โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องหุ้นบัตรเครดิตปีมังกร รัฐปลุกจับจ่ายหนุนยอดรูดปรื๊ดโต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ม.ค. 2567 เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2567 เวลา 13.23 น.

ในปี 2567 ภาครัฐยังคงให้ความสำคัญกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นในหลาย ๆ มาตรการ โดยที่เริ่มแล้ว ก็คือ มาตรการ “Easy E-Receipt” ที่ให้นำค่าซื้อสินค้าหรือบริการในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ. มาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท ซึ่งทำให้หลาย ๆ ธุรกิจได้รับอานิสงส์ไปด้วย หนึ่งในนั้น ก็คือ ธุรกิจบัตรเครดิตนั่นเอง

ลดหย่อนภาษีปลุกยอดใช้จ่าย

นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวว่า จากที่ฝ่ายวิจัยได้วิเคราะห์ 2 ธุรกิจบัตรเครดิตที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) และ บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) (AEONTS) ประเมินว่า ธุรกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) จะมีทิศทางดีขึ้น แต่กำไรคงไม่ได้เติบโตหวือหวา

ทั้งนี้ ปัจจัยมาตรการ “Easy E-Receipt” ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ถือว่าตอบโจทย์ฐานลูกค้าที่มีบัตรเครดิต นอกจากนี้ แนวโน้มการบริโภคปีนี้ก็คาดว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วด้วย

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่จะจบลง สำหรับการผ่อนจ่ายชำระขั้นต่ำ ที่ขยับจาก 5% ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 8% ซึ่งอาจจะส่งผลให้เห็นปริมาณหนี้เสีย (NPL) สูงขึ้นได้

คาด “KTC” กำไรปานกลาง

สำหรับ KTC คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 7,800 ล้านบาท ในปี 2567 เติบโตปานกลางในระดับ 6.5% โดยสินเชื่อจะเติบโตได้ 10% ขณะที่ยอด Spending คาดว่าจะเติบโต 15% สินเชื่อส่วนบุคคลเติบโต 5% และ “เคทีซีพี่เบิ้ม” ยอดสินเชื่อใหม่จะอยู่ที่ 6,000 ล้านบาท

“ปัจจัยผลักดันการเติบโตของกำไรปกติของ KTC จะเป็นการเติบโตของสินเชื่อที่สูงขึ้นเป็น 5-6% จาก 3.9% ในปี 2566 และ Credit Cost ลดลงเล็กน้อย จาก 5.4% ในปี 2566 ในระยะสั้นคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/2566 จะเติบโตในระดับปานกลาง YOY

โดยได้แรงหนุนจากพอร์ตสินเชื่อขนาดใหญ่และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่วนกำไรไตรมาส 4/2566 จะลดลงเล็กน้อย QOQ จากประมาณการอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่ลดลง”

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาของ KTC ถึงสิ้นปีคาด NPL อยู่ที่ 5.4% แต่ต้นปี 2567 คาดว่าจะสูงขึ้นมาที่ 5.8-5.9% จากนั้นระหว่างปีจะค่อย ๆ ลดลงมาจากการเร่งระบายลูกหนี้”

ตาราง หุ้นบัตรเครดิต

“AEONTS” โตไม่หวือหวา

นายกรกชกล่าวอีกว่า ขณะที่ AEONTS คาดว่าจะมีกำไร ปีบัญชี 2567 (มี.ค. 66-ก.พ. 67) จะอยู่ที่ 2,909 ล้านบาท ลดลง -24% จากปีก่อน (YOY) โดยคาดกำไรงบฯไตรมาส 3/2567 (ก.ย.-พ.ย. 66) จะอยู่ที่ 703 ล้านบาท ลดลง -17% เทียบกับไตรมาสก่อน (QOQ)

เนื่องจากไม่มีกำไรจากการขาย NPL เหมือนในไตรมาส 2/2567 และลดลง -36% YOY ส่วนปีบัญชี 2568 (มี.ค. 67-ก.พ. 68) คาดกำไรจะอยู่ที่ประมาณ 3,332 ล้านบาท

“ปีบัญชี 2567 เราคาดว่ากำไรจะลดลง -24% YOY ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลง 56bps YOY ตามต้นทุนดอกเบี้ย อัตราส่วนต้นทุน/รายได้ และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) ที่สูงขึ้น จากการเก็บเงินสดที่อ่อนแอจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนที่สูง ส่งผลให้เราคาดว่ากำไรช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 คิดเป็น 74% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2567”

ทั้งนี้ คาดว่า NPL ของ AEONTS จะยังคงอยู่ในระดับสูงประมาณ 8% ในปีนี้ แม้ว่า Spending ของบัตรจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่การเติบโตของกำไรคงจะไม่ได้หวือหวามากนัก

นอกจากนี้ ผลกระทบจากมาตรการบรรเทาหนี้ล่าสุดของรัฐบาล คาดว่าจะกระทบ AEONTS อย่างจำกัด จากที่รัฐบาลมีแผนที่จะใช้ “คลินิกหนี้” สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่เป็น NPL เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยให้เหลือ 3-5% และแปลงสินเชื่อเป็นสินเชื่อระยะยาวสูงสุด 10 ปี

“คาดว่าผลกระทบต่อผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลอย่าง AEONTS จะมีอยู่อย่างจำกัด เพราะจากมาตรการบรรเทาหนี้ที่ถูกบังคับใช้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้บริหาร AEONTS ระบุว่ามีลูกค้าเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่เข้าร่วมโครงการคลินิกหนี้”

แนะนำซื้อ KTC-ถือ AEONTS

นายกรกชกล่าวอีกว่า สำหรับ KTC แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 57.5 บาท โดยมองว่ามาตรการจูงใจทางภาษี สำหรับนักช็อปจากรัฐบาลในปี 2567 จะเป็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นให้กับ KTC มี Spending เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2567 ได้

ส่วน AEONTS แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายที่ 158 บาท ซึ่งฝ่ายวิจัยเชื่อว่าความท้าทายหลักต่อคุณภาพสินทรัพย์ของ AEONTS คือการเพิ่มการชำระเงินขั้นต่ำของบัตรเครดิตเป็น 8% และ 10% ในปี 2567-2568 จาก 5% ในปี 2566 ซึ่งอาจเพิ่มการก่อตัวของ NPL ใหม่อีกครั้งในช่วงต้นปี 2567

“Easy E-Receipt” หนุนรูดปรื๊ด

นายนันทวัฒน์ โชติวิจิตร กรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า คาดว่าแนวโน้ม Spending ของบริษัทในช่วงไตรมาสที่ 1/2567 น่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2566 เพราะได้รับอานิสงส์จากมาตรการ Easy E-Receipt ซึ่งจะคล้ายกับช่วงที่มี “ช้อปดีมีคืน” ในปีก่อนที่ลูกค้าออกมาใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษี อย่างไรก็ดี จะมีผลบวกน้อยแค่ไหนอาจต้องรอดูอีกครั้ง

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานการตลาดบัตร KTC กล่าวว่า แนวโน้ม Spending ในไตรมาสที่ 1/2567โดยเฉพาะในเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้ จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการ Easy E-Receipt ที่ให้สิทธิผู้ซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท โดยคาดว่าจะมียอดใช้จ่ายในช่วง 2 เดือนแรกเพิ่มขึ้นราว 20% ใกล้เคียงกับช่วงที่มีโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ในปีก่อน

สำหรับเป้าหมายการเติบโต Spending ในปี 2567 อยู่ที่ราว 15% จากปีก่อนที่เติบโตได้สูงกว่าเป้าหมายที่ 10% เล็กน้อย และตั้งเป้าหมายยอดบัตรใหม่ในปีนี้ที่ 2.3 แสนใบบัตร

“KTC พยายามเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย”

ส่วนการกำหนดเพิ่มการชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% นั้น ไม่น่าจะกระทบมากนัก โดยผู้ถือบัตร KTC มีสัดส่วนจ่ายเต็มจำนวน 70% ที่เหลือจ่ายชำระไม่เต็ม และส่วนใหญ่จ่ายสูงกว่า 5% อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามใกล้ชิด

ชี้ ธปท.เข้มปล่อยกู้กระทบไม่มาก

นางประณยากล่าวว่า ผลประกอบการของปี 2566 ที่จะมีการรายงานในเดือน ก.พ.นี้ เบื้องต้นคาดว่าผลงานน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยคาดว่า Spending จะขยายตัวมากกว่า 10% สูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย และในปี 2567 ตั้งเป้า Spending โตอยู่ที่ 15%

ขณะที่แนวโน้มคุณภาพสินเชื่อยังคงให้ความสำคัญและมีการคัดกรองคุณภาพลูกค้าค่อนข้างเข้มงวด ทำให้ NPL อยู่ที่ 1.3% ต่ำกว่าภาพรวมทั้งระบบที่อยู่ 3%

ด้านผลกระทบจากหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) มีผลค่อนข้างจำกัด เนื่องจากบริษัทได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่แล้ว ทั้งการให้ข้อมูลถูกต้องและชัดเจน รวมถึงไม่กระตุ้นให้ลูกค้าก่อหนี้เกินจำเป็น

“ผลกระทบจากเกณฑ์ของ ธปท.ค่อนข้างจำกัด เพราะเราค่อนข้างเข้มมานานแล้ว ตั้งแต่เกณฑ์การให้บริการอย่างมีธรรมาภิบาล หรือ Market Conduct ทำให้เกณฑ์ที่ออกมาล่าสุด จึงไม่น่ามีผลกระทบต่อผลประกอบการ การหาลูกค้าใหม่ในส่วนของบัตรเครดิตมากนัก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องหุ้นบัตรเครดิตปีมังกร รัฐปลุกจับจ่ายหนุนยอดรูดปรื๊ดโต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...