของผู้อื่น เปิดใจยอมรับฟังและเคารพซึ่งกันและกัน จากนั้นค่อยนำเรื่องเทคโนโลยี และระบบมาเติมเต็มช่องว่างต่าง ๆ และใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ เข้าใจว่าผู้ประกอบการบางรายอาจรู้ตัวช้า และไม่ได้มองเห็นปัญหาที่แท้จริง ซึ่งดิฉันได้วิเคราะห์และเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น สำหรับให้ผู้ประกอบการ ในการเตรียมรับมือปัญหาเรื่องการทำงานของทรัพยากรมนุษย์ยุค Gen Z เพื่อสร้างความเข้าใจต่อพวกเขา และเกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...