รถทัวร์สองชั้น-ก๊าซเอ็นจีวี-ทัศนศึกษา อีกหนึ่งบทเรียนที่รัฐบาลถอด
รถทัวร์สองชั้น-ก๊าซเอ็นจีวี-ทัศนศึกษา อีกหนึ่งบทเรียนที่รัฐบาลถอด
จากกรณีโศกนาฏกรรมรถบัสทัศนศึกษานักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณถนนวิภาวดี-รังสิต ขาเข้า ช่วงบริเวณหน้าเซียร์รังสิต ช่องทางขวา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราบ และสูญหายอีก 23 ราย โดยในรถบัสคันดังกล่าวมีผู้โดยสารมาทั้งหมด 39 คน เป็นครู 6 คน และนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งมีผู้หนีรอดมาได้เพียง 19 คน
เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนออกมาตั้งคำถามว่ารถบัส 2 ชั้น สามารถติดตั้งแก๊ส NGV ได้หรือไม่ รวมไปถึงความปลอดภัยของการโดยสารรถบัสสองชั้นที่มีหวั่นจะกิดอันตรายเพราะด้วยความที่ตัวรถมีความสูงทำให้คนขับอาจจะควบคุมรถลำบาก ทั้งยังเรื่องที่ความสูงของรถทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุทำให้การหลบนี้มาจากรถที่มีความสูงจะทำให้เกิดอันตรายได้
ย้อนเหตุการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รถบัสโดยสารในประเทศไทยเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้อย่างน้อย 4 เหตุการณ์
-รถทัวร์โดยสาร 2 ชั้นของบริษัท 407 พัฒนาทัวร์ จำกัด สายอุดรธานี - กรุงเทพฯ เกิดไฟไหม้ ที่ หลังจากถังก๊าซเอ็นจีวีเกิดระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน วิศวกรกรมการขนส่งทางบก สรุปผลตรวจเบื้องต้นว่า สาเหตุการเกิดไฟไหม้ เกิดจากระบบเบรกเกิดการขัดข้อง จนทำให้เบรกค้างและเกิดความร้อนจนส่งผลให้ยางล้อหลังระเบิด เศษยางกระเด็นไปโดนวาล์วถังก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งติดตั้งอยู่ที่บริเวณด้านท้ายรถใกล้กับเครื่องยนต์ 10 ถัง และอยู่ที่บริเวณด้านหน้า 1 ถัง ใกล้กับประตูทางออก จนก๊าซฟุ้งกระจายและติดไฟขึ้น ทำให้เกิดไฟไหม้อย่างรวดเร็ว (เม.ย. 2564)
-รถเมล์เอ็นจีวี ปอ.522 รังสิต-อนุสาวรีย์ เกิดยางระเบิดจนไฟลุกไหม้ที่ จ.นนทบุรี มีผู้บาดเจ็บถูกไฟลวกหนึ่งราย (พ.ค. 2565)
-รถทัวร์จากสุโขทัยมาเที่ยว จ.กาญจนบุรี เกิดเหตุยางระเบิดไฟไหม้วอดทั้งคัน (ม.ค. 2567)
-รถบัสกองทัพอากาศรับส่งบุคลากร ซึ่งใช้เชื้อเพลิงก๊าซเอ็นจีวี เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณถนนด้านในสนามบินดอนเมือง โดยพลขับระบุว่า ได้กลิ่นแก๊สเข้ามาในตัวรถพร้อม ๆ กับเกิดกลุ่มควัน (ก.ย. 2567)
ซึ่งจะเห็นได้ว่าแก๊สเป็นตัวที่ทำปฎิกิริยาทั้งหมด ที่เกิดขึ้นเนื่องจากติดไฟๆได้เร็วแตกต่างจากน้ำมันที่เป็นของเหลวทำให้หากเกิดการรั่วขึ้นมา และมีประกายไฟอยู่รวมด้วยจะเกิดเพลิงลุไหม้โหมกระหน่ำ ทำให้ผู้อบยู่ในเหตุการณ์อาจไม่มีเวลาตั้งตัวและด้วยความที่ราคาก๊าซเอ็นจีวี ราคาถูกกว่าน้ำมัน ผู้ประกอบการจึงนิยมใช้แก๊สมากกว่า เพราะจะถึงจุดคุ้มทุนเร็ว
อีกเรื่องหนึ่งคือการทัศนศึกษาที่ให้เด็กอนุบาลนั่งรถระยะทาง 300 กว่ากิโลเมตร ข้ามจังหวัดมาเพื่อมาทัศนศึกษาในกรุงเทพ ที่เป็นคำถามมาสุ่สังคมว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะหลายๆครั้งที่เหตุการณ์อุบัติเหตุในขณะทัศนศึกษาเกิดขึ้นทำให้มีเด็กนักเรียนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต บ่อยครั้ง
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รัฐบาลต้องกลับมาทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยของรถบัสหรือรถทัวร์ที่เกิดเหตุ โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนามคมออกมาชี้แจงว่าจะทำการสังคยานารถโดยสารสาธารณะทั้งหมดโดยการเรียกนำมาตรวจเช็คสภารถ เนื่องจากหลายๆแหล่งข่าวพบว่า รถบัสโดยสารที่เกิดเหตุ มีการจดทะเบียนรถมากว่า 54 ปี แล้วก่อนที่จะมีการประเปลี่ยนโครงสร้าง ใหม่ในปี 2561 และปรับไปใช้ระบบก๊าซเอนจีวี แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือมีการจดแจ้งติดตั้งถังก๊าซ 6 ใบ แต่พอพบสภาพรถจริงคือมีการติดตั้งถังก๊าซมากถึง 11 ใบ
หลังจากรัฐมนตรีว่าการคมนาคมออกมาลงดาบให้เข้าตรวจสอบคุณภาพรถ ซึ่งคาดหวังว่าทางผู้ประกอบการจะไม่คัดค้านให้ตรวจสอบสภาพรถโดยสาร เพราะเนื่องด้วยเป็นเหตุการณ์ที่กระทบสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งต้องมาติดตามกันว่าสุดท้ายรัฐบาลจะออกมาตรการอะไรที่สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคหรือผู้โดยสารได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงอีกหนึ่งบทเรียนที่ถอดออกมาแต่ไม่ได้เรียนรู้ในเรื่องนี้เลย