โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้เท่าทันไซนัสอักเสบลงฟัน

Health Daily

เผยแพร่ 25 ส.ค. 2566 เวลา 07.57 น.

รู้เท่าทันไซนัสอักเสบลงฟัน

หลายๆคนคงต้องเคยทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดฟัน สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ ฟันผุ ฟันร้าว หรืออาการเสียวฟันที่เกิดจากอาหารเย็นหรือร้อน แต่มีอีกสาเหตุของอาการปวดฟันที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก คือ ปัญหาไซนัสอักเสบ หากเพื่อนๆกำลังประสบปัญหาไซนัสอักเสบ มีอาการเสียวฟัน หรือปวดฟัน Health Daily จะพามา รู้เท่าทันไซนัสอักเสบลงฟัน มาลองทำความรู้จัก แล้วเช็คอาการกันค่ะ

ลองดื่มน้ำเย็นๆ สักอึกหนึ่งแล้วสังเกตว่ามีอาการปวดฟันมาก ทุกคนคงคุ้นเคยกับความรู้สึกปวดฟันอย่างแน่นอน! ไซนัสอักเสบอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดฟันได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าตำแหน่งไซนัสของเรายู่บริเวณไหนบนโครงสร้างใบหน้า แต่รากของฟันกรามบนของเราจะอยู่ใกล้กับโพรงไซนัสมากที่สุด ดังนั้น เมื่อไซนัสติดเชื้อและบวม เราจึงมักเข้าใจผิดว่าปัญหาเกิดขึ้นที่ฟัน

ไซนัสอักเสบคืออะไร?

ประชากร 31 ล้านคนในสหรัฐอเมริกามีปัญหานี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุของการไปพบแพทย์ 16 ล้านครั้งต่อปี อาการไซนัสอักเสบเกิดขึ้นเมื่อโพรงจมูกบวมและอักเสบ เนื่องจากไซนัสไม่สามารถระบายออกได้จึงอาจเกิดการสะสมของเมือก มักเกิดขึ้นจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัด แต่อาจเกิดจากภูมิแพ้หรือแบคทีเรียได้เช่นกัน

ไซนัส (Paranasal Sinuses) คือโพรงที่อยู่ในกระดูกใบหน้าที่มักอยู่ด้วยกันเป็นคู่ๆ โพรงจะมีอากาศบรรจุอยู่ด้านใน โพรงไซนัสทุกจุดมีรูเปิดระบายอากาศลงมาที่ช่องจมูก ภายในโพรงมีเยื่อบุบางๆบุอยู่ไม่ต่างจากเนื้อบุโพรงจมูกหรือช่องปาก และยังติดเป็นผืนเดียวกันติดต่อกับเยื่อบุจมูกอีกด้วย โพรงไซนัสมีอยู่ 4 จุดบนใบหน้า ดังนี้

  • ไซนัสแม็กซิลลา (Maxillary sinus) ไซนัสในกระดูกโหนกแก้ม มีขนาดใหญ่สุด ส่วนใหญ่ที่เป็นไซนัสอักเสบมักเป็นบริเวณนี้
  • ไซนัสฟรอนทอล (Frontal sinus) ไซนัสในกระดูกหน้าผาก อยู่ตำแหน่งระหว่างคิ้ว โดยปกติจะมีสองข้าง แต่บางคนอาจมีแค่ข้างเดียวหรือไม่มีเลยก็ได้ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ในเด็กเล็กๆมักจะยังไม่มีเพราะไซนัสบริเวณนี้ยังไม่เจริญเติบโต แต่ถ้าไซนัสนี้เกิดติดเชื้อขึ้นมา บริเวณหน้าผากใกล้ๆคิ้วจะปูดนูนและบวมแดง ในรายที่มีอาการรุนแรง เชื้ออาจทะลุเข้าไปด้านในสู่สมองได้
  • ไซนัสเอธมอยด์ (Ethmoid sinus) ไซนัสในกระดูกสันจมูกด้านบน อยู่ระหว่างดวงตาทั้งสองข้าง ไซนัสตรงนี้จะมีหลายโพรงด้วยกัน แบ่งเป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนรูเปิดที่ติดต่อกับโพรงจมูกจะเป็นคนละส่วนกัน
  • ไซนัสสฟีนอยด์ (Sphenoid sinus) อยู่ในกระดูกฐานสมอง โดยทั่วไปแล้วจะมีสองข้าง แต่ขนาดอาจไม่เท่ากัน แต่จุดที่ถ้าติดเชื้อแล้วมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายสูงมาก

อาการของไซนัสอักเสบ

อาการของไซนัสอักเสบเรื้อรัง คือ ปวดตื้อๆ บริเวณโหนกแก้ม มีอาการ คัดจมูก มีน้ำมูกสีเหลืองเขียว มีเสมหะในคอ อาจมีหนองไหลออกมาในช่องปาก ทำให้มีกลิ่นเหม็น หรือเวลาดื่มน้ำ จะมีน้ำไหลเข้าไปในช่องจมูกได้ก่อนกลืน หรือดูดน้ำโดยใช้หลอด ลําบาก

วิธีลดอาการปวดฟัน

แล้วเราจะบรรเทาอาการปวดฟันจากไซนัสได้อย่างไร? นอกจากการไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งอาจสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะ หากอาการปวดฟันยังไม่ดีขึ้นเลยภายในสิบวัน เพื่อนๆสามารถลองทำตามวิธีนี้ดูนะค้า

  • ประคบด้วยผ้าอุ่นๆ บนใบหน้าหลายๆ ครั้งในแต่ละวัน
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อลดความข้นของเมือกที่เกิดจากไซนัสอักเสบ
  • สูดหายใจเอาไอน้ำอุ่นๆ จากฝักบัวเข้าปอดวันละหลายๆ ครั้ง
  • ใช้เครื่องทำความชื้นในห้องนอนขณะที่คุณหลับ

ปัจจัยที่ทำให้เป็นไซนัสอักเสบช่องปาก

การถอนฟัน เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เพราะจะเกิดรูผ่านทางร่องฟันหลังถอนฟันโดยมักจะเกิดหลังการถอนฟันกรามบนซี่แรกบ่อยที่สุด เนื่องจากการเกิดไซนัสโหนกแก้มจะเกิดพร้อมกับการขึ้นของฟันแท้บางซี่

  • บริเวณพื้นของไซนัสโหนกแก้มจะอยู่ชิดกับรากของฟนกรามบนมาก ทำให้มีการทะลุเข้าไปในโพรงไซนัสโหนกแกมได้ภายหลังถอนฟัน
  • การที่มีฝีที่รากฟันกรามบน, โรคเหงือก, หรือโรคไซนัสอักเสบ เวลาถอนฟันจะทำให้เกิดรูระหว่างไซนัสโหนกแก้มและช่องปากได้ง่าย
  • การพยายามเอารากฟันที่หักคาอยู่ที่ร่องฟันออก หลังเกิดฟันหัก หรือการถอนฟันคุดจะทำให้เกิดรูระหว่างไซนัสโหนกแก้มและช่องปากได้
  • โดยปกติถ้าผู้ป่วยไม่มีโรคของไซนัส, โรคฟัน หรือโรคเหงือก รูที่เกิดหลังจากถอนฟันมักปิดได้เอง

ขอบคุณที่มา : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...