โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรือบรรทุกรถหรูที่เกิดไฟไหม้ใกล้อะซอเรสจะถูกเคลื่อนย้าย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 19 ก.พ. 2565 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 05.37 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ลิสบอน 19 ก.พ. – เรือบรรทุกสินค้าที่บรรทุกรถยนต์ราว 4,000 คัน ซึ่งรถยนต์หรูอย่าง ปอร์เช อาวดี้ และเบนท์ลีย์ ที่เกิดไฟลุกใหม้ขณะอยู่บริเวณนอกชายฝั่งเขตปกครองตนเองอะซอเรส ของโปรตุเกส กำลังจะถูกลากไปยังประเทศหนึ่งประเทศในทวีปยุโรป หรือไปที่ประเทศบาฮามาส

เจ้าหน้าที่ของท่าเรือฮอร์ทาสกล่าวว่า แบตเตอรีแบบลิเทียม-ไอออน ของรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ที่อยู่บนเรือบรรทุกสินค้าเฟลิซิตี้ เอซ เกิดไฟลุกไหม้และเปลวไฟประเภทนี้ต้องใข้อัปกรณ์พิเศษในการดับไฟ เขากล่าวด้วยว่า เรือถูกไฟเผาไหม้จากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ทุกอยางบนเรือถูกเผาโดยเปลวไฟสูงราว 5 เมตรจากระดับน้ำ รูปภาพที่เจ้าหน้าที่ด้านการขนส่งทางน้ำของโปรตุเกสนำออกเผยแพร่เป็นภาพเรือที่ถูกไฟไหม้เสียหายอย่างรุนแรงที่บริเวณหัวเรือและตามลำตัวเรือที่มีความยาว 200 เมตร จากข้อมูลพบว่า เรือลำนี้ต่อขึ้นในปี 2005 และสามารถบรรทุกสินค้าได้หนัก 17,738 ตัน เรือลากจูงหลายลำจากยิบรอลตาร์ ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษและจากเนเธอร์แลนด์กำลังเดินทางมา คาดว่าเรือ 3 ลำแรกจะมาถึงภายในวันพุธ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เรือไม่สามาถลากจูงไปยังอะซอเรสได้ เนื่องจากเรือมีขนาดใหญ่มากเกินไปและจะปิดกั้นเส้นทางขนส่งสินค้าของท่าเรือ เรือบรรทุกสินค้าลำนี้ ชักธงปานามา มีสโนว์สเคป คาร์ แคริเออร์ เอสเอ เป็นเจ้าของและบริหารจัดการโดยบริษัทมิตซุย โอเอสเค ไลน์ เดินทางออกจากเมืองแอมเดนในเยอรมนีเพื่อไปยังเมืองเดวิสวิลล์ ในสหรัฐ ลูกเรือทั้ง 22 คน ถูกอพยพออกจากเรือเมื่อวันพุธ เมื่อเกิดไฟลุกไหม้ขึ้น และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ บนเรือมีรถยนต์ปอร์เขประมาณ 1,100 คัน เบนท์ลีย์ 189 คัน ส่วนอาวดี ยังไม่ทราบจำนวน ทั้งสามยี่ห้อเป็นรถยนต์ของโฟล์กสวาเกน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...