โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จุรินทร์ ลุกอัดรัฐบาล จัดงบ'68 ขี้หก ขี้เหล่ ชี้กู้หนักกว่าเดิม ขู่วาระ 3 อาจถึงศาลรธน.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 มิ.ย. 2567 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2567 เวลา 07.14 น.

“จุรินทร์” ให้ฉายา “เศรษฐา” นักกู้ผ้าขาวม้าพันคอ ซัดงบ68 “ขี้หก ขี้เหล่” เห็นสภาเป็นศาลาโกหก “ดิจิตอลวอลเล็ต”จากนโยบายเรือธง กลายเป็นเรือเกลือ ความหวังแขวนบนเส้นด้าย แฉพิรุธใช้งบฉุกเฉิน67 ต่ำมาก หวังแปลงเป็นงบเงินหมื่น ซะ2 ปี ผลลงานรัฐบาลไม่ประทับใจจอร์จ ขู่งบวาระ 3 อาจต้องถามศาลรธน.

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ในวาระแรกนั้น ล่าสุด เวลา 11.35 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2568 ว่า ปีที่แล้วเป็นงบเหมือนกับเป็ดหง่อย เพราะรัฐบาลใช้เวลาไปรื้องบที่รัฐบาลที่แล้วทำไว้เดิมทำให้การใช้เงินล่าช้าเกือบ 7 เดือน บวกกับประสิทธิภาพการใช้งบฯของรัฐบาลชุดนี้ทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเฉพาะงบลงทุน 8 เดือน ประมาณ 51 % ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศในปี 67 โตต่ำกว่าเป้า ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.งบฯและในเอกสารงบฯ ว่าจะทำให้โต 5.4 % รวมเงินเฟ้อคงประมาณ 4 % กว่า แต่แค่ 4 % กว่าก็ไม่ถึง ทุกสำนักประเมินตรงกันหมดว่าอย่างดีก็คงได้ประมาณ 2.5 % แม้แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังก็เพิ่งยอมรับว่า ปีนี้โอกาสเศรษฐกิจจะโตแค่ 2.5 % แต่จะพยายามเบ่งให้ได้ 3 % และ 2.5 % ดังกล่าว แม้จะรวมดิจิทัลวอลเล็ตเข้าไป ซึ่งสภาพัฒน์ฯ ประเมินว่า ก็ทำให้เศรษฐกิจโตได้แค่ 0.25 เปอร์เซนต์ สมมติว่าดิจิทัลวอลเล็ต ได้ทำจริงเศรษฐกิจก็จะโตแค่ 2.5 บวก 0.25 % เต็มที่อยู่ที่ 2.75 % นี่คือสิ่งที่ทำไมตนถึงต้องบอกว่างบปี 67 คืองบเป็ดง่อย

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนงบปี 68 ซึ่งเป็นงบฉบับที่ 2 ของรัฐบาลนี้ อันนี้อิเหนาทำเองร้อยเปอร์เซนต์ ไม่ได้มีฐานรากมาจากรัฐบาลที่แล้วแต่อย่างใด แต่ข้อหน้าสังเกตคือใส่ดิจิทัลวอลเล็ตโดยสารมาด้วยในงบกลาง จำนวน 152,700 ล้านบาท โดยงบ 68 ตั้งไว้ 3.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว 7.8 % ซึ่งตนดูหลายรอบ ภาพรวมทั้ง “ขี้หก ขี้เหล่” เพราะงบปี 67 นายกฯสัญญาไว้กลางสภาฯในการพิจารณาวาระ1 ว่าถัดไปท่านจะทำ 4 เพิ่ม 1ลด คือจะเพิ่มรายได้ให้ประเทศ และจะลดการขาดคุลงบประมาณลงมาเป็นต้น แต่ปรากฎว่าเมื่อดูตัวเลขลึกลงไปในรายละเอียดกลายเป็นละครคนละซีรีส์ เหมือนเห็นสภาฯเป็นศาลาโกหก เพราะไม่ได้เป็นไปตามนั้น และถ้าดูลึกลงไปยิ่งกว่านั้นอีก

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า รายละเอียดก็ไม่ได้งดงามอย่างที่นายกฯได้อภิปรายต่อสภาฯเมื่อเช้านี้ที่นำเสนอมาทั้งหมด เพราะพบความขี้เหล่ซุกซ่อนอยู่มากมาย 5ประเด็น คือ ขี้เหล่ที่ 1 เรื่องรายได้ ซึ่งนายกฯบอกว่าจะทำรายได้เพิ่ม ซึ่งตนหมายถึงนายกฯคงพูดเรื่องรายได้สุทธิ เพราะรายได้อื่นก็ไม่มีประโยชน์มันตัวหลอก เพราะตัวจริงคือรายได้สิทธิ แต่เมื่อไปดูตัวเลขรายได้สิทธิของงบ68 เหลือ 76.9 เปอร์เซนต์ ของวงเงินงบประมาณ จากปี 67 รายได้สิทธิ 80.1 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นตัวฟ้องว่ามันไม่ตรงกับที่นายกฯสัญญากับสภาฯไว้ โดยเฉพาะประสิทธิภาพการเก็บรายได้ เฉพาะ 7เดือนของงบปี 67 ปรากฎว่ายังเก็บรายได้ต่ำเป้า 39,000 ล้านบาท

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ขี้เหล่ที่2 การขาดดุลงบประมาณ นายกฯให้สัญญาว่าจะลดการขาดดุลงบประมาณลงมาในปี 68 แต่เมื่อไปดูปรากฎว่าไม่เท่าเดิม ไม่ลดแล้วยังเพิ่มการขาดดุลหมาศาล เพราะงบปี 68 ขาดดุลมากกว่างบปี 67 ถึง 865,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9 % คือ 1 ใน 4 ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด นายกฯอาจจะอ้างว่า ขาดดุลเพิ่มเพราะต้องเอาไปทำดิจิทัลวอลเล็ต แต่ดิจิทัลวอลเล็ตที่ใส่มาแค่ 152,700 ล้านบาท เมื่อเอาไปลบก็ยังขาดดุลเพิ่มกว่าปีที่แล้วถึง 2 หมื่นล้านบาท ถึงไม่ได้ลดการขาดดุลอย่างที่นายกฯให้สัญญาไว้ ที่ขี้เหล่ที่สุด ปรากฎว่างบ68 ขาดดุลมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือขาดดุลมากถึง 4.42 เปอร์เซนต์ ของจีดีพีประเทศ เกือบชนเพดานวินัยการเงินการคลัง เหลืออีกแค่ 40 ล้านบาทเท่านั้นชนเพดานหัวแบะ

“ขี้เหล่ของความขี้เหล่คือภายใต้รัฐบาลนี้ ถ้าอยู่ครบวาระ 4 ปี ยังจะคิดจัดงบฯขาดดุลต่อไปอีกตลอดอายุรัฐบาลนี้ ซึ่งจะส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นตลอด 4 ปีที่อยู่ในอายุของรัฐบาล แล้วจะเพิ่มขึ้นทุกปี ดูได้จากแผนการคลังระยะปานกลางปี 68-71 ฉบับทบทวน ที่ครม.เพิ่งอนุมัติไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งคือภาระที่จะเกิดกับประเทศ”นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขี้เหล่ที่ 3 เรื่องเงินกู้ หรือการกู้เงิน เพราะงบปี 67 และ 68 รัฐบาลชุดนี้ต้องกู้มาชดเชยการขาดดุลรวม 1.5 ล้านล้านบาท ยังไม่รวมกู้มาแจก เพียงแต่ใน 1.5 ล้านล้านบาท มีกู้มาแจกคือดิจิทัลวอลเล็ต ที่ใส่ลงไปในงบ68 จำนวน 152,700 ล้านบาท เพราะฉะนั้นยังเหลือเงินที่ต้องกู้มาแจกเพิ่มอีกให้ครบ 5 แสนล้านบาทอีก 347,300 ล้านบาท ถ้ามารวมงบขาดดุล 2 ปี สุดท้ายรัฐบาลนี้จะก่อหนี้ 1.9 ล้านล้านบาท รวมบริหาร2 ปี กู้เกือบ 2 ล้านล้านบาท

“ปีที่แล้วผมบอกว่านายกฯเป็นนักกู้ถุงเท้าสีชมพู ปีนี้เห็นทีจะต้องให้เป็นนักกู้ผ้าขาวม้าพันคอ เพราะยังกู้หนักกว่าเดิม แต่เวลาใช้หนี้ไม่ถึง 10 % ของหนี้ที่ก่อ อันนี้คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะมันพอกพูนไปเป็นภาระของประเทศในอนาคตต่อไป พอพ้นรัฐบาลนี้แล้ว”นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขี้เหล่ที่ 4 การตั้งตัวเลขจีดีพีสูงเกินจริง เพราะงบปี 67 รัฐบาลตั้งจีดีพีไว้ 5.4 เปอร์เซนต์ตอนนี้สารภาพบาปแล้ว ปรากฎว่าปี 67 ลดจาก 5.4 เปอร์เซนต์มาเหลือ 4.1 % ทั้งที่ทุกสำนักบอกบวกได้แค่ 2.5 % แล้วเอา 4.1% มาเป็นฐานคำนวณจีดีพีปี 68 โดยบอกว่า จะบวก 4.9 % เอาฐานที่สูงเกินจริงมาคำนวณจีดีพี 68 สุดท้ายก็กลายเป็นจีดีพีฟองสบู่ เพราะ 4.9 % ที่บอกว่า จะโตนั้นตนเข้าใจ แต่อาจจะเพื่อให้สมกับที่นายกฯพยายามพูดว่า จะทำจีดีพีโต 5 เปอร์เซนต์ ซึ่งทุกสำนักบอกว่า จะโตได้แค่ 3 %

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขี้เหล่ที่ 5 เรื่องดิจิทัลวอลเล็ต จากนโยบายเรือธง วันนี้กลายเป็นนโยบายเรือเกลือไปแล้ว สัญญาจะทำทันที แต่เวลาล่วงเลยมาแล้ว ตนทวงถามแทนประชาชนทุกครั้ง เพราะตั้งหลักว่าเมื่อพรรคการเมืองไปสัญญากับประชาชนไว้แล้ว ต้องมีความรับผิดชอบ รัฐบาลแถลงว่าแจกแน่ในไตมาสที่ 4 คือวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป เวลาแจกจะไม่แบ่งเป็นก้อน จะแจกรวดเดียว 5 แสนล้านบาท

แปลว่า ถ้าไม่ได้เงินครบ 5 แสนล้านบาทก็จะยังไม่แจกใช่หรือไม่ และเงิน 5 แสนล้านบาทจะเอามาจาก 3 แหล่งสำคัญ คือจากงบ 68 งบปี 67 และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) คำถามคือแปลว่า จนวันนี้รัฐบาลยังไม่มีเงินสักบาทเดียวใช่หรือไม่ เพราะงบ 68 ยังต้องรอผ่านสภาฯ ส่วนงบ 67 ยังไม่ได้ขอมาเลยที่จะออก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ส่วนธกส.ก็ยังไม่ได้ยืมสักบาท

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า มีคนนินทาว่าสุดท้ายไปเอามาจากกงบฉุกเฉินปี 67 ที่ตั้งไว้ 99,500 ล้านบาท และพบพิรุธ เบิกจ่ายงบฉุกเฉินปีนี้ต่ำมากๆ มีคนบอกว่าเบิกไปแค่หลักพันล้านบาท แสดงว่าเป็นความตั้งใจว่ายอมไม่ใช้งบปี 67 เพื่อให้เหลือเงินฉุกเฉินเยอะๆ แล้วจะได้เอาไปแปลงเป็นดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อกู้มาแจก บรรลุเป้าหมายพรรคการเมืองได้ แต่ถ้าทำแบบนี้จริง ผมคิดว่า รัฐบาลนี้ใจดำมาก เพราะพยายามไม่ใช้เงินปี 67 จะส่งผลให้จีดีพี 67 โตต่ำเตี่ยหนักเข้าไปอีก เพียงเพื่อให้เหลือเงินไปสนองพรรคการเมือง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องตระหนัก ส่วนเงินธกส.ก็เอามาแจกไม่ได้ หมิ่นเหม่ผิดฎหมาย เพราะเอาไว้ดูแลเกษตรกรเท่านั้น จะเอาไปให้รัฐบาลกู้มาแจกแบบเหวี่ยงแหเฮริคอปเตอร์มันนี่ มันทำไม่ได้ จนถึงวันนี้รัฐบาลยังไม่ถามกฤษฎีกาเลยว่า ทำได้หรือไม่ แต่มาของบ 68 ก่อน เหมือนตั้งใจที่จะลักไก่กับสภาฯ ต่อหน้าประชาชน สุดท้ายดิจิทัลวอลเล็ต อนาคตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย

“ที่ผมพูดมาอยากให้เห็นว่างบ68 เหมือนงบเป็ดขี้เหล่ ที่สำคัญรัฐบาล 2 ปีจะใช้เงินงบประมาณ 67 และ 68 รวมแล้วประมาณ 6.7 ล้านล้านบาท ผลงานมันไม่ประทับใจจอร์จเลย ผลสัมฤทธิ์ของงานที่ปรากฎออกมามันสวนทางกับตัวเลขงบประมาณที่ขอมา”นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ผลสัมฤทธิ์รัฐบาลต่ำ กลับซ้ำเติมประชาชนให้รวยขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี ด้วยการมีหวยล็อตเตอร์รี่ หวยเกษียณ หวย 3 ตัวหรือหวยเอ็น 3 จนชาวบ้านตั้งฉายารัฐบาลว่ารัฐบาล 3 หวย ดังนั้นขอให้รัฐบาลกลับไปทบทวนด้วย หาทางเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายประชาชนด้านอื่นดีกว่า

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนการปรับครม.เปลี่ยนแค่ต่างตอบแทน 1 มาเป็นต่างตอบแทน 2 สุดท้ายติดลบมากกว่าติดบวก ปรับปุ๊บรัฐมนตรีออก 3 คนและนำไปสู่คดี 40 ส.ว.ร้องศาลรัฐธรรมนูญ จะไปโทษ 40 สว.ไม่ได้ เพราะท่านทำหน้าที่ของท่าน แต่ถ้านายกฯไม่ปรับครม.แบบนี้ สว.ก็ไปยื่นไม่ได้ ทั้งหมดจึงเกิดจากรัฐบาล และทำให้เสถียรภาพครม.วันนี้เหมือนกับรัฐมนตรีอีหก 30 กว่าคนถูกเอาผ้าข้าวม้าแขวนคออยู่บนเพดาน ไม่รู้ว่าจะรอดหรือจะร่วง นี่คือการเมืองที่ไปกระทบเศรษฐกิจและอื่นๆ นอกจากนั้นยังมีนายกฯ2 คน ที่ยังตามหลอนนายกฯอยู่ทุกวันนี้ ที่ลามไปถึงการเมืองระหว่าประเทศ นากยฯไม่กล้าทำอะไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตระหนัก

“รัฐนาวาไทยวันนี้ถ้าเป็นรถยนต์ก็เหมือนกับรถยนต์แบบ 1 พวงมาลัย 2 คนขับ ที่หน้าหวาดเสียวที่สุดคือ แม้จะนั่งเก้าอี้คนละตัว แต่ปรากฎว่า จับพวงมาลัยอันเดียวพร้อมกันสองคน และเรื่องพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่ใช่เรื่องเก่าแต่เป็นเรื่องปัจจุบัน และกำลังจะเป็นเรื่องอนาคต ต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดินจึงจะทำได้ ที่สำคัญจะมีผลกระทบมากมายต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทยในอนาคต เพราะพ.ร.บ.นี้จะเป้นสารตั้งต้นสำคัญตัวหนึ่งที่จะพาประเทศไปสู่ความปรองดองหรือนำพาประเทศไปสู่ความแตกแยกครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ขอถามนายกฯในฐานะคุมเสียงข้างมากในสภาฯ 1.รัฐบาลมีนโยบายจะเสนอหรือสนับสนุนพ.ร.บ.นิรโทษกรรมหหรือมไม่ 2. รัฐบาลจะสนับสนุนการนิรโทษกรรมที่รวมคดีทุจริต ความผิดตามมาตรา 157 หรือไม่ 3.จะรวมคดีมาตรา 112 หรือไม่ เพราะห่วงว่า ถ้ามีจะเปลี่ยนจากพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเพื่อความปรองดอง เป็นนิรโทษกรรมอำพรางหรือไม่ เพราะอดีตเคยสอนเรามาแล้ว จากนิรโทษกรรมครึ่งเข่งกลายเป็นนิรโทษกรรมยกเข่ง และสุดท้ายบ้านเมืองเสียหายยับเยิน สุดท้ายงบปี 68 วาระ1ผ่านสภา แต่วาระ 3 อาจต้องถามศาลรัฐธรรมนูญ ”นายจุรินทร์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จุรินทร์ ลุกอัดรัฐบาล จัดงบ’68 ขี้หก ขี้เหล่ ชี้กู้หนักกว่าเดิม ขู่วาระ 3 อาจถึงศาลรธน.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...