โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กอาการ ‘มะเร็งตา’ ในเด็กเล็ก เจอเร็วหายได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 มิ.ย. 2566 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2566 เวลา 19.58 น. • The Bangkok Insight

เช็กอาการ "มะเร็งตา" ในเด็กเล็ก เจอเร็วหายได้ มีอาการตาวาวหรือมองเห็นผิดปกติ รีบพบจักษุแพทย์ทันที

โรคมะเร็งจอตาในเด็ก (Retinoblastoma) พบได้ในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี โดยสัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 18,000 - 20,000 ขณะที่เพศหญิงและเพศชายพบได้ใกล้เคียงปริมาณเท่าๆ กัน อาจจะเป็นในตาข้างเดียวหรือพร้อมกัน 2 ตา โดยที่ไม่ได้เป็นการกระจายจากตาข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง และอาจพบที่ต่อมไพเนียล ซึ่งเป็นต่อมอยู่ภายในใจกลางสมองร่วมด้วย สามารถแบ่งชนิดตามการเกิดได้เป็น 2 กลุ่ม

1. ชนิดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปยังลูกหลานได้ถึงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วย โดยสามารถเป็นได้ทั้งสองตาและเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในอวัยวะอื่นๆ อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่ตรวจพบและวินิจฉัยโรคได้ค่อนข้างเร็ว คือประมาณ 12 เดือน

2. ชนิดที่ไม่ถ่ายทอดไปยังลูกหลาน พบได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยมักพบเป็นในตาเพียงข้างเดียวหรือตำแหน่งเดียวในจอตา

นอกจากนี้ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่อวัยวะอื่นจะน้อยกว่าชนิดแรก อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่ตรวจพบและวินิจฉัยโรคมักจะช้ากว่าชนิดแรก คือ ประมาณ 24 เดือน

อาการบ่งชี้โรคมะเร็งจอตาในเด็ก

1.การตรวจพบรูม่านตาเป็นสีขาว ซึ่งเกิดจากแสงที่สะท้อนจากก้อนมะเร็งจอตา เป็นอาการนำที่พบบ่อยที่สุด โดยพบถึง 50-60 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยจะมีลักษณะตาวาว สีขาวๆ กลางตาดำ

2.ภาวะตาเหล่พบได้เป็นอันดับรองลงมา ประมาณ 20 - 30 เปอร์เซ็นต์

3.ตาอักเสบตาแดง ม่านตา 2 ข้างสีไม่เหมือนกัน เกิดจากการที่มีหลอดเลือดฝอยมากผิดปกติที่ม่านตา หรือมีเลือดออกในช่องหน้าม่านตา หรือต้อหิน เป็นต้น

4.ปวดตาและมีการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบๆลูกตา

5.อาการอื่นๆ ในรายที่มีการกระจายของมะเร็งไปนอกลูกตา เช่น ตาโปน เนื่องจากก้อนมะเร็งลามออกมาในเบ้าตา ผู้ป่วยที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปที่สมองอาจมีอาการ ชัก หรือแขน ขาอ่อนแรง หากมีการกระจายไปที่กระดูก อาจคลำก้อนได้ที่ศีรษะหรือลำตัว ถ้ามีการกระจายไปที่ตับอาจคลำก้อนได้ในช่องท้อง เป็นต้น

6.ลูกตาฝ่อ แม้ว่าพบได้น้อยเกิดจากการที่ก้อนมะเร็งโตเร็วทำให้ขาดเลือดมาเลี้ยงที่ก้อนและเมื่อเซลล์มะเร็งตายจะปล่อยสารที่ทำให้เกิดการอักเสบเป็นผลให้ลูกตาฝ่อ

ทั้งนี้หากเด็กมีอาการตาวาวหรือมองเห็นผิดปกติ รีบพบจักษุแพทย์ทันทีโดยหากตรวจพบในระยะแรกมีโอกาสรักษาให้หายได้ โดยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันถ้าคนไข้มาพบแพทย์เร็วอาจเก็บลูกตาไว้ได้ ไม่ต้องควักออก รักษาโดยการฉายเลเซอร์ จี้ตาด้วยความเย็นหรือให้เคมีบำบัดตรงบริเวณก้อน

ขอบคุณข้อมูล : ภาควิชาจักษุวิทยา Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศ.พญ.ละอองศรี อัชชะนียะสกุล

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...