ความฉลาดทางศีลธรรม - พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ
นักวิชาการได้มีความพยายามที่จะวัดระดับความสามารถของคนเราในด้านต่าง ๆ เช่น
ระดับความสามารถทางเชาว์ปัญญา ( Intelligence Quotient หรือ IQ )
ระดับความสามารถทางอารมณ์ ( Emotional Quotient หรือ EQ )
ระดับความสามารถทางการฟันฝ่าปัญหาอุปสรรค ( Adversity Quotient หรือ AQ )
ระดับความสามารถทางศีลธรรม ( Moral Quotient หรือ MQ )
การวิเคราะห์เรื่องราวเหล่านี้ นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่อง MQ (Moral Quotient) ระดับความสามารถทางศีลธรรม หรือจะเรียกว่าความฉลาดทางศีลธรรมก็ได้
ความฉลาดทางศีลธรรม หมายถึง ความสามารถในการหยุดตนเองจากการทำความชั่ว มีพลังมุ่งมั่นในการทำความดีโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
นักวิชาการส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า การปลูกฝัง MQ หรือ ความฉลาดทางศีลธรรมนั้นไม่สามารถทำได้ในคนที่เป็นผู้ใหญ่หรือมีอายุมากแล้ว พวกเขามีความเห็นว่า การปลูกฝัง MQ ต้องทำตั้งแต่ในวัยเด็ก
เพราะถ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะฝึกได้ยาก รวมทั้งแก้ไขสิ่งต่างๆ ได้ยาก แต่ถ้าเริ่มแก้กันตั้งแต่ยังเด็ก ก็จะสามารถยกระดับพื้นฐานศีลธรรมของแต่ละคนขึ้นมาได้ เมื่อมีพื้นฐานจิตใจดี มีจิตสำนึกที่ดี หากได้รับการหล่อหลอม กระตุ้นเตือนเพิ่ม ก็จะสามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปได้โดยไม่ยาก
ในทัศนะของอาตมภาพนั้นเห็นว่า เราสามารถยกระดับความฉลาดทางศีลธรรมให้สูงขึ้นได้ แม้ในคนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว การที่คนเรามีระดับความฉลาดทางศีลธรรมแตกต่างกันก็เพราะแต่ละคนมีระดับของกรอบความคิดไม่เท่ากัน กรอบ
ความคิดของคนเรามี 3 ระดับ คือ
1. มุ่งประโยชน์ปัจจุบัน คือต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ สุขในชาตินี้
2. มุ่งถึงประโยชน์ชาติหน้า คือ ต้องการบุญกุศลที่จะติดตามไปในภพชาติเบื้องหน้า
3. มุ่งถึงประโยชน์อย่างยิ่ง คือ ต้องการหมดกิเลส เข้านิพพาน
นั่นคือทุกคนล้วนต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตโดยที่แต่ละคนก็มีกรอบความคิดเป็นตัวกำหนดว่าเป้าหมายความสำเร็จของเขาอยู่ตรงไหน เช่นถ้าเขามีกรอบความคิดในระดับที่มุ่งประโยชน์ปัจจุบัน มองเห็นแค่ตัวเอง มีเป้าแห่งความสำเร็จอยู่ที่การแสวงหาความร่ำรวย เขาก็อาจจะทำอย่างไรก็ได้เพื่อที่จะได้เงินมามาก ๆ โดยไม่ คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ ไม่สนใจว่าคนอื่นจะได้รับผลกระทบอย่างไร ความฉลาดทางศีลธรรมของเขาจึงจัดว่าอยู่ในระดับต่ำ
แต่ถ้ากรอบความคิดของเขากว้างขึ้น เริ่มมองสังคมโดยรอบ ในทำนองที่อยากเห็นสังคมโดยรวมดีขึ้น เขาก็จะเริ่มใส่ใจกับสังคม คำนึงถึงกฎระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ แม้บางเรื่องไม่มีกฎหมายบังคับเอาไว้ แต่เป็นสิ่งที่ดีต่อส่วนรวม เขาก็ยินดีทำ
ถ้ากรอบความคิดกว้างไกลถึงขนาดที่มุ่งประโยชน์ชาติหน้าก็จะสามารถมองเห็นภาพรวมของชีวิต คำนึงถึงบุญบาป กฎแห่งกรรม เพราะเชื่อว่าตายแล้วไม่สูญ และการจะได้ไปเกิดเป็นอะไรนั้น
ก็ขึ้นอยู่กับบุญบาปที่ตนทำไว้ ทั้งพิจารณาได้ว่า การกระทำต่าง ๆ มีผลอย่างไรทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น จึงมีกำลงใจยับยั้งตนเองจากการทำความชั่ว และมุ่งมั่นทำความดีให้เพิ่มขึ้น นั่นคือ ระดับศีลธรรมก็จะยิ่งเพิ่มพูนสูงขึ้นไปตามระดับของกรอบความคิด
คำว่ากรอบความคิดนี้ ถ้าใช้ศัพท์ธรรมะ ก็คือคำว่าสัมมาทิฐิ นั่นเอง ยิ่งมีสัมมาทิฐิ ก็ยิ่งมีความรู้ความเข้าใจในความเป็นจริงของชีวิต มาตรฐานของความประพฤติก็จะมีการปรับตัวตามดังกล่าว
ดังนั้นระดับความฉลาดทางศีลธรรมเป็นสิ่งที่สามารถพัฒนา ยกระดับขึ้นได้ แม้ในวัยผู้ใหญ่ โดยการเปลี่ยนกรอบความคิดเท่านั้นเอง ถ้าเราขยายกรอบความคิดให้เปิดกว้างจนมองเห็นความจริงของโลกและชีวิต ความคิดและการกระทำทั้งหมดก็จะเปลี่ยนตาม ระดับความฉลาดทางศีลธรรมจะสูงขึ้นมาทันที แล้วเราจะมีชีวิตที่อยากทำแต่ความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
เจริญพร