จองคิวร้านตัดผม “วิถีใหม่” ต้องปฏิบัติ 7 ข้อ สุ่มตรวจผิด-ปิดทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 3 พฤษภาคม 2563 เป็นวันแรกที่มีการผ่อนปรน กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต 6 กิจการ ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมาก ไปใช้บริการ-รอคิว ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรี ซึ่งให้เปิดเฉพาะบริการตัดผม สระผม แต่งหรือไดร์ผม โดยจัดร้านให้มีการระบายอากาศเพียงพอ
แต่ต้องงดเว้นบริการที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งหรือเลือด เช่น แคะหู ตัดขนจมูก ทำเล็บ งดเว้นบริการที่มีระยะเวลานาน เช่น ทำสีผม ยืดผม จัดให้มีระบบนัดคิวล่วงหน้า และให้มารับบริการตามเวลานัด โดยไม่มีการนั่งรอคิวภายในร้าน
งดเว้นบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันที่ไม่สามารถทำความสะอาดทันทีหลังการใช้งานของลูกค้าแต่ละคนได้ เช่น อุปกรณ์แต่งหน้า
แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ ประกอบด้วย
- การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ป้องกันโรค
1.1 ให้ทำความสะอาดโดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของร้าน อุปกรณ์ก่อนและหลังการ ให้บริการ และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
1.2 ให้เว้นระยะห่างระหว่างเก้าอี้ตัดผม อย่างน้อย 1.5 เมตร
1.3 ควรให้มีฉากกั้นในการให้บริการ และลดการพูดคุยที่ไม่จำเป็นระหว่างให้บริการ
1.4 ให้พิจารณาควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการมิให้แออัด ด้วยการลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลง เท่าที่จำเป็น และงดรอรับบริการภายในร้าน โดยถือหลักหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน
1.5 ให้มีการเปลี่ยนผ้าคลุมตัดผมทุกครั้งที่ให้บริการ
1.6 จัดการให้มีการระบายอากาศภายในร้านที่ดี
1.7 อาจเพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ได้ตามความเหมาะสม และความจำเป็น หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานในบางพื้นที่ก็ได้
การเตรียมความพร้อมในการให้บริการ ต้องมีมาตรการคัดกรองอาการป่วย ต้องดำเนินการตาม “คู่มือการปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19” สำหรับประเภทกิจการและกิจกรรม กลุ่มที่ 1 (สีขาว)
โดยก่อนเปิดให้บริการทุกวัน ให้มีการตรวจคัดกรองอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด สำหรับพนักงานทุกคน โดยอาจตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานทุกคนก่อนเข้าทำงานทุก ครั้ง และให้มีแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการดูแล หรือส่งต่อผู้ที่มีอาการป่วยไป สถานพยาบาล เช่น กรณีพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้หยุดงาน และสังเกต อาการตนเองที่บ้าน
กรณีที่พบพนักงานบริการป่วยด้วยอาการทางเดินหายใจ ให้งดปฏิบัติงานจนกว่าอาการดีขึ้น จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งมาตรการป้องกันควบคุมโรคภายในร้าน ให้ผู้ใช้บริการ ทราบ
อาจพิจารณาจัดทำทะเบียนบันทึกผู้มีอาการป่วย ประกอบมาตรการฯ สำหรับพนักงาน และลูกค้า และอาจเพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ได้ ตามความเหมาะสม หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานในบางพื้นที่ ได้ เช่น การใช้ Application สำหรับการลงทะเบียนและเป็นคู่มือการปฏิบัติ ได้แก่ App Thai.care
และต้องมีมาตรการในการป้องกันโรค สวมหน้ากากผ้า หรือ หน้ากากอนามัยทั้งผู้ให้บริการและผู้มารับบริการ ตลอดเวลาที่อยู่ใน ร้าน งดให้บริการผู้ที่มีอาการดังนี้ มีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ เหนื่อยหอบ เปิดให้บริการได้ เฉพาะการตัดหรือซอย และไดร์ผม เท่านั้น กำหนดให้ใช้เวลาให้บริการไม่เกิน 1 ชั่วโมง ต่อผู้รับบริการ 1 คน
ต้องจัดให้มีการบันทึก รายชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ วันที่และเวลา ของลูกค้าทุกราย ที่มาใช้บริการ เพื่อให้สามารถติดตามตัวได้ กรณี ต้องมีการสอบสวนโรค หรือ จัดให้มีการ ใช้ระบบกำกับติดตามผ่าน application และควรลดการใช้เงินสด และเปิดให้มีการรับชำระเงินผ่าน e-payment
โดยให้ร้านตัดผม/เสริมสวยประเมินตนเองก่อนการเปิดให้บริการ หลังจากเปิดให้บริการไปแล้ว 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ใน 1 เดือนแรกที่เปิดให้บริการ ให้ประเมินตนเอง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยใช้ระบบประชาสังคม รวมถึงสมาคมช่างผม – เสริมสวยแห่งประเทศไทย ในการช่วยสำรวจ ตักเตือน หรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สสอ. / สสจ. หรือ อสม. ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง และสุ่ม ตรวจทุก 2 สัปดาห์
หากประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ในเกณฑ์การให้บริการข้อใด ให้หยุดให้บริการและปรับปรุงการ บริการจนกว่าจะผ่านเกณฑ์