เปิดประวัติต้นแบบตัวละครจาก Bungo Stray Dogs
สวัสดีน้อง ๆ ชาว Dek-D ทุกคนนะคะ ใครเป็นแฟนอนิเมะเรื่อง Bungo Stray Dogs หรือคณะประพันธกรจรจัดบ้างคะ? ทุกคนรู้ไหม ว่าตัวละครในเรื่อง ทุกตัวละคร มีตัวตนอยู่จริงนะคะ ทุกตัวละครได้อ้างอิงมาจากคนในประวัติศาสตร์ อยากรู้กันแล้วรึยังคะ ว่าตัวละครถูกอ้างอิงมาจากใครบ้าง?
แต่ก่อนจะไปดูประวัติของตัวละคร พี่ขอแวะมากระซิบก่อนค่ะ ว่า Bungo Stray Dogs ประกาศทำอนิเมะซีซั่น 4 แล้วนะคะ!ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ต้องห้ามพลาดแล้ว!
อัตสึชิ นากาจิมะ
มาเริ่มกันที่คนแรกเลยค่ะ คนนี้ก็คือ ‘พระเอก’ของเรื่องนั่นเอง อัตสึชิเป็นตัวละครที่ทำหน้าที่เป็นตัวเอกของอนิเมะ และเป็นสมาชิกของหน่วยงานนักสืบบุโซ ก่อนเข้าร่วมหน่วยงาน เขาได้อาศัยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก่อนที่จะโดนไล่ออกมาและได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกนักสืบบุโซ พลังของอัตสึชิ คือการแปลงร่างเป็นเสือขาว ซึ่งเรียกว่า “อสูรใต้แสงจันทร์” หรือ Gekkaju (月下獣 ) ซึ่งเป็นชื่อที่เอามาจากผลงานเขียนชื่อดังของต้นแบบตัวละครนี้นี่เองค่ะ ตอนแรกเขาไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้ แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้เรียนรู้ที่จะควบคุมและนำไปใช้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ต้นแบบของตัวละครนี้มาจาก ‘อัตสึชิ นากาจิมะ’นักเขียนชาวญี่ปุ่น อัตสึชิเขาเกิดในครอบครัวของนักวิชาการด้านภาษาจีน ทำให้เขาชื่นชอบและศึกษาวรรณกรรมจีน ถ้าใครเคยอ่านวรรณกรรมของเขาจะรู้สึกว่ามีกลิ่นอายของความเป็นจีนอยู่เยอะพอสมควร อัตสึชึเป็นนักเขียนที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1909-1942 เป็นเวลา 33 ปีเท่านั้น ก่อนที่จะเสียชีวิตไปด้วยโรคปอดบวม ผลงานของเขามีค่อนข้างน้อย แต่ก็ได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี
ผลงานที่ดังที่สุดของเขาก็คือ ‘Moon Over the Mountain’ หรือ ‘山月記 (Sangetsuki)’ผลงานชิ้นนี้เป็นเรื่องราวได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานราชวงศ์ถัง เรื่องราวเล่าถึงการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐชื่อ Yuan Can และ Li Zheng เพื่อนของเขาที่กลายเป็นเสือ หลี่ เจิ้งเชื่อว่าเขาล้มเหลวในการส่งเสริมวรรณกรรม และยอมรับว่า "ความเย่อหยิ่งขี้ขลาด" และ "ความอัปยศที่เย่อหยิ่ง" ของเขาทำให้เขากลายเป็นเสือกินคนในที่สุด ผลงานนี้ก็เป็นต้นแบบของตัวละคร ‘อัตสึชิ นากาจิมะ’ นั่นเองค่ะ
ดาไซ โอซามุ
มาต่อกันที่‘ดาไซ โอซามุ’เขาเป็นสมาชิกของหน่วยงานนักสืบบุโซ แต่ก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็นสมาชิกแนวหน้าของพอร์ตมาเฟีย ในพอร์ตมาเฟียดาไซเป็นคนซาดิสต์และเย็นชา แต่การมาเป็นสมาชิกของหน่วยงานนักสืบบุโซ ทำให้เขามีความสุขมากขึ้น ดาไซเป็นตัวละครที่ดูเผิน ๆ แล้วจะเป็นคนที่ร่าเริง แต่กลับกันเขาก็พยายามหาวิธีที่จะฆ่าตัวตายด้วยวิธีที่ไร้สาระอยู่ตลอดเวลาพลังของดาไซ คือ เขาสามารถลบล้างพลังของคนอื่นโดยการสัมผัสตัว ซึ่งเรียกว่า ‘No Longer Human’ หรือ Ningen Shikkaku (人間失格)
ต้นแบบของตัวละครนี้ มาจากนักเขียนชื่อดังชาวญี่ปุ่น‘ดาไซ โอซามุ’เป็นนามปากกาของ‘สึมะ ชูจิ’เขาเป็นนักเขียนที่ชื่นชอบผลงานของ อาคุตากาวา เรียวโนะสุกะเป็นอย่างมาก จนเหตุการณ์น่าสลดใจเมื่อ อาคุตากาวา เรียวโนะสุกะ ฆ่าตัวตายไป ชีวิตของ เขาก็เริ่มแย่ลง เขาหยุดเขียนผลงานและใช้เงินที่ได้มาทั้งหมดไปกับเหล้าและหญิงขายบริการ เขาฆ่าตัวตายถึง 2 ครั้งแต่ก็ยังรอดมาได้ จนกระทั่งได้กลับเข้ามาในวงการนักเขียนอีกครั้ง และได้เปลี่ยนมาใช้นามว่าปากกา ‘ดาไซ โอซามุ’
ในชีวิตของเขานั้น เขาได้พยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง จนหลังจากที่เขาเขียน ผลงาน Ningen Shikkaku หรือ สูญสิ้นความเป็นคนสำเร็จ เขาก็ได้ฆ่าตัวตายพร้อมกับคนรักในคลองภายในเขตบ้านพักของเขาเอง เขานั้นมีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1909-1948 เป็นเวลาแค่ 39 ปี เท่านั้น ลักษณะนิสัยของดาไซนั้น ก็ได้ถูกใส่ไปยังตัวละครดาไซมากมาย
ดอปโป คุนิคิดะ
‘ดอปโป คุนิคิดะ’ เขาเป็นคู่หูกับ ‘ดาไซ โอซามุ’ คุนิคิดะเป็นตัวละครที่จริงจังกับงาน เคร่งครัด และชอบใช้ชีวิตตามแบบแผน เขามักจะโมโหอยู่บ่อย ๆ เมื่อดาไซคู่หูของเขาไม่ทำตามแผนที่เขาวางเอาไว้ คุนิคิดะเขาจะชอบจดทุกอย่างที่ต้องทำและสิ่งที่เขาวางแผนลงไปในสมุดบันทึกที่เรียกว่า‘Doppo Ginkaku’ ซึ่งพลังของเขาก็ชื่อนี้เหมือนกัน พลังของเขาคือ สามารถสร้างอะไรก็ตามที่เขาได้เคยพบเห็นและจดบันทึกไว้ในสมุดออกมาได้ แต่พลังของเขามีข้อจำกัดคือ จะไม่สามารถใช้งานได้ หากวัตถุที่จะนำออกมามีขนาดใหญ่กว่าสมุดบันทึก
ต้นแบบของตัวละครนี้ มาจาก‘ดอปโป คุนิคิดะ’ ซึ่งเป็นนามปากกาของ ‘คุนิคิดะ เท็ตสึโอะ’นั่นเองค่ะ คุนิคิดะเขาเกิดในเมืองอิวะคุนิ จังหวัดยามางุจิ เป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงาม การที่เขาเกิดในเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงามทำให้เขาชื่นชอบธรรมชาติ และความชื่นชอบนี้เขาก็ได้ใส่ลงไปในงานเขียนของเขาทั้งนิยาย บทกวี หรือแม้กระทั่งในบทความที่ลงในนิตยสารเองก็ตาม
ผลงานที่ดีที่สุดของคุนิคิดะ คือ Doppo Gin (独歩吟)ซึ่งเป็นต้นแบบพลังพิเศษของคุนิคิดะนั่นเองค่ะ Doppo Gin เป็นหนังสือที่รวมผลงานต่าง ๆ ของคุนิคิดะเอาไว้มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบทกวีที่มีความไพเราะเป็นอย่างยิ่ง และก็ยังคงได้รับการยอมรับว่าเป็นบทกวีที่เพราะมากของญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ
ฟุคุซาวา ยูกิจิ
มาต่อกันต่อที่ท่านประธานของหน่วยงานนักสืบบุโซกันบ้างดีกว่า! ยูกิจิเป็นตัวละครที่มีบุค่อนข้างเคร่งขรึม แต่ก็มุมอ่อนโยนและดูแลเอาใจใส่พนักงานในสำนักงานเป็นอย่างดี แถมยูกิจิยังเป็นอาจารย์สอนต่อสู้ให้คุนิคิดะอีกด้วยพลังพิเศษของเขาคือ ทำให้ทุกคนมีพลังเท่าเทียมกัน มีชื่อเรียกว่า Hito no Ue ni Hito wo Tsukurazu (人上人不造) ค่ะพลังนี้ทำให้เขาควบคุมพนักงานในสำนักงานได้
ต้นแบบของตัวละครนี้ก็คือ ฟุคุซาวา ยูกิจิ เขาถือเป็นบุคคลคนสำคัญของประเทศญี่ปุ่นเลยเขาเป็นทั้งนักแปล ล่าม นักลงทุน ครูที่วางรากฐานการศึกษา เป็นนักข่าว และยังเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย Keio (慶應義塾大学) หนังสือพิมพ์ Jiji-Shinpo (時事新報) และ สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว (東京大学医科学研究所) นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่ตีพิมพ์ English – Japanese Dictionary ขึ้นในปี 1860 อีกด้วย และเพราะเขาเป็นบุคคลสำคัญ คนญี่ปุ่นเลยนำรูปภาพของเขาไปใช้เป็นภาพที่อยู่บนธนบัตร 10,000 เยนด้วยค่ะ
และผลงานที่นำมาใช้ในเรื่องก็คือ Gakumon no Susume (学問のすすめ) ซึ่งเป็นผลงานที่กล่าวถึงความสำคัญของเสรีภาพและความเท่าเทียมกันในฐานะมนุษย์ จึงเป็นที่มาของพลังในเรื่องนั่นเองค่ะ
เอโดกาวา รัมโป
มาต่อกันที่นักสืบคนเก่งของเรากันค่ะเอโดกาวา รัมโปเขาเป็นนักสืบที่เก่งที่สุดในสำนักงานนักสืบบุโซ เขามีความสามารถในการสืบสวนมาก แต่นิสัยนั้นเป็นคนขี้แกล้งเหมือนเด็ก พลังของเขาคือการวิเคราะห์แก้ไขปัญหาต่าง ๆ พลังพิเศษของเขามีชื่อว่า Cho suiri (超推理) ซึ่งมีต้นแบบมาจากผลงานของต้นแบบตัวละครนี้ ที่เป็นนักเขียนนิยายแนวสืบสวน จึงได้นำมาปรับใช้กับความสามารถพิเศษของตัวละครตัวนี้
'เอโดกาวา รัมโป' เป็นนามปากกาของ 'ฮิราอิ ทาโร่'เขามีสองนักเขียนนิยายนักสืบอย่าง Edgar Allan Poe และ Sir Arthur Conan Doyle เป็นนักเขียนในดวงใจ จึงทำให้ผลงานของ เขาเป็นแนวสืบสวนสอบสวนแทบทั้งหมด และด้วยผลงานของเขา จึงทำให้เกิดการพัฒนารูปแบบของนิยายสืบสวนสอบสวนของญี่ปุ่นให้แปลกใหม่และดูสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น
อาคุตากาวา เรียวโนะสุเกะ
มาต่อกันที่ทางฝั่งพอร์ตมาเฟียกันบ้างค่ะ อาคุตากาวา เรียวโนะสุเกะเป็นสมาชิกของพอร์ตมาเฟียผู้คุมท่าเรือของเมือง ยาโกฮามา เขานั้นมีพลังที่ร้ายกาจมาก ๆ คือ Rashomon (羅生門) พลังของเขาจะทำให้ผ้าคลุมสีดำกลายเป็นสัตว์ร้ายฉีกกระชากทุกสิ่งที่เป็นเป้าหมายให้พินาศขนาดดาไซเองยังเตือนทุกคนในสำนักงานนักสืบบุโซว่าต้องระวังผู้ชายคนนี้ให้ดี
อาคุตากาวา เรียวโนะสุเกะเป็นนักเขียนที่มีความสนใจในด้านวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก และยังชอบผลงานของ Mori Ogai (森 鷗外) และ Natsume Soseki (夏目 漱石) เป็นอย่างมาก ตัวเขาเองได้สร้างผลงานเรื่องสั้นที่มีชื่อว่า Rashomon (羅生門)ขึ้นมาในปี 1914 ซึ่งเป็นต้นแบบของพลังในเรื่องนั่นเอง ตอนนั้นผลงานของเขายังไม่โด่งดังมากนัก แต่ผลงานของเขากลับมาโด่งดัง หลังจากที่เขาได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงไปด้วยวัย 35 ปีเพียงเท่านั้น
เรื่องราวของราโชมอน เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งที่มาหลบฝน และได้พูดถึงเรื่องที่ตัวเองไปที่ศาลเพื่อให้ปากคำคดีที่มีซามูไรถูกฆ่า ซึ่งคนที่เดินผ่านมานั้นก็ได้รับฟังคำบอกเล่าและนำมาพิจารณา ท้ายที่สุดคนกลางก็ได้กล่าวว่าทุกคนล้วนแล้วแต่โกหกเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น เพื่อปิดบังให้ตัวเองได้ประโยชน์และนี่ก็คือตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์ ผลงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสกปรกในจิตใจมนุษย์ ซึ่งแนวคิดนี้ก็ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นพลังพิเศษของตัวละครตัวอาคุตากาวานั่นเองค่ะ
นากาฮาระ ชูยะ
มาต่อกันที่อดีตคู่หูของดาไซกันค่ะ เขาคนนี้คือ นากาฮาระ ชูยะเป็นหนึ่งในผู้บริหารของพอร์ตมาเฟีย เขาเป็นนักสู้มือเปล่าที่เก่งมาก แถมยังชื่นชอบการต่อสู้ และเสียงเพลง พลังพิเศษของเขาคือ Yogoretsu Chimatsuta Kanashimi ni (汚れつちまつた悲しみに) พลังของเขาสามารถเปลี่ยนแปลงเวคเตอร์และความแข็งแกร่งของวัตถุที่สัมผัสได้
นากาฮาระ ชูยะต้นแบบของตัวละครนี้ จริง ๆ แล้ว ชื่อของเขาคือ คาชิมูระ ชูยะ ซึ่งเขามีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1907-1937 เขาเป็นนักกวีในสมัยปีโชวะ บทกวีของเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากกวีนิพนธ์ฝรั่งเศส สมัยนั้นเขายังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะของนักกวีตั้งแต่แรก แต่หลังจากที่เขาเสียชีวิต บทกวีของเขาได้ถูกนำไปใช้เป็นเนื้อเพลงต่าง ๆ อยู่หลายครั้ง จนทำให้บทกวีของเขานั้นได้ถูกเผยแพร่ออกไปผ่านเสียงเพลงเหล่านี้นั่นเองค่ะ
นี่ก็เป็นประวัติของตัวละครคร่าว ๆ ที่พี่ได้รวบรวมมาให้นะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีตัวละครอีกมากมายที่อ้างอิงมาจากบุคคลในประวัติศาสตร์ พี่หวังว่าน้อง ๆ จะได้ความรู้จากบทความนี้ และเข้าใจที่มาของนิสัยและพลังของตัวละครมากยิ่งขึ้นนะคะ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ พี่กระซิบว่ามีให้ดูถูกลิขสิทธิ์แทบทุกช่องทางเลยค่ะ ใครที่ดูแล้วมาเม้ามาอยกันนะคะ ไว้เจอกันบทความหน้าค่ะ บ๊ายบาย!