โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

จริงหรือไม่?? ชาร์จแบตฯ มือถือในรถ ทำให้แบตฯเสื่อม??

Car2day

อัพเดต 25 ส.ค. 2565 เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2565 เวลา 11.40 น. • Car2Day

จากที่เคยเห็นข่าวอุบัติเหตุระเบิดหรือไฟไหม้จากการชาร์จโทรศัพท์มือถือในรถ แม้ว่าอันตรายจากเหตุการณ์นี้จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่สะเทือนขวัญของผู้ที่ใช้รถแทบจะทุกคนที่ต้องชาร์จโทรศัพท์มือถือในรถกันจำนวนไม่น้อย ซึ่งวันนี้ทาง Car2Day จะพามาดูสาเหตุและการคำนึงถึงความปลอดภัยในการชาร์จโทรศัพท์ในรถกันดูครับ

เพราะอะไรทำไมการชาร์จโทรศัพท์มือถือในรถถึงอันตราย?
ระบบไฟฟ้าต่างๆในรถยนต์นั้น ปกติแล้วจะต้องมีการจ่ายผ่านฟิวส์เพื่อป้องกันการลัดวงจร หากเราชาร์จโทรศัพท์เต็มแล้วเสียบคาเอาไว้ ไม่ดึงออก หรืออุปกรณ์ชาร์จชำรุด ไม่มีคุณภาพ ไฟรั่วขึ้นมา ก็อาจจะทำให้ฟิวส์ขาดหรือเกิดการลัดวงจรให้มีประกายไฟรั่วจากสายชาร์จได้ ซึ่งนี่คือสาเหตุใหญ่ของการลามไปถึงรถไฟไหม้ เพราะฉะนั้นควรใช้อุปกรณ์ในการชาร์จที่มีคุณภาพ ได้รับมาตรฐาน สภาพสมบูรณ์ไม่ชำรุด

การชาร์จมือถือในรถ ทำให้แบตเสื่อมจริงหรือไม่?
แบตเตอรี่ที่เราพูดถึงในที่นี้คือทั้ง 2 อย่าง ทั้งแบตเตอรี่รถยนต์และแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะแยกเป็นผลเสียดังนี้

  • แบตเตอรี่รถยนต์ ปกติแล้วการใช้งานที่ได้คุณภาพจะอยู่ที่ระยะเวลา 2 ปี แต่เมื่อเทคโนโลยีรถใหม่สมัยนี้มีช่องเสียบให้ชาร์จโทรศัพท์มือถือติดมาด้วยแทบจะทุกคัน หรือไม่ว่าจะชาร์จเครื่องฟอกอากาศหรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆที่เสริมเข้ามาในรถ ก็จะทำให้แบตเตอรี่รถยนต์นั้นทำงานมากกว่าเดิม ซึ่งก็จะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ลดลงเร็วขึ้น และเมื่อแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมลง ก็จะทำให้การสตาร์ตรถยนต์ติดยากขึ้นไปด้วย
  • แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ ส่วนมากแล้วจะชาร์จผ่าน USB ในรถ หรือไม่ก็ปลั๊กที่จุดบุหรี่ซึ่งช่องนี้จะสามารถจ่ายกระแสไฟได้ถึง 1A หรือ 2.1A ซึ่งมีปริมาณแรงพอที่จะชาร์จมือถือได้ และ USB ในรถนั้นถูกออกแบบมาให้จ่ายกระแสไฟน้อย อยู่ที่ประมาณ 0.5A เพื่อเอาไว้เสียบไดรฟ์หรือโทรศัพท์มือถือเพื่อฟังเพลงมากกว่าการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการชาร์จโทรศัพท์ที่มีความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่หรือแท็บเล็ตจะเห็นได้ว่าความเร็วในการชาร์จนั้นแตกต่างกัน ซึ่งในความผันผวนของการจ่ายไฟในรถนั้นจะไม่เสถียรนัก กระแสไฟที่จ่ายมาจึงไม่สม่ำเสมอ เมื่อถูกระบบไฟในหลายๆส่วนกระชากไป เช่น กระจกไฟฟ้า แอร์ เป็นต้นนั้น นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้ไฟเข้าขณะชาร์จไม่เสถียรเป็นสาเหตุให้โทรศัพท์มือถือแบตเสื่อมได้

ชาร์จแบตในรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย?

  • อุปกรณ์สำหรับชาร์จควรเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เช่น ทำจากพลาสติกเกรด A ไม่มีรอยต่อ
  • ไม่ควรเสียบตัวพ่วง USB คาไว้ที่ช่องจุดบุหรี่ในรถ ควรถอดออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งานหรือมีการดับเครื่องยนต์
  • ไม่ควรเปิดอุปกรณ์ในรถพร้อมกันหลายอย่างขณะที่ชาร์จมือถือในรถเพราะจะทำให้เพิ่มโอกาสที่แรงดันในรถไม่สม่ำเสมอมีสูง อาจเกิดไฟกระชากได้
  • ไม่ควรชาร์จขณะสตาร์ตเครื่อง เพราะกระแสไฟฟ้าจะไหลเข้ามือถือมากเกินไป เกิดการกระชากไฟได้ ทางที่ดีควรสตาร์ตรถ เปิดแอร์ รอให้รถเคลื่อนตัวสักเล็กน้อย แน่ใจว่ากระแสไฟคงที่แล้วจึงค่อยเสียบสายชาร์จ
  • พกแบตเตอรีสำรองติดไว้ แล้วชาร์จจากแบตเตอรีสำรองแทนการชาร์จในรถโดยตรง

สำหรับวิธีการชาร์จมือถือในรถให้ปลอดภัยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ขอแนะนำให้ทุกคนพกแบตเตอรี่สำรองหรือพาวเวอร์แบงก์เอาไว้ชาร์จโทรศัพท์โดยเฉพาะจะดีกว่า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอันตรายและแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมลงด้วย และขอเตือนว่าอย่าทิ้งแบตเตอรี่สำรองเอาไว้ในรถขณะจอดตากแดดโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดความร้อนสูงและทำให้ไฟไหม้รถของคุณได้ เพราะสารลิเทียมในแบตเตอรี่เป็นโลหะที่ไวต่อปฎิกิริยาทางเคมี เมื่อได้รับความร้อนมากๆ จะทำให้เกิดการลัดวงจรจนถึงขั้นระเบิดก็เป็นได้ ควรพกติดตัวเอาไว้ดีกว่านะครับ

บทความอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...