หรือไทยเป็นได้แค่ที่ระบายของ “ไร้คุณภาพ” ของ จีน ??
จีน ปล่อยหมัดฮุกตลาดไทย ระบายสินค้าด้อยคุณภาพทุบค้าปลีกไทย สินค้าที่ไม่ต้องพึ่งบริการหลังการขายเจ็บหนัก บิ๊กอีคอมเมิร์ซ Temu บุกไทยเปิดสงครามราคา สะเทือน Shopee - TikTok ทุนจีนไหลลงทุนไทยยังไม่ใช่สาเหตุทำโรงงานไทยต้องปิดตัว
ปี 2567 นับเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับธุรกิจไทย โดยเฉพาะการเข้ามาของ ทุนจีน ในหลายรูปแบบ ทั้งสินค้าราคาถูกที่ทำเอาผู้ประกอบการค้าปลีกต้องปาดเหงื่อไปตาม ๆ กัน นัยหนึ่งถูกปรามาสว่า สินค้าจีน ราคาถูกเหล่านี้เป็นตัวการทำโรงงานไทยปิดตัวลง
ขณะที่ฝั่งอีคอมเมิร์ซซึ่งกำลังเติบโตได้ดีกำลังถูก แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีนรายใหม่ เข้ามาคุมกำเนิด หรือแม้แต่การย้ายฐานการผลิตมาที่ไทยเพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีที่ยังไม่สามารถระบุชัดเจนว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับไทยกันแน่??
จีน กินของดี-ใช้ของดี แต่ส่งออกของด้อยคุณภาพ
ข้อมูลจาก KKP Research ระบุว่า ปัจจุบันไทยขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการระบายสินค้าจากกำลังการผลิตส่วนเกินจากจีนมายังตลาดโลกรวมถึงไทย ไม่เพียงแต่เฉพาะสินค้าในกลุ่มยานยนต์เท่านั้นแต่รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีต้นทุนต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตในไทยที่ไหลเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่องในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกีดกันการค้าระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มทวีความเข้มข้นขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐ
และส่อเค้าว่ามาตรการกีดกันทางการค้าจากจีนและโลกจะเข้มข้นขึ้นหาก “โดนัล ทรัมป์” ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯแน่นอนว่าจะเพิ่มความเสี่ยงที่สินค้าจากจีนจะทะลักมายัง ASEAN รวมถึงไทยเพิ่มขึ้นเพื่อระบายสินค้าของจีนไปยังตลาดส่งออกอื่น
“ณธกฤษ เอี่ยมสกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด ผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่ของไทยไปยังตลาดจีน เปิดเผยกับการเงินธนาคารว่าประเทศจีนภายใต้การปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ทำให้มีคนอดอยากจำนวนมาก แต่ภายหลังการเปิดประเทศทำให้เศรษฐกิจของจีนเติบโตขึ้นประชากรเริ่มมีกำลังซื้อสิ่งที่ตามมาคือความต้องการบริโภคของดี ของอร่อย “อันไหนอร่อยกินอันนั้น” โดยเฉพาะในเมืองใหญ่เพราะฉะนั้นหากจะขายของกินไปจีนจะต้องมีคุณภาพ
ขณะที่เมืองที่เจริญแล้วเช่นเซี่ยงไฮ้หรือฮ่องกงการบริโภคของดีถือว่าเป็นเรื่องปกติ ก็จะหันไปจับจ่ายเรื่องของเสื้อผ้า สินค้าแบรนด์เนม และสินค้าหรูหรามากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าที่ขายในประเทศจีนล้วนเป็นของ“คุณภาพ”
“ถ้าเข้าไปดูการค้าขายในประเทศจีนจริงๆจะเห็นว่าสินค้าที่ไม่มีคุณภาพขายไม่ได้เลย ดังนั้น “สินค้าด้อยคุณภาพ” จึงต้องส่งออกออกมาให้ประเทศหรือตลาดที่ไม่ได้ต้องการสินค้าคุณภาพดีและราคาแพงมากนัก”
สินค้าจีนราคาถูกทะลักไทยใครเจ็บหนักที่สุด
ขณะที่ กฤตนัน สนธิจิรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะซิกเนเจอร์ เเบรนด์ จำกัด หรือ เอสบีโอ (SBO) ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเปิดเผยเพิ่มเติมว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าจีนราคาถูกคือ กลุ่มสินค้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่การเซอร์วิสหลังการขายมากนัก เช่น สินค้าที่ไม่ต้องติดตั้ง โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้งานได้เลยกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก และอาจกดดันให้มีการแข่งขันในเรื่องของราคาบ้าง
ในส่วนของ SBO โชคดีที่มีสัดส่วนสินค้าก้อนนี้ไม่มากแต่เน้นสินค้า Built-in เป็นหลัก จุดหนึ่งที่เราพยายามโปรโมทคือการรับประกัน เพราะสินค้าราคาถูกส่วนใหญ่จะไม่มีการรับประกันดังนั้นคนที่ใช้สินค้าเหล่านี้ก็ต้องพร้อมรับความไม่สบายใจตรงนี้ด้วย
Temu บิ๊กอีคอมเมิร์ซจีนจ่อบุกไทยตัวแปรใหม่คุมกำเนิดติ๊กต๊อก
ช่องทางหลักที่สินค้าจีนราคาถูกไหลเข้าค้าปลีกไทย คือ “อีคอมเมิร์ซ” ซึ่งรายงานของ Momentum Works ระบุว่า ประเทศไทยเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย และมีอัตราการเติบโตเร็วเป็นอันดับ 2 รองจากเวียดนาม โดยเติบโตปีต่อปีที่ 34.1% โดย Shopee มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 49% รองลงมาคือ Lazada 30% และ TikTok Shop 21%
สอดคล้องกับรายงานของ กันตาร์เรื่อง "The Omni-Shopper Revolution" ที่ระบุว่าปัจจุบันช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมจากหมู่ผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น โดยเกือบครึ่งหนึ่งของครัวเรือนในประเทศไทยหรือประมาณ 45% ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทางออนไลน์เป็นหลัก
นายธานัท จารุฤทธิไกร Chief Executive Officer SHOPGENIX เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่า สินค้าอุปโภคบริโภคที่ขายบนออนไลน์มักมีราคาถูกกว่าใน Modern Trade โดยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มาแรงที่สุดคือ Tiktok สามารถทำรายได้ราว ๆ 40,000 ล้านบาท แต่แพลตฟอร์มที่ทำยอดขายมากที่สุดคือ Shopee ตามมาด้วย Lazada ส่วน Tiktok เป็นเบอร์ 3
“สินค้าทั่วไปที่ขายบน Tiktok มีราคาถูกมาก ๆ เพราะโมเดิร์นเทรดจะเก็บค่า GP ราว ๆ 35% แต่บนออนไลน์เก็บค่า GP แค่ 10% ทำให้สามารถขายถูกกว่าได้และดึงผู้บริโภคใหม่ ๆ ให้อยากเข้ามาซื้อได้ง่ายกว่า”
อย่างไรก็ตาม Tiktok ที่กำลังมาแรงกำลังจะเจอศึกหนักจากคู่แข่งหน้าใหม่ที่โหดกว่าเดิม อย่าง “Temu” ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจีนภายใต้การบริหารโดย PDD Holdings ซึ่งตามรายงานของ The Low Down ระบุว่า Temu กำลังเปิดตัวในประเทศไทยพร้อมโปรโหดส่วนลดสูงสุด 90% โดยมีสินค้าหลากหลายประเภทพร้อมกับ“รีวิว” จากผู้ใช้ทั่วโลก
ความน่ากลัวก็คือ Temu ไม่ได้เปิดให้ผู้ขายทั่วไปเข้ามาเปิดร้านขายของบนแพลตฟอร์มเหมือนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจ้าอื่น แต่ใช้วิธีดีลกับโรงงานผลิตที่มีสินค้าส่วนเกินหรือสินค้าทดลองตลาดในราคาที่ต่ำมาก ๆ มาขายบนแพลตฟอร์ม แน่นอนว่าการเข้ามาของ Temu จะกระทบ Shopee และ Tiktok แบบเต็มแรงเพราะเน้นขายของราคาถูกเหมือนกันแต่เจ้าของแพลตฟอร์มได้รายได้จากโมเดลธุรกิจที่ต่างกัน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : พร้อมไหม! Temu ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจีน ซุ่มเปิดตัวในไทย ปล่อยกลยุทธ์ลดราคาสูงสุด 90%
สินค้าจีนราคาถูกทะลักไทยตัวการทำโรงงานไทยปิดตัว ??
อย่างไรก็ดีแม้ในช่วงครึ่งปีหลังทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศดูเหมือนจะมีแนวโน้มที่ดี สิ่งที่น่าเป็นกังวลก็คือการเข้ามาของทุนต่างชาติอาจจะกระทบโรงงานไทยซึ่งส่วนมากดำเนินการในลักษณะ OEM ป้อนสายการผลิตต่าง ๆ ไปต่อกันไม่ไหวและอาจต้องปิดตัวลง ส่วนหนึ่งมาจากการที่โรงงานจีนเหล่านี้ใช้ซัพพลายของจากจีนเข้ามาไม่ได้ใช้วัสดุหรือวัตถุดิบในไทยเลย
หากดูรายงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะพบว่าครึ่งปีแรกของปี 2567 มีโรงงานไทยที่ต้องปิดตัวลงไปแล้วมากกว่า 360 แห่ง คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 9,400 ล้านบาท เลิกจ้างแรงงานไปแล้วกว่า 10,000 คนสูงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา และคาดว่ายอดการปิดโรงงานอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 700 แห่ง หากรัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศ และจะมีโรงงานไทยที่มีแนวโน้มปิดกิจการและเลิกจ้างเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,700 แห่ง
ขณะที่“เธียรศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ” CFO & Co-Founder S39 Digital Agency เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่า โรงงานในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นโรงงาน OEM เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมไทยในระยะแรกๆผู้ที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่เป็นทุนไต้หวัน จีนและสิงคโปร์
สะท้อนให้เห็นว่า“จุดยืน” ของโรงงานไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่ประเด็นที่เป็นปัญหาหลักๆน่าจะเป็นเรื่องของประชากรและแรงงานที่น้อยส่งผลทำให้ประสิทธิภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมลดลง แน่นอนว่าแทนที่เจ้าของทุนจะมาจ้างโรงงานไทยผลิตก็ต้องไปจ้างคนที่ถูกกว่าผลิต
“เราเคยเป็นแหล่ง OEM ที่ดีเคยเป็นแหล่งลงทุนที่ดีที่เปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนก่อนเวียดนามหรืออินโดนีเซีย นโยบายหลักของประเทศเราคือ “นิคมอุตสาหกรรม” BOI เองก็ชัดเจนอยู่แล้วคือมาผลิตเพื่อไปส่งออก เพราะฉะนั้นโรงงานจีนเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนไทยอยู่แล้ว คนละเรื่องกับสินค้าจีนราคาถูกที่นำเข้ามา ส่วนสินค้าที่จำเป็นที่จะต้องตั้งโรงงานผลิตในไทยก็มีการเรียกเก็บภาษีอยู่แล้วเพราะฉะนั้นก็ไม่กระทบ”
โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร
📌สมัครสมาชิก เพียงวันละ 1 บาท อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่นี่ 📌