ชาวบ้านหวั่นเกิดเหตุซ้ำ 19 ศพ เหตุแผงกั้นรถไฟคลองแขวงกลั่นยังไม่ทำ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 ต.ค.ที่บริเวณป้ายหยุดรถ สถานีรถไฟคลองแขวงกลั่น พื้นที่ ม.7 ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย นายสุวรรณ สิงห์พุทธา หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นตัวแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ฉะเชิงเทรา ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จ.ฉะเชิงเทรา นายสุนทรวุฒิ สุพรหมมา นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สนง.ขนส่งฉะเชิงเทรา นายเอก อิทธิยาภรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองฉะเชิงเทรา นายชูชีพ สีลิ้นจี่ นายตรวจทางคลองบางพระ ตัวแทนในพื้นที่ จากการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาทำการชี้แจงถึงความคืบหน้าของการก่อสร้างแผงกั้นทางข้ามทางรถไฟในบริเวณสถานีรถไฟบ้านคลองแขวงกลั่นแห่งนี้
หลังจากเมื่อวันที่ 11 ต.ค.63 ได้เกิดเหตุโศกนาฎกรรม ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้า ขบวนที่ 852 เลขหัวรถจักรที่ 5102 พุ่งชนรถบัสของนักแสวงบุญ ที่กำลังจะเดินทางไปร่วมกันทำบุญทอดกฐินยังที่วัดบางปลานัก ในพื้นที่ ม.10 ต.บางเตย ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ 4.5 กม.เท่านั้น จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในทันที 17 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถึงกว่า 40 ราย และเสียชีวิตเพิ่มเติมในเวลาต่อมาอีก 2 รายรวม 19 รายนั้น
นายสุวรรณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอน และได้ทำเรื่องเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อที่จะขอใช้เงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) หรือกองทุนเลขทะเบียนสวย เพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างเครื่องกั้นทางรถไฟ ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งนี้
แต่หลังการสำรวจและออกแบบแล้วพบว่าต้องใช้เงินงบประมาณมากถึงกว่า 10 ล้านบาท โดยทางกองทุนผู้ประสบภัยฯ เห็นว่าเป็นการใช้งบประมาณที่สูงเกินไป จึงพิจารณาเงินงบประมาณให้มาได้เพียง 7 ล้านบาท ขณะที่ทาง อบจ.ฉะเชิงเทรา รับที่จะเข้ามาดำเนินการปรับระดับถนนก่อนถึงจุดตัดทางข้าม ด้านละ 20 เมตรให้ แต่ยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับข้อกำหนดและเงื่อนไขของทางการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกว่า
ในการก่อสร้างเครื่องกั้นจุดตัดทางข้ามรางรถไฟอย่างถาวรและถูกต้องตามกฎหมายนั้น ในรัศมี 4 กม. ของพื้นที่ก่อสร้างจะต้องไม่มีทางลักผ่านข้ามรางรถไฟที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายอีก แต่ในพื้นที่จริงนั้น พบว่ายังคงมีจุดตัดทางข้ามอีกจำนวนมาก และมีการใช้เส้นทางผ่านมากในระดับที่ใกล้เคียงกันอีกหลายจุด เช่น จุดตัดทางข้าม ในพื้นที่ ต.คลองเปรง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 4 กม.ด้วยเช่นเดียวกัน
ด้านนายประเทือง ชัยสายัณห์ กำนัน ต.บางเตย กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่หวั่นเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์โศกนาฎกรรมซ้ำรอยเมื่อปี 2563 อีก โดยล่าสุดเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมายังมีเหตุการณ์ที่ผู้ใช้ทางข้ามเกือบจะเกิดอุบัติเหตุหมู่บนจุดตัดทางข้ามแห่งนี้ซ้ำรอยเมื่อ 2 ปีก่อนอีกครั้ง แต่โชคดีที่เหตุการณ์นั้น สามารถผ่านไปได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ นายประเทือง กล่าวต่อคณะที่มาร่วมประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ