เปิดทำเล ที่อยู่อาศัยดาวรุ่ง ดาวร่วง 'คอนโด' ไม่เกิน 2 ล้านขายดี หมดยุคทอง 'ที่ดินเปล่า'
เปิดทำเล ที่อยู่อาศัยดาวรุ่ง ดาวร่วง ‘คอนโด’ ไม่เกิน 2 ล้านขายดี หมดยุคทอง ‘ที่ดินเปล่า’
การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ นอกจาก “ทำเล ทำเล ทำเล” แล้ว การเลือกประเภทสินค้าให้เหมาะสมกับทำเล กำลังซื้อในพื้นที่ก็สำคัญ
“โสภณ พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) เปิดเผยผลสำรวจสินค้าประเภทไหนที่ขายดี โดยแยกตามทำเลที่ตั้ง ประเภทที่อยู่อาศัยและระดับราคา ที่มีอนาคตและไร้อนาคต เพื่อนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์พิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน
“โสภณ” ระบุพิกัด 10 อันดับที่อยู่อาศัยที่น่าซื้อ และที่ไม่น่าซื้อ
โดยกลุ่มขายดี
อันดับที่ 1 ทำเลลาดกระบัง ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา 1-2 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 73.% ของหน่วยขายทั้งหมด ทั้งนี้เพราะเป็นหน่วยขายราคาถูก เหมาะสมกับนักศึกษาและคนทำงานในพื้นที่
อันดับที่ 2 ทำเล บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่ ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา 5-10 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 50% ของหน่วยขายทั้งหมด สาเหตุเพราะอยู่ทีทำเลที่ดี สามารถเดินทางข้ามมาทำงานในฝั่ง กทม.ได้สะดวก
อันดับที่ 3 ทำเล สรงประภา ประเภท บ้านเดี่ยว ที่เสนอขายในราคามากกว่า 20 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 43.9% ของหน่วยขายทั้งหมด ด้วยเหตุที่เป็นสินค้าคุณภาพสูงโดยบริษัทพัฒนาที่ดินที่มีชื่อเสียง
อันดับที่ 4 ทำเลบางขัน-คลองหลวง ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา 2-3 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 42.9% ของหน่วยขายทั้งหมด โดยในพื้นที่นี้พุ่งเป้าไปที่นักศึกษาและคนทำงานในพื้นที่
อันดับที่ 5 ทำเล บางขัน-คลองหลวง ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา 1-2 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 32.5% ของหน่วยขายทั้งหมด ในทำนองเดียวกันคือพุ่งเป้าไปที่นักศึกษาหรือคนทำงานในพื้นที่
อันดับที่ 6 ทำเลวัชรพล คู้บอน ประเภท บ้านเดี่ยว ที่เสนอขายในราคามากกว่า 20 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 29.9% ของหน่วยขายทั้งหมด สำหรับสาเหตุที่ขายดีก็เพราะเป็นสินค้าคุณภาพโดยบริษัทคุณภาพในพื้นที่ดังกล่าว
อันดับที่ 7 ทำเลมหาชัย-เศรษฐกิจ ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา 1-2 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 25.8% ของหน่วยขายทั้งหมด ขายดีเพราะเป็นย่านแหล่งงานสำคัญทางด้านอุตสาหกรรม
อันดับที่ 8 ทำเลนวนคร-คลองระพีพัฒน์ ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา 1-2 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 25.1% ของหน่วยขายทั้งหมด โดยผู้ซื้อส่วนหนึ่งซื้อไว้เก็งกำไรหรือไม่ก็เผื่อขายต่อกับคนงานในพื้นที่
อันดับที่ 9 ทำเลรังสิต คลอง 1-6 ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา 1-2 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 22.6% ของหน่วยขายทั้งหมด จะเห็นได้ว่าเป็นสินค้าราคาค่อนข้างถูก จึงขายดี
อันดับที่ 10 ทำเลลำลูกกา ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา 2-3 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 21.8% ของหน่วยขายทั้งหมด คงเป็นผลของรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่อาจจะมีส่วนต่อขยายออกมาอีก
“โสภณ” กล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่ขายไม่ดี
อันดับที่ 1 ทำเลสายไหม ประเภท ตึกแถว ที่เสนอขายในราคา 5-10 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.1% ของหน่วยขายทั้งหมด ทั้งนี้คงเป็นเพราะเป็นสินค้าที่ไม่เหมาะสมกับท้องตลาดในย่านนี้
อันดับที่ 2 ทำเลติวานนท์-นวลฉวี ประเภททาวน์เฮาส์ ที่เสนอขายในราคา 5-10 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.1% ของหน่วยขายทั้งหมด คงเป็นสินค้าที่มีราคาแพงกว่าตลาดในย่านนี้ที่จะรับได้
อันดับที่ 3 ทำเลบางนา-ตราด กม.10-30 ประเภทที่ดินจัดสรร ที่เสนอขายในราคา 2-3ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.2% ของหน่วยขายทั้งหมด เป็นสินค้าที่พ้นยุคไปแล้ว และโอกาสกู้เงินจากสถาบันการเงินก็มีจำกัด
อันดับที่ 4 ทำเลแบริ่ง วัดด่าน ประเภท ทาวน์เฮาส์ ที่เสนอขายในราคา 2-3ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.2% ของหน่วยขายทั้งหมด โดยเป็นสินค้าเก่าที่เปิดขายมานาน ในย่านนี้เหมาะกับการทำโครงการอาคารชุดมากกว่า
อันดับที่ 5 ทำเลบางนา-ตราด กม.มากกว่า 30 ประเภท ที่ดินจัดสรร ที่เสนอขายในราคา 3-5ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.2% ของหน่วยขายทั้งหมด สาเหตุเพราะเป็นสินค้าที่มีราคาแพงและขายแต่ที่ดินเปล่า โอกาสที่สถาบันการเงินจะปล่อยกู้จึงน้อย
อันดับที่ 6 ทำเลบางนา-ตราด กม.10-30 ประเภท บ้านเดี่ยว ที่เสนอขายในราคา 2-3 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.3% ของหน่วยขายทั้งหมด โดยเป็นโครงการที่เก่าแล้ว สภาพไม่ทันสมัยเท่าที่ควร
อันดับที่ 7 ทำเลพหลโยธิน-วังน้อย ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา น้อยกว่า 0.5 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.3% ของหน่วยขายทั้งหมด เป็นสินค้าเก่าในพื้นที่นี้ และมีสภาพที่ทรุดโทรมลง
อันดับที่ 8 ทำเลรัตนาธิเบศร์-ท่าอิฐ ประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายในราคา น้อยกว่า 0.5 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.3% ของหน่วยขายทั้งหมด เป็นพื้นที่ๆ ไม่ค่อยมีการพัฒนาใหม่แล้ว เพราะของเก่ายังขายไม่ออกอีกมาก
อันดับที่ 9 ทำเลบางนา-ตราด กม.10-30 ประเภทที่ดินจัดสรร ที่เสนอขายในราคา 1-2 ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.3% ของหน่วยขายทั้งหมด ที่ดินจัดสรรเป็นสินค้าที่ “ตกยุค” ไปแล้ว สถาบันการเงินก็มักไม่อำนวยสินเชื่อให้
อันดับที่ 10 ทำเลบางนา-ตราด กม.มากกว่า 30 ประเภทบ้านเดี่ยว ที่เสนอขายในราคา 5-10ล้านบาทต่อหน่วย มีอัตราการขายต่อเดือน 0.4% ของหน่วยขายทั้งหมด ทั้งนี้คงเป็นเพราะตั้งราคาแพงเกินไปในย่านนี้
สุดท้าย”โสภณ”ย้ำว่าก่อนจะลงทุนอะไรจึงต้องศึกษาตลาดและ “หั่งเช้ง” (สภาวะการณ์) ให้ชัดเจนเสียก่อนนั่นเอง