‘ต้นหอม’ เคลียร์จบแล้ว ไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร ย้ำธุรกิจไม่ใช่แชร์ลูกโซ่
The Bangkok Insight
อัพเดต 26 ต.ค. 2567 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2567 เวลา 09.30 น. • The Bangkok Insight‘ต้นหอม’ เคลียร์จบแล้ว ไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร ไม่อยากผิดใจกับใคร แต่บางครั้งต้องออกมาปกป้องตัวเองนิดนึง ย้ำธุรกิจไม่ใช่แชร์ลูกโซ่
ชี้แจงไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ หลังจากที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อ้างมีผู้เสียหายร้องเรียนธุรกิจเครือข่ายมี 3 ดาราดังเป็นพรีเซนเตอร์ แจงถูกตรวจสอบไม่มีความผิดตั้งแต่ 5 ปีก่อน วอนอย่าคิดดาราทำธุรกิจระบบตัวแทนจะเหมือนดิไอคอนทั้งหมด ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น(อ่านข่าวเพิ่มเติม : ดีเจต้นหอม แจงกลางโหนกระแส โต้! อัจฉริยะ ยืนยันไม่ได้ทำแชร์ลูกโซ่)
- ดาราเสียงดี ยังไม่คิดทิ้งวงการ! ขอรับงานแสดง-ทำธุรกิจไปพร้อมกัน
- ‘ตีสิบ’ แจงปม ‘บอสพอล’ เคยออกรายการ 9 ปีก่อน ยันไม่เกี่ยวข้อง ‘ดิไอคอน’
- ‘นนกุล’ ยืนยันคำเดิม ไม่เกิน 3 ปี แต่ง ‘แอฟ ทักษอร’ อยู่ในจุดที่แฮปปี้ทั้งคู่
‘ต้นหอม’ เคลียร์จบแล้ว ไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร ย้ำธุรกิจไม่ใช่แชร์ลูกโซ่
ล่าสุด (25 ต.ค.) ต้นหอม ได้เปิดใจอีกครั้ง ผ่านสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าวว่า “จริง ๆ ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใคร ไม่อยากผิดใจกับใคร แต่บางครั้งต้องออกมาปกป้องตัวเองนิดนึง เพราะว่ามันเป็นเรื่องคาราคาซังเรามาโดยตลอด ทุกครั้งเกิดปัญหาอะไร เราจะกลายเป็นเคสสตัสดี้ ที่ถูกเอามาเปรียบเทียบทุกครั้ง
ก็ดีนะที่พี่หนุ่มต่อสายหา เพราะถ้าไม่ต่อสายหา ประเด็นนี้ก็คงไม่จบ หอมก็คงโดนซัดอยู่ฝ่ายเดียว พอพี่หนุ่มพูดเราก็มีโอกาสได้แก้ต่างให้สังคมได้รับรู้ เอาจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจตัวแทนหรือธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย มันสามารถทำได้ แต่ใครจะซิกแซ็กทำอะไรก็ว่ากันไปเป็นเคสบายเคส
แต่ของหอมกับเพื่อนดาราในยุคนั้น เราไม่ใช่แชร์ลูกโซ่จริงๆ เราเคลียร์ตัวเองไปแล้วเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ก็อยากให้จบ ตอน 5-6 ปีที่แล้วเราเจ็บตัวมากจริง ๆ เราก็เฮิร์ตและหลอนกับการถูกตราหน้าว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ ไม่อยากให้มันกลับมาอีกแล้ว เพราะความรู้สึกเก่า ๆ มันเจ็บปวด มันก็จะมีผลต่อภาพลักษณ์เราด้วย
ก็รู้สึกใจคอไม่ดี เอาจริง ๆ ตั้งแต่มีเรื่องดิไอคอนขึ้นมา ดาราทุกคนตอนนี้เราคุยกันว่า เฮ้ย เราต้องเลือกรับงานยังไง เพราะขนาดดิไอคอนกรุ๊ปเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก แล้วเขาดำเนินการมาหลายปี
เอาตรง ๆ ถ้าเขาเรียกหอมไปอีเวนต์ หอมไม่มีทางรู้หรอกว่านี่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายในเมื่อเขาดำรงมาหลายปี แล้วดาราเวลาจะรับงานทีเราต้องมีเกณฑ์อะไร เพราะเวลาเรารับงาน เราจะดูว่าบริษัทมีตัวตนไหม ผลิตภัณฑ์มีอย.ไหม นี่คือสิ่งที่เราตรวจสอบ ทีนี้เราก็ไม่รู้ว่าต่อไปเราต้องตรวจสอบอะไรอีก นี่คือสิ่งที่เราขนลุกกันไปหมด
พอถูกหยิบเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาอีก ดาราทุกคนก็พลอยกลัวไปด้วยว่าเมื่อก่อนเราเคยรับงานอะไรกันบ้าง มันกลายเป็นหลอนทั้งวงการจริงๆ ค่ะตอนนี้ งั้นขอความเป็นธรรมให้กับดาราคนอื่น ๆ ได้ไหม ที่ผ่านมาเรารับงาน เราก็ตรวจสอบได้เท่านี้จริง ๆ การตรวจสอบเชิงลึกไปกว่านั้นมันไม่ได้ ไม่รู้ต้องตรวจสอบยังไง
ไม่รู้ว่าเรื่องอดีตที่มันจบไปแล้วพอถูกขุดขึ้นมา มันมีอะไรที่เราผิดหรือเราผิดพลาดอีกไหม แต่จำได้ว่าเราเคลียร์ไปแล้วจริง ๆ เท่าที่เราดูคลิปที่พี่เขาเอาออกมาพูด เราก็เคลียร์ไปหมดแล้วนี่หว่า มันผิดตรงไหนอีกวะ ก็กังวลนะ
ความรู้สึกเรา ถ้าผู้เสียหายอยู่จนป่านนี้ มันก็หมดอายุความไปแล้วเปล่า สมมติว่าทำอะไรผิดพลาดจริง ๆ ในอดีต มันหมดอายุความไปแล้ว ในความรู้สึกเรา ถ้าเรียกร้องตอนนี้ เอาตรง ๆ นะ ถามเราว่าเราทำผิดพลาดเรื่องนี้ ๆ หรือเปล่า
เราต้องกลับไปนึกเลยนะ เมื่อ 5-6 ปีที่แล้วเราทำอะไรไว้วะ พอเคลียร์จบไปแล้วก็จบ แต่เราถามพี่เขาในรายการ ว่าปัญหามีแค่นี้ใช่ไหม เพราะถ้ามีแค่นั้น หอมจำได้ว่าอันนั้นเป็นปัญหาใหญ่ที่เราเคลียร์ 100 เปอร์เซ็นต์ เราบริสุทธิ์
กับคำว่าไม่มีใครกล้าตรวจสอบ ใครใส่เครื่องแบบลงทุกหน่วยงาน มันเป็นกระแสที่ดังมากในยุคนั้น ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ภาครัฐเขาไม่ปล่อยอยู่แล้วค่ะ เขาก็ทำหน้าที่ของเขาถึงที่สุด
แต่เขาก็ให้ความเป็นธรรมกับหอมและแบรนด์อื่นๆ เหมือนกัน ให้ได้มีโอกาสชี้แจง จำได้ว่าตอนนั้นเราก็ชี้แจงไปแล้วว่าเราไม่ใช่แชร์ลูกโซ่จริงๆ เราไม่มีผู้เสียหายไปร้องใดๆ ทั้งนั้น ผลกระทบตอนนั้นคือคนกลุ่มนึงคนขายสินค้าไม่ได้ ล็อตแรกคนขายได้เพราะไม่มีเหตุอะไร แต่พอหลังจากนั้น ที่แบรนด์ใหญ่ล้ม เมจิกสกินล้มปุ๊บ ทั้งหมดขายไม่ได้ ไม่ใช่แค่แบรนด์เราแบรนด์เดียว ใครก็ตามถือสินค้าในระบบตัวแทนขายไม่ได้เลย เพราะเขาขาดความเชื่อมั่น ไม่เอา
ตอนนั้นมันคือเอฟเฟกต์ ไม่ใช่ความผิดของเรา เหมือนคนลงเรือไปด้วยกัน เป้าหมายอยู่ตรงโน้น เวลามันล่ม หอมก็ล่ม ไม่ใช่เขาล่มแล้วหอมรอด แล้วในวันที่ล่มหอมก็บอกว่าหอมมีเรือฉุกเฉินให้นะ หอมมีเสื้อชูชีพให้นะ เดินเข้ามาเอา หอมช่วยเหลือ ฉะนั้นใครก็ตามที่เดินไปกับหอม เรารอดไปด้วยกัน แต่ก็จะมีคนกลุ่มนึงที่ทิ้งไปเลย กูขายไม่ได้เอง ก็ยอมจำนน มันก็มี หอมก็รู้สึกว่าไม่น่ามีผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบอื่น ๆ อีก หอมตอบไม่ได้ว่าผู้เสียหายท่านนี้คืออะไร จุดประสงค์ต้องการอะไร แต่แค่มีความผิดปกติมากๆ แค่นั้นเอง ส่วนผลกระทบ เราเสียชื่อเสียงแน่ๆ ทั้ง 4 คน
หอมได้รับผลกระทบคือหนึ่งอีเวนต์หอมถูกแคนเซิลเพราะเขาบอกว่าเสียภาพลักษณ์ แต่หอมเข้าใจว่าเขาเป็นอีเวนต์ต่างประเทศ ต่างประเทศเขาซีเรียส เขาไม่รู้เรื่องของไทยหรอกว่าเฮ้ย ยิ่งมีข่าว เวลายืนหน้าแบ็กดร็อปมันดีมากนะ เขาไม่รู้ตรงนี้ เขาแค่ไม่เอาดีกว่า กับมีดาราที่ปฏิเสธการร่วมงาน แต่เราเข้าใจจริง ๆ ว่า ทุกอย่างมันเป็นดิจิทัลฟุตปริ้นต์ ร่วมงานปุ๊บต่อไปในอีก 5 ปี ขุดภาพนี้ขึ้นมาอีก เขาก็กังวลใจ นี่คือสิ่งที่เราได้รับผลกระทบ แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมาดี ๆ ก็มี มุมดี ๆ ก็มี เราได้พรีเซ็นเตอร์ 2 ตัว บวกลบคูณหารเรายังกำไรอยู่ ก็โอเค
เขายังเชื่อมั่น
เขาก็พินิจพิเคราะห์แล้วเข้าใจว่ามันไม่ใช่ความผิดของเรา เขารู้สึกว่ามันไม่ควรปิดโอกาสเรา ในเรื่องบิสิเนส การทำธุรกิจ เขาคิดว่าเราเป็นคนที่เหมาะสม แล้วมันไปต่อด้วยกันได้ ถ้าเกิดปฏิเสธหอม เขาก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์
จะฟ้องกลับไหม?
ตอบแทนคนอื่นไม่ได้จริงๆเพราะทั้ง 4 คนที่เสียหาย แต่สำหรับหอม หอมยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ ประเมินจากความเสียหายที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ความเสียหายยังอยู่ในจุดที่หอมยังรับได้ค่ะ
จุดไหนที่เราต้องใช้กฏหมาย?
แต่ถ้าไม่มีใครร่วมงานกับหอมอีกเลย อุ้ย ไม่ชี้แนวทาง เดี๋ยวคนไม่ร่วมงาน อยากให้ฟ้องเยอะการฟ้องมันยุ่งยากมากนะ ฟ้องฟรีก็ไม่ได้ มันต้องใช้เงิน แล้วเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา หอมไม่รู้ว่าถ้าเกิดพลาดไปแล้วเขาฟ้องกลับเราได้ไหม อันนี้ส่วนตัวหอมนะ หอมยังไม่ได้เสียหายขนาดนั้น เอาแบบนี้ดีกว่า หอมยังมีโอกาสได้พื้นที่ในการชี้แจง ทุกคนเข้าใจหอม ฉะนั้นเหมือนหอมรอด แต่กับคนอื่นที่เขาไม่ได้ชี้แจง หอมก็ไม่รู้ว่าเขาจะยังไง เพราะถามว่าเสียภาพลักษณ์ไหม ก็เสียเลย เพราะมีการบอกชัดเจนว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ หลอกลวงประชาชน ก็มีหลายกรรมอยู่
ต้องการอะไรอีกไหม?
หอมก็ไม่ได้ต้องการอะไรนะ แต่ถ้าไม่ได้เกิดเรื่องจริง ก็อยากได้สปิริต ถ้าไม่ใช่ก็ขอโทษก็ได้ พี่ก็ต้องแก้ข่าวให้หนูหน่อยว่าสิ่งที่พี่ได้รับมาจากผู้เสียหาย พี่เข้าใจผิดมันมีข่าวเก่า ๆ ที่อย.คอนเฟิร์มเรา ไปเสิร์จดูได้ว่าตัวเลขหลังกล่องที่ทำให้คนเข้าใจผิด ผอ.ได้อธิบายไปแล้วว่า ตัวเลขอาจแปลกสักหน่อย แต่มันถูกต้อง ไม่ใช่ตัวเลขที่เราเอามาสวมแต่อย่างใด
ส่วนผู้เสียหาย เขาเสียหายเรื่องอะไร ถ้าเสียหายเรื่องการซื้อสินค้า ซื้อทำไมเยอะก็ไม่รู้ เอางี้ดีกว่า ซื้อสินค้าก็ต้องเสียเงิน จะลงทุนก็ต้องเสียเงิน แล้วล็อตแรกมันขายได้จริงๆ ล็อตแรกคนลงทุนเท่าไหร่ ล็อตสองคนลงทุนเยอะกว่าเดิม ฉะนั้นไม่แปลกที่จะเสียหายมากกว่าเดิม แล้วความตลาดผันผวน ที่เราโดนเอฟเฟกต์มา ก็ไม่ได้ผิดที่เรา
เราโดนผลกระทบ เรือที่เราขึ้นล่ม เราล่มด้วย ไม่ใช่เขาล่ม แล้วเรายังไปต่อ ขึ้นเรือยอชต์ต่อมันไม่ใช่ เขาพังเราพังเหมือนกัน มันคือลงเรือลำเดียวกัน แต่อย่างที่บอกหอมช่วยเหลือแล้ว โดยการให้มาเคลมหรือเปลี่ยนสินค้า
แต่สิ่งที่หอมช่วยไม่ได้เลยคือการให้เงินคืน หอมให้อาชีพต่อไปได้ ใครไปกับหอมต่อ หอมหาสินค้าใหม่ให้ แล้วไปด้วยกัน ซึ่งคนที่มาเปลี่ยนสินค้าสรุปเขาก็รอดไปกับหอมนะ หอมเปลี่ยนเป็นครีม ซึ่งมันขายได้ เราก็รอด แต่ถ้าเกิดเราจ่ายเงินคืนปุ๊บแปลว่าเราปิดประตูฝังทุกคน ถ้าทุกคนได้รับเงิน ทุกคนก็ปิดประตูฝังตัวเองเหมือนกัน เพราะมันต่อยอดไม่ได้ แต่สินค้ามันไปต่อได้ เพราะมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจ มันอยู่ที่ว่า ณ วันนั้นผู้เสียหายตัดสินใจอะไร ไม่ไปต่อ ยอมเสียเงิน หรือว่าอะไร หอมไม่รู้อะไรจริง ๆ เพราะผู้เสียหายไม่ชัดเจนค่ะ
โกรธพี่หนุ่มไหม?
ไม่โกรธพี่หนุ่ม และรู้สึกดีด้วยที่พี่หนุ่มต่อสายหา เพราะว่าถ้าพี่หนุ่มไม่ต่อสายหาหอมก็จะโกรธ เพราะหอมโดนอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ได้โต้แย้งหรือเคลียร์ตัวเอง จริง ๆ ไม่ได้อยากไปโต้แย้งนะคะ อยากไปเคลียร์ตัวเองมากว่า จะได้จบ หอมก็ถามเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ตอนนั้นถามหอม หอมก็ไม่รู้ จำไม่ได้ อย่างที่บอกว่าเสียค่าสมาชิก 300 หอมก็คิดว่าเสียเหรอวะ เก็บค่าสมาชิกหรือเปล่ามันจำไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าตอนนี้ไปสืบค้นมาแล้ว เราไม่ได้เก็บค่าสมาชิกนะคะ แต่เป็นการเปิดบิล 300 เพื่อซื้อสินค้า จ่ายเงินมาได้สินค้า ไม่มีการเก็บเงินเปล่า หรือหาดาวน์ไลน์แล้วได้เงิน ไม่มีค่ะ ทุกคนต้องได้รับสินค้าในการจ่ายเงิน แล้วโปรโมชั่นต่างๆ ที่แจกโน่นแจกนี่เป็นเรื่องปกติ ในทางกฎหมายทำได้ แค่ทำให้ถูกต้องเท่านั้นเอง
จะขอโทษเมื่อไหร่ก็ได้
ไม่กำหนดเรื่องขอโทษเมื่อไหร่ ไม่ได้บังคับเลยค่ะ แล้วแต่ความสบายใจของทุกคน อย่างที่บอกหอมไม่ได้อยากหาศัตรูหรืออยากมีเรื่องกับใครจริง ๆ ในสภาวะที่หอมยืนอยู่ตรงนี้แล้วหอมยังสบายใจอยู่ หอมก็ไม่ได้อยากจะเอาเรื่องอะไรกับใครค่ะ
เป็นเรื่องการเมือง?
เป็นเรื่องการเมือง ถูกไหมคะ ถ้าเราไม่แกล้งโง่ ก็ดูว่าไปทางนั้นค่ะ เขาก็ย้ำตรงนั้นหลายรอบ หอมก็ไม่รู้จะเป็นเกมการเมืองหรืออะไร ด้วยความที่ฟันธงไม่ชัดเจน แต่ก็ชี้ชวนให้น่าคิดว่าไปทางนั้น แต่ตอนเราทำร่วมกันกับแบรนด์เขายังไม่ได้ทำการเมืองนะคะ ยังเป็นเพื่อนกัน มันผ่านไป 6 ปี คนเราก็เติบโตในอาชีพตัวเอง ก็เป็นทางที่เขาใฝ่ฝัน
สิ่งเหล่านั้นพอ 6 ปีที่แล้ว พอเอามาพาดพิงเขา ก็กลายเป็นเขาถูกกล่าวหา ภาพลักษณ์นักการเมืองมันดูไม่ดีในสายตาเราอยู่แล้ว พอมีภาพลักษณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก มันก็อาจทำให้เขาเสียหายได้ ส่วนกับแต้ว ยังไม่ได้คุย ไม่รู้ว่าแต่ละคนเขาตัดสินใจยังไง
รับงานยากขึ้น?
ยากขึ้นในการรับงาน และไม่แฟร์สำหรับแบรนด์เล็กๆ บางทีเขาอาจทำถูกต้อง พอเราไม่รู้จักแบรนด์เขาปุ๊บ รับดีไหมวะ ดาราอาจปฏิเสธการร่วมงานก็ได้
เอาจริงๆ ถ้ามีหน่วยงานภาครัฐออกมาแนะนำดาราก็ดีนะ คือดาราไปตรวจสอบเชิงลึกไม่ได้หรอก ไปขอข้อมูลส่วนตัวบริษัทมันก็ทำไม่ได้ มันก้าวล่วงไป เราไม่รู้ว่าเราทำอะไรได้แค่ไหน อยากให้แฟร์ๆ กับทุกฝ่าย บางคนก็ทำงานจริงๆ จะบอกว่าไม่รับรีวิวไปเลยสิ มันก็ไม่ได้นะ มันเป็นอาชีพ ยิ่งเศรษฐกิจตกต่ำ งานก็หายากดาราใหม่ๆ ก็เกิดขึ้น ถ้าจำกัดการรับงานไปอีก ดาราก็อยู่ลำบาก อยากให้แฟร์ ๆ กับทุกฝ่าย
ขอบคุณ : NineEntertain Official
- ‘เจมส์ จิรายุ’ เผยประโยคขอแต่งงาน ‘โฟม’ ขอโทษที่ช้า อย่าโกรธพ่อนะ
- นางงามเมียนมา รอง 2 มิสแกรนด์อินเตอร์ฯ ถูกถอดมงกุฎ-ดึงสายสะพาย
- ปลดฟ้าผ่า! Miss Grand US Virgin Islands 2024 หลังเพิ่งประกวด MGI จบ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘นัตตี้ ไดอารี่’ โกงเทรดหุ้น 2 พันล้าน ก่อนเกมถูกจับที่อินโดนีเซีย
- ราเชล คุปตา มิสแกรนด์อินเดีย คว้ามงฯ Miss Grand International 2024
- สื่อเผย ND มิสแกรนด์เมียนมา ตัดสินใจคืนมงฯ เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ติดตามเราได้ที่