โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : แกะรอย ‘Itaewon Class’ กับ 3 จุดเด่นที่ทำให้เป็นซีรีส์เกาหลียอดฮิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 เม.ย. 2563 เวลา 06.12 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2563 เวลา 06.12 น.
ภาพประกอบ Netflix

ทราบกันดีถึงอิทธิฤทธิ์ของซีรีส์เกาหลีที่มัดใจคนดูในระดับสากลอย่างมากมานานนับทศวรรษ แต่ละปีจะมีซีรีส์เกาหลีที่กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เกิดขึ้นเสมอ ในบ้านเราคุ้นชินกันดีถึงกระแสซีรีส์ใหม่ๆ ที่เข้ามาสร้างกระแสมาแล้วผ่านไปให้คนจดจำพูดถึง การถอดรหัสวิเคราะห์ซีรีส์เกาหลีกลายเป็นกรณีศึกษาในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการรวบรวม “หมัดเด็ด” ที่ซีรีส์เกาหลีมักจะสร้าง “แพตเทิร์น” ทำให้คนดู “อิน” และ “ติดใจ” จนกลายเป็น Soft Culture อันแสนคลาสสิก ที่พัฒนาตามยุคสมัยในการดึงผู้คนให้อินไปกับเรื่องราว บรรยากาศ สถานที่ อาหาร รูปแบบการใช้ชีวิต แฟชั่น ท่วงท่า สิ่งเหล่านี้สร้างรายได้ให้เกาหลีใต้มาหลายสิบปีมานี้

หนึ่งในความสำเร็จของซีรีส์เกาหลีเรื่องที่ฮิตมากๆ นั้น มักจะมาจากการเขียนบทเล่าเรื่องที่รัดกุม กล้าเสนอมุมมองและเล่าเรื่องเปิดประเด็นใหม่ๆ ไปจนถึงการสร้างมิติให้ตัวละครไม่ดูแบนราบ ชัดเจนว่าการสร้างละครเกาหลีเรื่องหนึ่งๆ ให้ประสบความสำเร็จในระดับสากล นอกจากจะได้เรตติ้งคนดูในเกาหลีใต้เอง ยังเรียกความนิยมจากชาวต่างชาติได้มากขึ้นจนซีรีส์เกาหลีเป็นหนึ่งใน “สินค้าทางวัฒนธรรม” ของเกาหลีใต้ไปในที่สุด และแท้จริงซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องสร้างโดยมีเป้าหมายทางการตลาดในระดับสากลจนดูเป็นเรื่องปกติและแสนง่ายของละครเกาหลีไปแล้ว

ในช่วงที่ผู้คนรับชมคอนเทนต์ความบันเทิงในแบบสตรีมมิ่งกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในยุคไวรัสโควิด-19 ระบาดนานนับเดือน หนึ่งในซีรีส์เกาหลีที่คนไทยพูดถึงมากที่สุดเวลานี้ คือ Itaewon Class หรือในชื่อภาษาไทย “ธุรกิจปิดเกมแค้น” ซึ่งเป็นซีรีส์อีกหนึ่งเรื่องโด่งดังและตอกย้ำว่าเกาหลีใต้ยังคงผลิตสินค้าวัฒนธรรมออกมาถูกใจตลาดได้สำเร็จ

Itaewon Class คืองานรีเมกจากเว็บตูนของเกาหลี สร้างในนามซีรีส์ Original ของ Netflix เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มที่มีคาแร็กเตอร์เฉพาะทางชื่อ “พัคแซรอย” ที่มีชะตาชีวิตพลิกผัน หลังพ่อเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ตัวเขาเองต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมต่างๆ นานา ติดคุก ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ ชีวิตวัยรุ่นกลายเป็นแรงงานกรรมกรบนเรือประมงอยู่หลายปี ชะตากรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเขามีเรื่องบาดหมางกับตระกูลธุรกิจร้านอาหารอันดับหนึ่งในเกาหลีใต้

“พัคแซรอย” ใช้ความแค้นที่ฝังลึกตั้งแต่ช่วงติดคุก วางเป้าหมายชีวิต และเดินหน้าอย่างไม่ย่อท้ออยู่หลายปี ผลักดันสร้างตัวเองขึ้นมาจากศูนย์เพื่อขึ้นมาต่อสู้เป็นคู่แข่งทางธุรกิจ โดยมีกลุ่มเพื่อนฝูงหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่มาร่วมทีมสานฝันกับเขาเปิดร้านอาหารขึ้นในย่านอีแทวอนในกรุงโซล

เรื่องราวในซีรีส์ดำเนินในช่วง 15 ปี ของจุดเริ่มต้นความแค้นและเส้นทางขวากหนามของ “พัคแซรอย” ที่งัดข้อกับตระกูลธุรกิจใหญ่ มีการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบทางธุรกิจกันทั้งสองฝ่าย โดยมีเส้นเรื่องที่ทำให้เราเห็นความมุ่งมั่นของชายคนหนึ่งที่ต้องการเอาชนะสิ่งที่ยากที่สุด พร้อมกันนั้นก็เล่าเรื่องคู่ขนานไปกับความรัก ความสัมพันธ์ที่เขามีต่อผู้คนรอบข้าง

ประเด็นสำคัญที่ซีรีส์เรื่องนี้สร้างพลังต่อคนดูได้มาก มี 3 จุดเด่นหลัก คือ หนึ่ง – ตัวละครหลัก “พัคแซรอย” ที่มีมิติอย่างมากในการพาเรื่องราวขับเคลื่อนไปข้างหน้า นอกจากบุคลิกคาแร็กเตอร์ รวมทั้งทรงผมที่มีเอกลักษณ์ จุดดึงดูดสำคัญคือตัวละครนี้มีความเชื่อระดับ “ยึดมั่น” ในเป้าหมายใหญ่ระยะไกลชนิดไม่แปรเปลี่ยน มีความทะเยอทะยานในชีวิตใช้ “ความแค้น” “พลังลบ” “ความเศร้า” มาขับเคลื่อนชีวิต จากคนที่มีชีวิตติดลบทำงานแบกหามจนเริ่มสร้างธุรกิจเล็กๆ ล้มลุกคลุกคลานต่อสู้จนขึ้นสู่ตำแหน่งนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

ในช่วงต้นเราจะเห็นตัวละคร “พัคแซรอย” เป็นนักธุรกิจผู้ประกอบการร้านอาหารที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสังคมและผู้คนรอบข้าง มีความเป็นผู้นำที่น่ายกย่อง แม้จะดูสวนทางในโลกจริงว่านักธุรกิจลักษณะนี้จะสร้างธุรกิจขึ้นมาต่อกรกับกลุ่มธุรกิจดั้งเดิมที่เป็นทุนใหญ่ครองตลาดได้อย่างไร แต่ซีรีส์ก็วางโครงเรื่อง “ตัวช่วย” ให้ “พัคแซรอย” ต่างๆ นานา พร้อมกันนั้นในช่วงท้ายเราก็ได้เห็นว่า “โลกของทุน” ที่สุดก็มิอาจปฏิเสธได้ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” ยังเป็นเรื่องที่คลาสสิกในแง่การทำธุรกิจเพื่อประสบความสำเร็จในระดับวงกว้าง

สอง – การเล่นกับความแตกต่าง ซีรีส์หยิบจับเรื่องราวที่ไม่ได้รับการยอมรับแพร่หลายในเกาหลีมานำเสนอไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ย่านอีแทวอน มาเป็นสัญลักษณ์ความแตกต่าง เพราะย่านอีแทวอนในอดีตเป็นย่านที่เที่ยวกลางคืนยอดนิยมของชาวต่างชาติตั้งแต่ยุคทศวรรษ 60-70 ซึ่งขณะนั้นคนเกาหลีทั่วไปจะไม่มาละแวกนี้ ถือเป็นย่านกลางคืนที่มีเอกลักษณ์พิเศษตั้งแต่อดีต เพราะเป็นที่รวมความ “แตกต่าง” ที่สวนทางกับสังคมอนุรักษนิยม จนถูกตีตราเป็นย่านอโคจร เพราะมีทั้งกลุ่มเพศที่สาม หญิงขายบริการ ไปจนถึงแหล่งรวมชาวต่างชาติในเกาหลี แต่ปัจจุบันอีแทวอนเป็นย่านธุรกิจการค้า ย่านแฮงก์เอาต์ชื่อดังย่านหนึ่งในกรุงโซล มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมาก ซึ่งเรื่องราวในซีรีส์ Itaewon Class ได้สร้างคาแร็กเตอร์ตัวละครที่มีเอกลักษณ์เข้ามาเป็นทีมตัวละครหลักเพื่อเป็นตัวแทนกลุ่มเพศที่สาม ชาวต่างชาติบางชาติพันธุ์ที่ถูกเหยียด ไปจนถึงนักเลงหัวไม้ที่กลับใจมาทำงานหาเลี้ยงชีพสุจริต ไปจนถึงเด็กวัยรุ่นที่ปฏิเสธการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย

ขณะเดียวกันยังสอดแทรกแนวคิดความแตกต่างการทำธุรกิจระหว่างวัยของคน 3 เจเนอเรชั่น ตั้งแต่นักธุรกิจยุค Baby Boomer นักธุรกิจเจน Y และนักธุรกิจที่เป็นคนรุ่นใหม่เจน Z

สาม – เล่าเรื่องที่มีอรรถรสด้วยวิธีการ “คู่ตรงข้ามแบบสุดขั้ว” ซีรีส์ปูเรื่องดราม่าของการขับเคี่ยวเพื่อเอาชนะทางธุรกิจโดยสร้างขั้วตรงข้ามให้ตัวละครตั้งแต่การต่อสู้แบบมวยรอง การต่อสู้ระหว่างความยากจนกับร่ำรวยโดยมีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน การต่อสู้ของผู้เฒ่ามากประสบการณ์กับเด็กหนุ่มผู้มุ่งมั่น ไปจนถึงการสร้างคาแร็กเตอร์ความดี ความชั่วแบบชัดเจนเพื่อสาแก่ใจคนดู

และทีเด็ดที่ทำให้คนดูจับใจและต้องจดจำ คือการสร้างคาแร็กเตอร์หญิงสาวสองคนที่อยู่เคียงข้าง “พัคแซรอย” ให้มีมิติที่คนดูจะหลงรักตัวละครทั้งสองแบบรักพี่เสียดายน้อง โดยตัวละครหญิงสาวทั้งสองคนนั้นก็มีทั้งหน้าตา บุคลิกภาพ นิสัยและพฤติกรรมที่ต่างกันสุดขั้ว

ยังมีรายละเอียดเสริมประกอบอีกมากมายที่สร้างเสน่ห์และอรรถรสให้ซีรีส์เรื่องนี้ แม้จะมีจุดที่เล่าเรื่องอืดและยืดไปบ้างช่วงท้ายเรื่อง แต่การวาง 3 จุดเด่นภาพใหญ่นี้ ทำให้ซีรีส์ “Itaewon Class” ถูกจริตคนดูจนถูกพูดถึงกันแบบปากต่อปาก พ่วงด้วยกิมมิคเมนูอาหารเกาหลีอย่าง “ซุปเต้าหู้อ่อน” หรือ “ซุนดูบูจิเก” และ “ซอสโคชูจัง” กลายเป็นอาหารและวัตถุดิบยอดนิยมในเวลานี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...