โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ผลิตภาพการผลิตของอุตสาหกรรมไทยเป็นอย่างไร ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 มี.ค. 2567 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2567 เวลา 04.36 น.
AFP / China OUT

ผู้เขียนบทความ : ดร.นรพัชร์ อัศววัลลภ, ดร.กวิน เอี่ยมตระกูล, อิทธิพัฒน์ ประภาประเสริฐ กองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยที่มีระดับผลิตภาพสูงมักมีลักษณะที่เป็น รายใหญ่ เน้นการใช้เทคโนโลยี ได้รับการส่งเสริมจากรัฐ มีความเกี่ยวโยงกับต่างประเทศ และทำการวิจัยและพัฒนา

Productivity isn’t everything, but in the long run it is almost everything. นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง Pual Krugman ได้กล่าวไว้ว่า แม้ผลิตภาพการผลิตจะไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ในระยะยาวแล้ว
มันเกือบจะเป็นทุกอย่างเลยทีเดียว เนื่องจากความสามารถของประเทศที่จะยกระดับมาตรการความเป็นอยู่ในระยะยาวขึ้นอยู่กับความสามารถในการเพิ่มผลผลิตต่อแรงงานนั่นเอง

ดังนั้น หากนำมูลค่าผลผลิตมวลรวมของประเทศหรือ GDP มาหารด้วยจำนวนผู้มีงานทำ ก็จะได้ระดับผลิตภาพแรงงาน เพื่อชี้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วผู้มีงานทำคนหนึ่งสามารถผลิตสินค้าได้เท่าใด หรืออีกนัยหนึ่งคือผู้มีงานทำนั้นสามารถสร้างรายได้ได้มากแค่ไหนนั่นเอง ดังนั้น เรื่องของผลิตภาพจึงเกี่ยวข้องกับความสามารถในการหารายได้ของทุกคน แต่หากจะพิจารณาอย่างคร่าว ๆ โดยใช้มูลค่า GDP หารด้วยประชากร หรือ GDP percapita แทนก็ได้ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดของธนาคารโลกพบว่า ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ของอาเซียนรองจาก สิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย ตามลำดับ

เมื่อหันกลับมาโฟกัสที่อุตสาหกรรมของไทยจะเห็นว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ขยายตัวที่ร้อยละ 1.9 ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 2.5 ในปี 2565 โดยภาคการผลิตที่ฉุดเศรษฐกิจไทย คือ ภาคอุตสาหกรรมซึ่งหดตัวถึงร้อยละ -2.4 ต่อปี จึงเป็นที่น่าสนใจว่าผลิตภาพการผลิตในแต่ละสาขาการผลิตของไทยเป็นอย่างไร ?

ดร.นรพัชร์ อัศววัลลภ ดร.กวิน เอี่ยมตระกูล และ อิทธิพัฒน์ ประภาประเสริฐ นักเศรษฐศาสตร์จากกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้อาศัยข้อมูลระดับสถานประกอบการจำนวนมากถึง 4.4 แสนแห่ง จากรายงานสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2565 ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติเพิ่งนำออกมาเผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ มาวิเคราะห์เพื่อหาระดับผลิตภาพการผลิตรวม หรือ Total Factor Productivity (TFP) พบว่า ระดับผลิตภาพของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมมีความแตกต่างกัน

โดยอุตสาหกรรมที่เน้นเทคโนโลยีเข้มข้น (Capital Intensive) ส่วนใหญ่จะมีระดับผลิตภาพการผลิตรวมสูง โดยเฉพาะการจัดทำซอฟต์แวร์สำเร็จรูป การผลิตยานยนต์ การผลิตเครื่องมือและเครื่องจักร และการผลิตคอมพิวเตอร์ ขณะที่อุตสาหกรรมที่ใช้ปัจจัยแรงงานเข้มข้น (Labor Intensive) เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร การผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป การผลิตสิ่งทอ การฟอกหนัง การแปรรูปและการถนอมผลไม้และผัก และการจัดการของเสียและรีไซเคิล มักจะมีระดับผลิตภาพการผลิตรวมที่ต่ำกว่า

หากพิจารณาในมิติอื่น ๆ ยังพบว่า สถานประกอบการที่มีผลิตภาพการผลิตรวมสูงส่วนใหญ่มักมีขนาดใหญ่ (Large) ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ EEC มักได้รับสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อีกทั้งมีการส่งออกในระดับสูงมากกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าผลผลิต และมีการร่วมทุนกับต่างประเทศ รวมทั้งมีการลงทุนทำวิจัยและพัฒนาอีกด้วย โดยในบรรดาปัจจัยที่กล่าวมาพบว่า การส่งออกในระดับสูง และการร่วมทุนกับต่างประเทศ เป็นสองปัจจัยหลักที่สร้างความแตกต่างในเชิงผลิตภาพให้กับสถานประกอบการมากที่สุด

ในทางกลับกัน สถานประกอบการขนาดย่อย (Micro) ย่อม (Small) และกลาง (Medium) มักไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือร่วมทุนกับต่างประเทศ ไม่ค่อยได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ (เช่น BOI) และเน้นการผลิตเพื่อขายภายในประเทศเป็นหลัก (Domestic-Oriented Firms) ซึ่งจะเห็นได้ว่าสถานประกอบการขนาดย่อยและย่อมเหล่านี้มักมีระดับผลิตภาพต่ำกว่าสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่

ดังนั้น หากสถานประกอบการขนาดเล็กเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจทำให้ความแตกต่างด้านผลิตภาพการผลิตรวมของผู้ประกอบการรายใหญ่และเล็กยิ่งมีช่องว่างเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งจะนำมาสู่ปัญหาการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและการสร้างรายได้ของประเทศที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นในอนาคต

ดังนั้น นโยบายเพื่อสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพการผลิตรวมจึงควรสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม สร้างแรงจูงใจและบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนและพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมในวงกว้างด้วยการลดความแตกต่างระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการที่มีศักยภาพต่างกัน รวมทั้งบังคับใช้กฎระเบียบเพื่อส่งเสริมการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยากร สิทธิประโยชน์ อย่างมีความเท่าเทียมมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการยกระดับผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยและการสร้างรายได้ที่สูงขึ้นในระยะยาว

อนึ่ง บทความนี้เป็นความคิดเห็นของคณะผู้เขียน ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นขององค์กร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผลิตภาพการผลิตของอุตสาหกรรมไทยเป็นอย่างไร ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...