โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อาลีบาบา” จัดหนัก ช้อปออนไลน์ 11.11. ดูดกำลังซื้อนักช้อปทั่วโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 05.45 น.

“อาลีบาบากรุ๊ป” เร่งเกมปั๊มยอดมหกรรมช้อปออนไลน์ 11.11 ผนึกกำลังบริษัทในเครือ-เครือข่ายพันมิตร เติมแบรนด์หรู 2.2 แสนแบรนด์-จำนวนสินค้าอีกกว่า 2 ล้านรายการ เพิ่มดีกรีเจาะนักช้อปเจน Z ยิงแคมเปญนานขึ้น 2 เท่า โชว์ศักยภาพดึงกำลังซื้อนักช้อปทั่วโลก ฟาก “ลาซาด้า” โหมเต็มสูบ

วันที่ 30 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าในช่วงเย็นของวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ยักษ์อีคอมเมิร์ซโลก “อาลีบาลากรุ๊ป” ได้จัดงานแถลงข่าวมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลก 11.11 ประจำปี 2563 หรือ 11.11 Global Shopping Festival 2020 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ หังโจว เว็ทแลนด์ พาร์ค รีสอร์ท ที่เมืองหังโจว ผ่านระบบเวอร์ช่วล

โดยนายคริส ต่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด อาลีบาบา กรุ๊ป เปิดเผยว่า งาน 11.11 ที่กำลังจะมีขึ้นในปีนี้ อาลีบาบากรุ๊ป ตั้งเป้าให้เป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดมา ด้วยการเพิ่มจำนวนแบรนด์สินค้ามากกว่า 250,000 แบรนด์ มีผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 2 ล้านรายการ

แบ่งเป็นแบรนด์ใหม่จากต่างประเทศ 2,600 แบรนด์ ที่เข้าร่วมเป็นครั้งแรก ซึ่งในจำนวนเป็นแบรนด์หรูจำนวนมาก เช่น ปราด้า, คาร์เทีย, มองต์บลังค์, เพียเจต์, บาลองเซียก้า, โคลเอ้ เป็นต้น

และเพื่อขยายการเข้าถึงไปยังทั่วโลกให้ได้มากขึ้น บริษัทได้นำเคาล่า (Kaola) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของบริษัท เข้าร่วมงาน 11.11 ด้วย ซึ่งจะทำให้นำเสนอสินค้าผ่านทีมอลล์ โกลบอล และเคาล่า ไปยัง 89 ประเทศทั่วโลกได้

สำหรับไฮไลต์ที่น่าสนใจ เริ่มจากการประสานการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยธุรกิจในระบบนิเวศของอาลีบาบา ตั้งแต่อาลีเพย์, ทีมอลล์ โกลบอล, ฟลิกกี้ ไปจนถึงแพลตฟอร์มจองตั๋ว เช่น เถาเปียวเปียว และต้าไหม เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อตั้งแต่ต้นจนจบ และปฏิวัติงานเพิ่ม ‘สองเท่า’ ตั้งแต่แพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นสองเท่า (เถาเป่า และอาลีเพย์) ระยะเวลาจัดงานที่เพิ่มขึ้นสองเท่า (เพิ่มจำนวนหน้าต่างช้อปปิ้งเป็นสองเท่าเป็นครั้งแรก

ระหว่างวันที่ 1 – 3 พ.ย. ก่อนเริ่มงานเซลส์ตามปกติในวันที่ 11 พ.ย.) และเพิ่มงานกาล่า (งาน Tmall 11.11 Livestreaming Grand Ceremony ในวันที่ 31 ต.ค. และงาน Tmall 11.11 Countdown Gala ในวันที่ 10 พ.ย.) ทั้งหมดเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับแบรนด์และผู้ขายในการนำเสนอสินค้าและเรื่องราวของตนให้นักช้อปทั่วโลก

รวมไปถึงการมุ่งเน้นคนรุ่นใหม่ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคเจน Z โดยนำเสนอเสื้อผ้าแนวสตรีทแฟชั่นและเทคโนโลยีมากขึ้น รวมถึงสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น รถยนต์ และบ้าน ซึ่งจะมีจำหน่ายบนแพลตฟอร์มเป็นครั้งแรก ขณะที่ “ไลฟ์สตรีม” ยังเป็นพระเอกของงาน จะมีการจัดช่วงไลฟ์สดบนเถาเป่า ไลฟ์ ซึ่ง 60% เป็นการจัดโดยผู้ขาย และมีเซเลบบริตี้ และศิลปิน 300 คน เข้ารวมการจัดช่วงไลฟ์สดตลอดงานด้วย

ด้านนายอัลวิน หลิว ประธานกรรมการ ทีมอลล์ เอ็กซ์พอร์ต แอนด์ อิมพอร์ต เสริมในส่วนที่เกี่ยวกับการค้าข้ามพรมแดนที่กำลังเติบโต และการค้าขายผ่านออนไลน์ที่มีโอกาสมากขึ้นว่า ทัศนคติของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดปรากฏการณ์ในตลาด

โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น และต่อเนื่อง แม้โรคระบาดจะสิ้นสุดลง พบว่า ยอดขายรวมทุกของทีมอลล์ โกลบอล ไม่รวมคำสั่งซื้อที่ไม่มีการชำระเงิน เติบโตขึ้นกว่า 40% ในเดือนเม.ย.-มิ.ย. เทียบปีก่อนหน้า

ปัจจุบัน จีนเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีแบรนด์ต่างประเทศ และผู้ขายให้ความสนใจชนชั้นกลางที่เกิดขึ้นใหม่ในจีนอย่างมาก และตลาดจีนกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นดิจิทัล ซึ่งมีมูลค่า 3 ล้านล้านหยวนในปีที่ผ่านมา

โดยมีการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค 1.5 ล้านล้านหยวน หรือกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในทางกลับกันการซื้อสินค้าออนไลน์ในจีนกลับมีเพียง 6% จึงมีโอกาสในการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนอีกอย่างมหาศาล

ระหว่างเดือนเม.ย.-มิ.ย. ปีนี้ ทีมอลล์ โกลบอล และเคาล่า ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับจำหน่ายสินค้านำเข้า ภายใต้อาลีบาบา กรุ๊ป มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันถึง 63% ในตลาดซื้อขายสินค้าข้ามพรมแดนของประเทศจีน

สำหรับงาน 11.11 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “เจสสิก้า หลิว” ประธานกรรมการร่วม และประธานฝ่ายพาณิชย์ภูมิภาค ของลาซาด้า กรุ๊ป เปิดเผยเกี่ยวกับจำนวนแบรนด์ท้องถิ่นที่เข้าร่วมมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลกของลาซาด้า รวมถึงเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนที่นักช้อปด้วยว่า งานปีนี้จะมุ่งเน้นระดับภูมิภาคมากขึ้น

โดยมีแบรนด์มากกว่า 70 แบรนด์เข้าร่วมกับลาซาด้าในการจัดแสดงในรูปแบบที่สนุกสนาน และนำเสนอสินค้าที่เป็นซิกเนเจอร์และสินค้าเด่นสำหรับงาน 11.11 โดยเฉพาะ

ทั้งนี้มีผู้ขาย และแบรนด์มากกว่า 350,00 ราย จากทั่วทั้งภูมิภาคเข้าร่วมงาน 11.11 ในปีนี้ ซึ่งรวมถึง ลังโคม, อันเดอร์ อาเมอร์, สว็อทช์ และคาสตรอล นอกจากนี้ลาซาด้ายังมีการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับภูมิภาคคนแรก คืออีมินโฮ นักแสดงและนายแบบชาวชื่อดังชาวเกาหลีใต้

และมีการเพิ่มคอนเทนต์ช้อปเปอร์เทนเมนต์มากขึ้น โดยตั้งแต่ 1 พ.ย. “ลาซาด้า”จะเปิดตัวเกมสำหรับงาน 11.11 โดยเฉพาะสำหรับทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในชื่อ Happy Bounce บนแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นเกม LazGames

นอกจากนี้ ลาซาด้ายังมีงานที่เป็นซิกเนเจอร์คือ 11.11 Super Show ซึ่งมีเซเลบบริตี้และนักแสดงจากแต่ละประเทศมาร่วมเฉลิมฉลองงาน 11.11 ผ่านซีรี่ย์การแสดง ที่นักช้อปจะได้รับคูปองจากการชมการแสดงในส่วนต่างๆ ที่จัดสำหรับแต่ละประเทศด้วย

สำหรับเครือข่ายโลจิสติกส์ของลาซาด้าจะครอบคลุม 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ 45 ราย คลังสินค้า 15 แห่ง และศูนย์บรรจุและกระจายสินค้ารวมทั้งฮับอีก 400 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดส่งขนาดใหญ่ โดยได้เตรียมพนักงานคลังสินค้าและโลจิสติกส์กว่า 40,000 คน เพื่อสนับสนุนการจัดส่งที่จะพิ่มขึ้นจากเวลาปกติราว 20 เท่า จากคำสั่งซื้อทั้งในและระหว่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...