โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสถิติ-ขั้นตอนจองออนไลน์ หมายเลขทะเบียนรถยนต์

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ก.ย 2566 เวลา 11.24 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2566 เวลา 11.24 น. • The Bangkok Insight

กรมการขนส่งทางบก เผยสถิติยอดการจองหมายเลขทะเบียนรถยนต์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-20 กันยายน 2566 ในเขตกรุงเทพ

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้พัฒนาระบบการจองหมายเลขทะเบียนรถยนต์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ https://reserve.dlt.go.th/reserve/

หมายเลขทะเบียนรถยนต์

ทั้งนี้ ได้เปิดระบบให้มีการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID ก่อนจองหมายเลขทะเบียนรถ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) และป้องกันการแอบอ้างเอาชื่อบุคคลอื่นมาดำเนินการจองทะเบียนรถ

สำหรับผู้ที่สนใจจองหมายเลขทะเบียนรถ สามารถดำเนินการลงทะเบียนด้วยตนเอง โดยการถ่ายภาพบัตรประจำตัวประชาชนและภาพใบหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน ThaID ในโทรศัพท์มือถือของตนเอง กรณีนิติบุคคล/ชาวต่างชาติ สามารถให้ผู้แทนนิติบุคคลหรือผู้แทนชาวต่างชาติลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID ได้เช่นกัน

หลังจากนั้นให้เข้าเว็บไซต์ https://reserve.dlt.go.th/reserve/ เลือกเมนู “จองหมายเลขทะเบียน” ระบบจะเข้าสู่หน้ายืนยันตัวตน ให้ทำการยืนยันตัวตนโดยสแกน QR code ผ่านแอปฯ ThaID เมื่อยืนยันตัวตนแล้วสามารถจองทะเบียนรถได้ตามปกติ โดยรถ 1 คัน สามารถจองได้ 1 หมายเลขทะเบียนเท่านั้น

เมื่อจองหมายเลขทะเบียนรถยนต์ได้แล้ว จะสามารถจองหมายเลขทะเบียนได้ใหม่อีกครั้งหลังจาก 3 เดือน นับจากวันที่จองหมายเลขทะเบียน โดยอ้างอิงจากเลขบัตรประจำตัวประชาชน และรายละเอียดของรถที่จองหมายเลขทะเบียนได้ โดยระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 20 กันยายน 2566

ล่าสุด มีสถิติการจองเลขทะเบียนรถยนต์ผ่านระบบการยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ ThaID ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จทั้งหมด 54,682 หมายเลข แบ่งตามประเภทบุคคล ดังนี้ 1. บุคคลทั่วไป 50,431 ราย 2. นิติบุคล/ชาวต่างชาติ 4,251 ราย

กรณีแบ่งตามประเภทรถ ดังนี้ 1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง หรือ รถกระบะ 4 ประตู) 51,151 คัน 2. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รถตู้) 1,011 คัน 3. รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะบรรทุก หรือ รถกระบะ 2 ประตู) 2,520 คัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...