เดือดสนั่นลั่นบ้าน! น้องมดบุกทวงเงินตามพินัยกรรมมรดกเสี่ยปาน 30 ล้านถึงที่เจอสามีป้าเก้าบอกให้รอขายที่ให้ก่อน
เดือดสนั่นลั่นบ้าน!!!! น้องมดพร้อมป้าติ๋วพี่สาวคนโตเสี่ยปาน 30 ล้านบาท ทวงที่ดินร้านก๋วยเตี๋ยวสมบัติที่เหลือชิ้นสุดท้ายที่ หลังป้าเก้าผจก.มรดกยักยอกเงินตามพินัยกรรม เจอสามีป้าเก้าเถียงหัวชนฝาไม่ให้ รอขายบ้านให้ก่อนแล้วจะให้เงิน ใจเย็นรออีก 5 เดือนขายได้จะโอนเงินให้ น้องมดสุดจะกลั้นน้ำตาไหลไม่เชื่อคำพูดลิ้นไม่มีกระดูก เบี้ยวมาหลายครั้งแล้ว พี่สาวเสี่ยปานเผยเตรียมให้น้องมดตั้งทนายเพิกถอนสิทธิผจก.มรดก ไม่ปฏิบัติตามพินัยกรรม และยื่นเรื่องต่อสนง.ที่ดินทำเรื่องยกบ้านและร้านก๋วยเตี๋ยวชิ้นสุดท้ายให้ลูกชายเสี่ยปานไป พี่สาวคนโตเผยอีก ติดใจและสงสัยการตายน้อง 2 คนโดนวางยาหรือไม่หลังมีข่าวแอมไซยาไนด์ และฝันเห็น เสี่ยปานเข็นรถเข็นเดินถอดเสื้อเดินรอบหมู่บ้าน วิญาณคงห่วงลูกไม่ได้รับเงินตามพินัยกรรม
.
วันนี้ (3 พ.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเรื่องวุ่น ๆ หลังจากเสี่ยปาน 30 ล้านเสียชีวิตด้วยโรคร้ายเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ปีที่แล้ว ทิ้งมรดกไว้มากกมาย แต่ผจก.มรดก ซึ่งเป็นพี่สาวเสี่ยปาน กลับยักยอกเงินที่เสี่ยปานเขียนพินัยกรรมเอาไว้ ไม่ยอมยกให้ลูกชายเสี่ยปานจำนวน 3 ล้าน จนน.ส.เสาวณี อดีตภรรยาต้องยื่นเรื่องต่อศาลให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา ต่อน.ส.สุธีรา แก้วสวนจิก ซึ่งเป็น ผจก.มรดก และทางศาลจ.อุดรธานี ได้ออกหมายจับไปแล้วนั้น พร้อมกันนี้ อดีตภรรยายังได้ตั้งค่าหัวให้กับคนที่แจ้งเบาะแสของผจก.มรดกเสี่ยปาน 30 ล้านมีรางวัลให้ 20,000 บาท
.
ล่าสุดวันนี้ ป้าติ๋วพร้อมด้วยอดีตภรรยาเสี่ยปาน และน้องเกาลัด ลูกชายคนเดียวของเสี่ยปาน 30 ล้าน และพยานคุณตาเรืองเดช เจ้าของที่ดินที่ขายให้เสี่ยปานเมื่อปี 59 และนายตู๊ด ประธาน อบต.หนองหานได้เดินทางมาเป็นพยาน พร้อมกันเดินทางที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่บ้านหนองบ่อ หมู่ 7 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เพื่อไปทวงสิทธิตามพินัยกรรมกับป้าเก้า แต่ไม่พบ พบเพียงนายพจน์ สามีของป้าเก้า ป้าติ๋วได้เรียกให้มาพูดคุยกันถึงเรื่องสิทธิตามพินัยกรรม
.
แต่ปรากฏว่านายพจน์ตอนแรกไม่ยอมลงมาจะขับรถหนีท่าเดียว สุดท้ายจึงยอมมาคุยด้วย โดยป้าติ๋วถามตรงๆ บอกว่า เธอรู้จักฉันมั้ย ขณะที่นายพจน์ บอกว่า ไม่รู้จัก ป้าติ๋วจึงบอกว่า ฉันเป็นพี่สาวคนโตของเมียเธอและเสี่ยปาน มาวันนี้ต้องการถามเรื่องเงินตามพินัยกรรม และที่ดินตรงนี้ได้ยินข่าวว่าขายได้ ใช่ไหม ขายไม่ได้ต้องเอาให้ลูกชายเสี่ยปาน แต่นายพจน์เดือดกลับ ไม่รู้กับเมียว่าเงินไปน เขาก็หนีไปไม่บอก ไม่รู้กับเมีย และที่ตรงนี้ก็ขายไปแล้ว
.
ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังถ่ายภาพ นายพจน์กลับโมโหบอกว่า ห้ามถ่าย ถ้าถ่ายผมจะไม่คุยด้วย ป้าติ๋วบอกอีกว่า ทำไมเจ้าไม่รู้เมียแท้ๆ อย่าแสดง นายพจน์ก็โต้กลับเจ้านั่นหละอย่ามาแสดงกับผม เรื่องเงินขายที่ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเก้าที่เอาไปไหนเอาไปใช้อะไรบ้าง เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาก็หนีไปภูเก็ต โดยป้าติ๋วยืนยันจะขอที่ตรงนี้ที่เหลืออยู่ให้ลูกชายเสี่ยปานไป แต่ปรากฏว่าดูท่าทางขึงขังไม่ยอม บอกว่า ให้ไม่ได้ขอเวลาให้ผมขายได้ รออีก 5 เดือนไปถึงเดือนก.ย. ถ้าขายไม่ได้ก็ให้มาเอาเลย
.
แต่น้องมดโต้กลับบอกว่า หนูฟังลุงกับป้ามานานแล้ว ที่ดินตามพินัยกรรมก็แอบขายไม่แจ้งพวกหนู พอได้เงินก็ไม่เอาให้ ทำไมไม่เอาที่ตรงนี้ให้หลานไปเลย เรื่องมันจบๆ ไป เรื่องขายที่แล้วจะรับปากจะให้ ไม่มีอะไรมารับประกันให้เลย แต่นายพจนก็โต้คืนน้องมดว่า อย่าเก่ง ให้ฟัง ปากอย่าปลิ้นปล้อน ถ้าไม่ฟังจะหนีเดี๋ยวนี้ ให้โตคุยกับเฮาดีๆ ถ้าไม่ทำตามแบบเรา ก็ไม่ต้องเอา สุดท้ายก็คุยกันไม่รู้เรื่อง จึงแยกย้ายกันไป
.
น้องมด กล่าวทั้งน้ำตาว่า หนูไม่เชื่อลุงกับป้าอีกแล้ว จะยื้อเวลาไปทำไม อ้างจะขายที่ดินตรงนี้แล้วถึงจะเอาเงินให้ มันนานไป รอถึง 5 เดือน แล้วไม่มีอะไรมารับประกันว่าจะได้ เพราะเงินตามพินัยกรรมก็ไม่ได้แล้ว ถ้ายกที่ดินและร้านก๋วยเตี๋ยวให้น้องเกาลัดก็จบกัน หนูฟังฝ่ายลุงกับป้ามาตลอด ให้หนูรอหนูก็รอ อ้างว่าหนูไม่มาเอา ทั้งๆ ที่หนูติดต่อมาตลอด หนูไม่เชื่อใจอีกแล้ว ที่ผ่านมาไม่มีความหวังให้หนูและลูกชายเสี่ยปานเลย เสียใจมาก น้องมดพูดไปน้ำตาไหลไป
.
ส่วนน้องเกาลัด ลูกชายคนเดียวของเสี่ยปาน บอกว่า ผมมากับแม่วันนี้ผมก็อยากสิ่งที่พ่อจะให้ผม แต่ผมไม่ได้ อยากจะฝากถึงลุงพจน์และป้าเก้า ขอให้ผมได้บ้างเถอะ น้องเกาลัดกล่าวหน้าเศร้าอย่างไร้เดียงสา
.
นายเรืองเดช มั่งคั่งดี อายุ 70 ปี เจ้าของที่คนเก่า เปิดเผยว่า ยืนยันว่าที่ตรงนี้ขายให้เสี่ยปานจริงเมื่อปี 59 มันเป็นที่สาธารณะประโยชน์ไม่มีใบอะไร เป็นแค่เสี่ยปาน จ่ายเงินที่ซื้อประมาณ 1,700,000 บาท ก็มีใบเสร็จให้เท่านั้น เรื่องนี้จริงๆ ทางลุงกับป้าของอดีตเมียเสี่ยปาน ควรยกที่ดินตรงนี้ให้ลูกเมียเขา เพราะเงินตามพินัยกรรมก็ไม่ให้เขาแล้ว ลูกสืบสันดานก็ควรจะได้บ้าง
.
ป้าติ๋ว พี่สาวคนโตเสี่ยปาน เปิดเผยว่า ด้วยความสงสารหลานและน้องสะใภ้ที่ไม่ได้อะไรเลยกับเสี่ยปาน 30 ล้าน วันนี้จึงมาพูดคุยกับสามีนางเก้าก่อน แต่ดูแล้วคุยไม่รู้เรื่อง เขาไม่ยอมยกที่ดินที่เหลือชิ้นสุดท้ายตรงนี้ให้ ขนาดเงินตามพินัยกรรม 3 ล้านก็ไม่ได้ เงินมรดกเสี่ยปาน เก้าเอาไปใช้หมดแล้ว คาดเอาไปเล่นพนันจนหมดตัว เราจึงหาช่องทางก่อนที่ตนเองจะกลับไปเยอรมัน เมื่อวานไปพูดคุยกับทางสนง.ที่ดินแล้ว พอมีช่องทางน้องเกาลัดควรได้ที่ตรงนี้ โดยจะทำหนังสือรับรองและมีพยานว่า เจ้าของเดิมได้ขายให้เสี่ยปานจริง มีอบต.และชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีการซื้อขายจริง น้องเกาลัดก็มีสิทธิในที่ดินตรงนี้ เพราะเป็นผู้สืบสันดานของเสี่ยปานโดยตรง ตนเองยังติดใจสงสัยการเสียชีวิตของน้องชาย 2 คนคือนายเบิ้มและเสี่ยปานโดยเฉพาะนายเบิ้มน้องชายอีกคนจู่ๆ กินน้ำเปล่าจากนั้นล้มลงเสียชีวิตทันที ยิ่งเห็นข่าววางยาของแอมไซยาไนด์ คนแข็งแรงมาตลอด จู่ๆ มาตายได้ไง และเสี่ยปานมาป่วยมะเร็งหลังถูกหวย จะมีการวางยาด้วยหรือไม่จนเสียชีวิต อันนี้ก็ติดใจอยู่
.
ตั้งแต่กลับมาเมืองไทยเสี่ยปานเข้าฝันหลายครั้ง เห็นเดินเข็นรถเข็นข้างถนน ไม่ใส่เสื้อ หน้าตาเศร้า เดินรอบหมู่บ้าน และมีญาติฝันเห็นเสี่ยปานหอบเสื้อผ้าจากบ้านหลังใหญ่ๆ ของเขามาอยู่บ้านหลังเก่าที่ตนเองยกให้เขา เหมือนวิญญาณเสี่ยปานยังห่วงอยากให้พี่สาวช่วยและอยากให้ลูกชายเขาได้ในมรดกด้วย กลับมาครั้งนี้ตนเองก็มาทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์บ้านหลังเก่าที่เคยยกให้เสี่ยปานให้เสร็จเรียบร้อย แล้วจะขายทำบุญให้เสี่ยปาน เพราะบ้านหลังนี้มีคนตายแล้ว 6 ศพ จะเดินเรื่องขอให้น้องเกาลัดและน้องสะใภ้ได้ที่ดินผืนนี้เพราะน่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาควรจะได้ ส่วนเงินตามพินัยกรรมคงไม่ได้แล้ว ถ้าน้องสะใภ้ได้ตรงนี้แล้วพอ ก็อยากให้มันจบๆ ไม่อยากให้พี่น้องกันทะเลาะกัน ป้าติ๋วพี่สาวคนโตเสี่ยปาน 30 ล้านกล่าวตอนท้าย
.
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint