โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 หุ้นน่าลงทุน รับยอดส่งออกไทยสดใส

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 23.21 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 08.50 น. • ศุภมาศ ศรีขำ

แม้เครื่องยนต์หลักที่เคยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างการท่องเที่ยวจะยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ แต่ยังมีการส่งออกที่คอยช่วยพยุงอยู่ โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันส่งออกไทยยังขยายตัวได้ดี ล่าสุดเดือนก.ย. 64 ตัวเลขส่งออกไทยเติบโต 17.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถ้าหักน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออกจะมีการเติบโตอยู่ที่ 14.8% ซึ่งเป็นการฟื้นตัวที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลก ส่วน 9 เดือนของปี 2564 ยอดส่งออกไทยเติบโตเฉลี่ย 15.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และดุลการค้าเดือนก.ย. เกินดุล 609.8 ล้านดอลลาร์ 9 เดือนเกินดุลราว 2,016.8 ล้านดอลลาร์
โดยคุณวรรณพฤกษ์ โกมลวิทยาธร นักวิเคราะห์ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ เชื่อว่าการส่งออกไทยยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในไตรมาส 4/64ซึ่งกลุ่มสินค้าที่ฝ่ายวิจัยยังให้น้ำหนัก ได้แก่ ยางพารา เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้น STA และ NER, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 44.4% เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับเป็น Sentiment บวกต่อ UBE, อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวต่อเนื่อง 25 เดือน ดีต่อหุ้น ASIANและ TU, รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวต่อเนื่อง 11เดือน ดีต่อหุ้น KCE ,DELTA, HANA (ผลิตชิ้นส่วนแผงวงจรยานยนต์ ) รวมถึง AH ,SAT (ผลิต ชิ้นยานยนต์), เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน ดีต่อหุ้น SVI และ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ขยายตัว 38.7% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน ดีต่อหุ้น MCS (โครงสร้างเป็น Net exporter ส่งออกเกือบ ทั้งหมด)
ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่ายอดส่งออกที่ขยายตัว และแนวโน้มที่เหลือยังสดใส น่าจะสอดคล้องกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3/64ที่ธุรกิจอิงภาคส่งออกออกมาสดใส โดยมีปัจจัยหนุนจากเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุน โดยฝ่ายวิจัยแนะนำลงทุนในหุ้นส่งออก หลักๆ คือ
1.กลุ่มชิ้นส่วนฯ แนะนำซื้อ KCE ราคาเหมาะสม 100บาท และ SVI ราคาเหมาะสม 6.2บาท เป็น Toppick โดยฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิ KCE ในไตรมาส 3/64 จะขึ้นทำ New high จากแนวโน้มยอดขายที่เติบโตราว 5% จากไตรมาส 2/64 ในช่วง High season อีกทั้งคาดประสิทธิภาพการทำกำไรจะเพิ่มขึ้นโดดเด่น จากการผลิตแบบ Economies of scale และทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ขณะที่ SVI ราคาเหมาะสม 6.20 บาท มีแนวโน้มธุรกิจครึ่งหลังปี 64 ฟื้นตัวชัดเจน หนุนทั้งรายได้และประสิทธิภาพการทำกำไรให้เติบโต รวมถึงผลบวกจากแผนการซื้อกิจการ Tohoku ที่จะส่งผลประโยชน์ระยะยาว Valuation น่าสนใจ PER อยู่ที่ 15 เท่า
2.กลุ่มส่งออกเหล็ก แนะนำ MCS ฝ่ายวิจัยคาดกำไรไตรมาส 3/64 เติบโต 33%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 383 ล้านบาท จากปริมาณส่งมอบโครงสร้างเหล็กที่เพิ่มขึ้น เป็น 2.23 หมื่นตัน พื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่งจากผลประกอบการที่มี Backlog รองรับแล้วถึงปี 2566 ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทเย็นที่อ่อนค่าในงวดไตรมาส 3 บวกกับฐานะการเงินที่ดำรงสถานะเป็น Net Cash ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER ต่ำเพียง 6 เท่า ฝ่ายวิจัยแนะนำ ซื้อ ประเมิน FV อิง PER (2565) 10 เท่า จะให้ราคาเหมาะสม 21.00 บาท มี upside 43.84% ปันผล 8.9
3.กลุ่มส่งออกอาหาร แนะนำ TU ราคาเหมาะสม 26บาท แม้แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 จะอ่อนตัวลงบ้าง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อเนื่อง คาดกำไรสุทธิปี 2564-2565 จะเพิ่มขึ้น 21.9% และ 3.4% จากธุรกิจกุ้ง แซลมอนและ Red Lobster ที่ฟื้นตัว โดยปรับไปใช้ Fair value ปี 2565 ใหม่เท่ากับ 26 บาท นอกจากนี้ ยังคาดหวัง Dividend Yield ได้กว่า 4% ต่อปี จึงยังแนะนำซื้อ
4.กลุ่มยานยนต์ แนะนำ SAT ราคาเหมาะสม 24บาท, AH ราคาเหมาะสม 30 บาท และ 5.กลุ่มเครื่องดื่มแนะนำ SAPPE ราคาเหมาะสม 35บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...