โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก ‘MAGURO GROUP’ เจ้าของ 3 แบรนด์ดังร้านญี่ปุ่น กำลังขาย IPO เข้าตลาดหุ้น

TODAY Bizview

อัพเดต 03 พ.ค. 2567 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2567 เวลา 05.12 น. • workpointTODAY

Maguro Group (มากุโระ กรุ๊ป) ผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมี่ยม ‘MAGURO’ ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี ‘SSAMTHING TOGETHER’ และร้านชาบู- สุกียากี้ ‘HITORI SHABU’ กำลังเดินหน้าขายไอพีโอ (IPO) เพื่อขยายธุรกิจ

[ จุดเริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อน ]

โดย ‘เอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าว่า MAGURO ก่อตั้งโดยกลุ่มเพื่อน 4 คน เมื่อ 9 ปีที่แล้วเพื่อประกอบธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิ ซึ่งได้ขยายกิจการมาอย่างต่อเนื่อง

ณ วันที่ 15 มีนาคม 2567 MAGURO มีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 3 แบรนด์รวม 26 สาขา ได้แก่

1.) MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิที่มุ่งเน้นการใช้คุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น 14 สาขา

2.) SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างเกาหลีระดับพรีเมียม 6 สาขา

3.) HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกี้ยากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซต้นตำหรับ 6 สาขา

[ เติบโตจากการขยายสาขา ]

ตั้งแต่เริ่มต้น MAGURO ได้ใช้กลยุทธ์การขยายธุรกิจจากการเปิดสาขาใหม่ของทั้ง 3 แบรนด์อย่างต่อเนื่อง และการสร้างรายได้ในสาขาเดิมให้เติบโตเพิ่มขึ้น

อีกทั้งบริษัทฯ ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบผสมผสานระหว่าง Data Driven และ Customer Experience ด้วยระบบ CRM

ทำให้ ณ ปัจจุบัน MAGURO มีสมาชิกมากกว่า 150,000 คน โดยมีรายได้จากสมาชิกคิดเป็น 54.36% จากรายได้รวมธุรกิจร้านอาหาร

ทั้งนี้ รายได้หลักของบริษัทฯ มาจากร้าน MAGURO คิดเป็น 61.96% รายได้จากร้าน HITORI SHABU คิดเป็น 18.94% และรายได้จากร้าน SSAMTHING TOGETHER คิดเป็น 19.10% ของรายได้จากธุรกิจร้านอาหาร

[ ปี 66 กำไรสุทธิโต 131% ]

จากธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีรายได้รวมและผลกำไรสุทธิที่เติบโตสูงและต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มีรายได้รวมในปี 2566 จำนวน 1,045.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.06% จากปี 2565 ที่ทีรายได้รวม 665.85 ล้านบาท ในปี 2565

และที่สำคัญบริษัทฯ ยังมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 72.48 ล้านบาทในปี 2566 เติบโตสูงถึง 131.12% จากกำไรสุทธิ 31.36 ล้านบาท

ส่วนในปี 2567 บริษัทคาดรายได้เติบโตประมาณ 30% จากปี 2566 ที่มีรายได้ 1,045.81 ล้านบาท เนื่องจากการขยายสาขาใหม่เพิ่ม และการเปิดแบรนด์ร้านอาหารใหม่ ส่วนในปีถัดๆ ไปก็คาดหวังรายได้เติบโตประมาณ 30%

[ ปี 67 เปิดเพิ่มอีก 11 สาขา ]

แน่นอนว่าจากกลยุทธ์การขยายธุรกิจ จากการเปิดสาขาใหม่ที่ได้ประสบผลสำเร็จอย่างดี MAGURO จึงมีแผนที่จะเปิดร้านเพื่อขยายอาณาจักรให้ใหญ่โตเพิ่มขึ้น

โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดสาขาใหม่จำนวนกว่า 9 สาขา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค และนี้ในปี 2567 บริษัทฯ ยังวางแผนเปิดเพิ่มอีก 11 สาขา ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

นอกจากนี้ ยังมีแผนหาเงินปรับปรุงสาขาเดิมและปรับปรุงครัวกลาง ติดตั้งและปรับปรุงระบบ IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และรองรับการขยายตัวของจำนวนสาขาของบริษัทฯ ในอนาคต รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

[ เข้าตลาด mai ไตรมาส 2 ]

โดยบริษัทฯ จะใช้แผนการระดมทุนในครั้งนี้ ด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 34,060,200 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 27.03% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด

ประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 21,460,200 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 17.03% และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Holistic Impact Pte. Ltd. (“HOLISTIC IMPACT”) จำนวนไม่เกิน 12,600,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 10.00%

สำหรับไทม์ไลน์ของการเปิดขายไอพีโอ บริษัทฯคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 2 นี้ โดยบริษัทจะเข้าจทะเบียนในตลาดหุ้นเอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งหลังจากระดมทุนเรียบร้อยแล้วบริษัทมั่นใจว่า Maguro Group จะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...