โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิทานของพ่อ ของขวัญจากพ่อ (กวางแม่ลูกอ่อน) – พอเพียง เป็นสุข

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2564 เวลา 17.00 น. • พอเพียง เป็นสุข

     ก่อนที่จะเขียนเรื่องนี้ก็ขอขอบคุณ LINE TODAY SHOWCASE มากๆ เลยค่ะ กับหัวข้อบทความเรื่องกิน- เที่ยว เดือนพฤศจิกายน ที่เปิดโอกาสให้ได้ทำตามฝัน ชอบ รัก อยากเขียน มีความสุขที่ได้เขียน ได้แสดงออกถึงความคิด ความรู้สึกผ่านสายตาผู้อ่าน ขอขอบคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน ที่อ่านแล้วชอบและกดหัวใจ ให้ในเรื่องแรก (อั่วกบ) ดีใจมาก ขอขอบคุณจากใจผู้เขียนค่ะวันนี้ขอเดินตามฝันกับ LINE TODAY SHOWCASE ก้าวต่อไปค่ะ

     นิทานเรื่องนี้พ่อได้เล่าให้ฉันฟังในตอนที่อยู่เฝ้าไข้พ่อซึ่งป่วยและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล พ่อป่วยแต่มีสติและลุกเดินไปมาได้ เราคุยกันเรื่องราวต่างๆ มากมาย เพราะเราไม่ได้ค่อยได้คุยกันบ่อยนัก หลังจากที่ฉันได้ไปทำงานต่างจังหวัด เราก็ไม่ค่อยได้คุยกันบ่อยนัก เพราะฉันก็จะขึ้นรถโดยสารกลับบ้านเดือนละสองครั้งในเช้าวันเสาร์ถึงบ้านประมาณห้าโมงเย็น วันอาทิตย์ตอนเช้าก็ต้องรีบกลับมาเพื่อทำงานในเช้าวันจันทร์ โทรศัพท์ก็ยังไม่มีเงินซื้อเพราะเงินเดือนยังน้อยแค่พอใช้และแบ่งให้พ่อบ้าง ต้องประหยัดจึงกลับบ้านได้แค่เดือนละสองครั้งแม้จะลำบากยังไงฉันก็พยายามกลับบ้านเพื่อไปกินข้าวกับพ่อ พ่อรออยู่

     เมื่อก่อนตอนที่ฉันยังเรียนอยู่พ่อกับพี่ชายขยันทำงานหาเงิน เพื่อให้ฉันเรียนพ่อบอกว่าพ่อลำบากแต่อยากเห็นลูกสบาย พ่อสะพายย่ามสินค้าหนักเป็นสิบกิโลไปขายตามจังหวัดต่างๆ หลายสิบปี จนไหล่ของพ่อเป็นรอยลึกบุ๋มตามแรงกดสินค้าหนักที่สะพาย ตอนอยู่บ้านด้วยกันเราจะนั่งคุยกันฉันไม่เคยรู้สึกขาดความอบอุ่นเลยแม้ว่าแม่จะเสียไปนานแล้ว เพราะพ่อเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ฉัน พ่อไม่เคยสอนไม่เคยบอกให้ฉันเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน หรือห้ามยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขต่างๆ พ่อจะไม่เตือน แต่พ่อจะเล่าเรื่องราวต่างๆ การเดินทางไปค้าขายด้วยเท้าเปล่า การใช้ชีวิต การทำมาหากิน ความลำบากของคนสมัยก่อนและนิทานต่างๆ ให้ฟังบ่อยๆ ซึ่งเมื่อเราคิดตามแล้วเราก็ตั้งใจว่าจะเป็นคนดี เพื่อพ่อแม่และตัวเราเอง

     พ่อเป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทันสมัย ทั้งที่อายุมากแต่ยังส่งลูกสาวเรียน เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี แม้จะมีคำพูดบั่นทอนว่าส่งลูกสาวเรียนเสียเวลาเปล่า แต่พ่อก็ไม่ใส่ใจคำพูดเหล่านั้น ยังคงขยัน อดทน มุ่งมั่น หาเงินส่งเสียจนฉันจบปริญญาและมีงานทำ พวกเราสามคนพี่น้องมีงานทำเลี้ยงตัวเอง ดูแลครอบครัว ไม่เป็นภาระคนอื่น ไม่เบียดเบียนใคร มันคือความสุข ความภาคภูมิใจของพ่อ แต่ฉันก็ยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณพ่อให้สมกับที่พ่อได้มอบชีวิตที่ดีให้ฉัน เพราะสองปีต่อมาพ่อก็ป่วย ฉันอยู่ดูแลพ่อตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 29 เมษายน 2547 พ่อก็ได้จากไป ถึงวันนี้เป็นเวลา 17 ปี 7 เดือน 7 วัน ซึ่งท่านได้มอบนิทานสมบัติมีค่าชิ้นนี้ ของขวัญจากพ่อที่แสดงถึงความรัก ความห่วงใย ดวงใจบริสุทธิ์ของพ่อที่มีต่อครอบครัวและลูกหลานทุกคน

เป็นคำสั่งสอนผ่านนิทาน เพื่อให้อยู่ในความคิดคำนึงและอยู่ในดวงใจของลูกหลานทุกคนตลอดไป มาอ่านนิทานของพ่อกันนะคะ

     นิทานของพ่อ กวางแม่ลูกอ่อน สมัยก่อนมีพี่น้องคู่หนึ่ง พี่ชื่อพอ น้องชื่อดี ทั้งสองพี่น้องจะไม่ค่อยถูกกันนัก ไม่พูดคุยกัน ใช้ชีวิตตามแบบของตัวเอง เมื่อทั้งสองแยกย้ายไปแต่งงานมีครอบครัวก็ไม่ได้ไปมาหาสู่กัน แม้ว่าบ้านจะอยู่ไม่ห่างกันนัก ต่างคนต่างทำมาหากินเลี้ยงลูกเมียครอบครัวของตนเองนานหลายปี เช้าวันหนึ่งนายดีน้องชาย เข้าป่าไปล่าสัตว์ นายดียิงกวางแม่ลูกอ่อนตาย แต่เนื่องจากกวางตัวใหญ่มากนายดีไม่สามารถที่จะแบกกวางกลับไปบ้านได้ นายดีจึงลากกวางไปซ่อนในพุ่มไม้และจะกลับไปเอาเกวียนที่บ้านมาขนกวางกลับไป

     ระหว่างทางกลับบ้านนายดีไปหาเพื่อนฝูงที่รักใคร่สนิทสนมกันและชวนเพื่อนไปในป่าเพื่อไปเอากวางด้วยกัน แต่นายดีไม่ได้บอกเพื่อนว่า เขาฆ่ากวางแม่ลูกอ่อนตาย เขาพูดกับเพื่อนว่า เขาฆ่าแม่ลูกอ่อนตาย ขอให้เพื่อนไปจัดการศพแม่ลูกอ่อนช่วยหน่อยเพราะเขากลัวทางการรู้แล้วจะมาจับเขา เพื่อนของเขาเมื่อได้ยินนายดีบอกเช่นนั้นก็รีบปฏิเสธไม่ยอมไปด้วยเพราะกลัวถูกจับร่วมกับนายดี เพื่อนๆ ต่างพากันเดินจากไป

     นายดีจึงไปหานายพอพี่ชายที่บ้านของพี่ และบอกพี่ชายด้วยคำพูดเดียวกับที่บอกเพื่อน แต่พี่ชายที่ไม่ได้พูดคุยกัน ไม่ได้ไปมาหาสู่กันมานานหลายปี กลับเดินเข้ามาจับไหล่น้องชายและบอกน้องว่า อย่าพูดดังเดี๋ยวคนจะได้ยินเอาเกวียนที่บ้านพี่นี่ละไปขนศพแล้วเอาไปฝังเถอะรีบไปเร็วๆ ตอนนี้นายดีรู้แล้วว่าพี่เขารักเขามากเท่าไร สองพี่น้องรีบขึ้นนั่งเกวียนเข้าป่า เมื่อไปถึงนายดีก็บอกนายพอว่า เขาฆ่ากวางแม่ลูกอ่อนตาย ไม่ใช่แม่ลูกอ่อน และมีแต่พี่นี่แหละที่มาช่วยน้อง เราขนกวางตัวนี้กลับไปบ้านกันเถอะ แล้วก็ช่วยกันขนกวางกลับบ้าน หลังจากนั้นมาสองพี่น้องพอดีก็ไปมาหาสู่กันตลอดและรู้แล้วว่าความรัก ความห่วงใย สายเลือด สายสัมพันธ์ของ ครอบครัว ญาติพี่น้องตัดกันไม่ขาด

     ที่พ่อเล่านิทานเรื่องนี้ให้ฟังพ่อไม่ได้เน้นว่าเพื่อนไม่ดี เพื่อนที่ดีก็มีอยู่หรอก แต่ด้วยเหตุผลของเพื่อนเขาไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร เรื่องการฆ่ากันตายถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องมอบตัว ผิดก็ว่าไปตามผิด การช่วยเหลือก็ต้องช่วยในทางที่ถูกและสมัยนี้ก็ไม่มีกวางให้ล่าแล้ว แต่นี่คือนิทานที่พ่อเน้นเรื่องพี่น้องต้องช่วยเหลือกัน เหตุผลก็คือ พ่อกลัวว่าเมื่อวันเวลาผ่านไปลูกหลานของพ่อจะขาดความรัก ความห่วงใย ความสามัคคี ไม่ช่วยเหลือดูแลกัน ห่างเหินทอดทิ้งกัน พ่ออยากให้ทุกคนรัก สามัคคีและผูกสายใยรักแห่งครอบครัวไว้ ไม่ทิ้งพี่น้องลูกหลานไว้ข้างหลังให้เราก้าวไปด้วยกัน

     ลูกขอกราบเท้าขอบพระคุณพ่อที่ปูทางสร้างชีวิตให้พึ่งพาตัวเองได้ ไม่เป็นภาระแก่สังคม ลูกจะเป็นคนดีค่ะ วันนี้ถ้าพ่อของคุณยังอยู่กลับไปบอกรักพ่อ กอด กราบเท้าและกินข้าวกับพ่อบ้างนะคะ พ่อรออยู่ สุขสันต์วันพ่อตลอดเดือนธันวาคมนี้ และรักพ่อตลอดไปค่ะ

     “พ่อสร้างแรงบันดาลใจให้โอกาส แม่ช่วยวาดทางชีวิตลิขิตฝัน

     พ่อคอยเติมเชื้อไฟให้ฝ่าฟัน แม่สร้างสรรค์สั่งสอนรู้วิชา

      พ่อแม่ล้อมกล่อมรักลูกให้แกร่ง ให้เข้มแข็งใจสู้วันข้างหน้า

     มีพี่น้องครอบครัวก้าวตามมา เพื่อร่วมคว้าความฝันอันงดงาม”

            พอเพียง เป็นสุข (6 ธันวาคม 2564)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...