โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กัญชา” กลับไปเป็นยาเสพติด ใครเจ็บหนักสุด? พ.ร.บ.ควบคุม คือทางออกที่ดีกว่า?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ก.ค. 2567 เวลา 13.18 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 05.02 น.

“กัญชา” สินค้าทางการเมืองโอกาสกลับไปเป็นยาเสพติดมีได้เสมอ แต่ “ไม่ง่าย” ผลกระทบลากยาวทั้งซัพลายเชน “วิสาหกิจชุมชน” เจ็บหนักสุดวันนี้ยังไม่คืนทุน หากรัฐยังดื้อต้องพร้อม “เยียวยา” ทั้งระบบ เคาะสถานะ “สมุนไพรควบคุมพิเศษ” เป็นทางออกที่ดีกว่า

กลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้งสำหรับ “กัญชา” หลังการเปลี่ยนรัฐบาลถูกยกขึ้นมาพิจราณาให้กลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง หลังจากพ้นสถานะยาเสพติดมาได้เพียง 2 ปี โดยมีกำหนดเส้นตาย 1 มกราคม 2568 นับเป็น “DAY 1” ที่กัญชาจะกลับไปเป็นยาเสพติด

แน่นอนว่างานนี้ “ไม่ง่าย” และนำมาสู่การถกเถียงทั้งในมุมการเมืองและประชาชนทั่วไป เพราะอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมาแล้วระยะหนึ่ง การถอยกลับย่อมส่งผลกระทบในวงกว้าง ล่าสุด นายกรัฐมนตรี“เศรษฐา” ตัดสินใจใช้ “พ.ร.บ.ควบคุม” แทนการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด เพื่อลดผลกระทบและความขัดแย้งต่างๆ

ประเด็นนี้ ดร.ไพศาล การถาง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร หนึ่งในนักวิชาการที่คว่ำหวอดในแวดวงกัญชา ตั้งแต่ยุคต้นของการผลักดันกัญชาพ้นยาเสพติดให้มุมมองที่น่าสนใจกับ “การเงินธนาคาร” ว่า การนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด จะส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนถ้วนหน้า

โดยเฉพาะ ต้นน้ำ และ กลางน้ำ ซึ่งวันนี้กลุ่มผู้ปลูกที่เป็น“วิสาหกิจชุมชน” ยังไม่สามารถคืนทุนได้เลย ส่วนที่ 2 ที่จะได้รับผลกระทบหนักตามมา ก็คือส่วนของการสกัด และอาจหมายรวมถึงผลิตภัณฑ์จากกัญชา ซึ่งอาจจะมีปัญหาตามมา

รวมทั้ง คีย์สเตกโฮลเดอร์ ในยุทธจักรนี้ ก็คือ“กลุ่มผู้ป่วย” ที่ใช้กัญชาไม่ว่าจะในรูปของช่อดอกหรือสารสกัดหรือน้ำมันต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มนี้จะโดนผลกระทบหลังจากนี้ เพราะเข้าถึงยากัญชาลำบากขึ้น แม้ว่าวันนี้จะมีคลินิกกัญชา แต่การจะเข้าไปถึงคลินิกก็ยังคงไม่เป็นระบบอยู่

และแน่นอนว่าวันนี้ กัญชายังตกอยู่ในภาวะ “สุญญากาศ” ดังนั้นกัญชาภาคประชาบ้านละ 6 ต้น ก็ไม่อาจไปต่อได้ เพราะหากจะขับเคลื่อนต่อ กัญชาจะต้องไม่ตกอยู่ในสถานะยาเสพติด เพราะแค่มีช่อดอกออกมาก็เป็นปัญหาแล้ว

“วันนี้ กรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ได้ออกประกาศเป็นกฎกระทรวงให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตกัญชา มีการส่งรายงานอย่างเป็นระบบ ส่วนตัวมองว่าเครื่องมือเหล่านี้ต่างหากที่เราสามารถนำมาบังคับใช้อย่างชัดเจน และจะนำเข้าสู่การบริหารจัดการที่ดีได้

เพียงแต่วันนี้ เราไม่ได้มีความพยายามที่จะหาแนวทางเพื่อบริหารจัดการที่ดี แต่มองเรื่องที่จะไปควบคุมและดำเนินการตามทัศนะทางการเมืองมากกว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจาก กัญชง-กัญชา จะมีปัญหา”

กัญชา

พ.ร.บ.ควบคุม คือทางออก เดินหน้าต่อเคลมเป็นผลงานรัฐได้

ดร.ไพศาล กล่าวต่อไปว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ ควรให้กัญชา-กัญชง เป็น “สมุนไพรควบคุมพิเศษ” และบริหารจัดการใกล้เคียงกับยาเสพติดประเภท 5 มีการควบคุมที่ชัดเจน มีการกำกับดูแลและใช้กฎหมายให้ครอบคลุมซึ่งไม่ยาก“แต่บังเอิญรัฐบาลเลือกที่จะไม่ทำมากกว่า”

ดังนั้น พ.ร.บ.ควบคุม เป็นทางออกที่ดีกว่าการนำกลับไปเป็นยาเสพติด ซึ่งในทางปฏิบัติรัฐบาลสามารถนำ พ.ร.บ. ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เคยทำไว้ มาตั้งต้นในการขับเคลื่อนได้เพราะผ่านประชาพิจารณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หรืออาจจะนำของรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งดำเนินการร่วมกันในรูปของกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งรวมทุกพรรคการเมืองเข้ามาแชร์ไอเดียปั้นพระราชบัญญัติกัญชา-กัญชง มาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเพิ่มเติมได้

“ของเดิมมีอยู่แล้วเพียงแต่ขับเคลื่อนให้ พ.ร.บ. นั้นผ่านทั้ง 3 วาระ เพื่อแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้นส่วนตัวมองว่า พ.ร.บ.ควบคุม จะเป็นคำตอบของทุกภาคส่วน และรัฐบาลสามารถเอาเรื่องนี้มาขยายผลต่อก็คือ การบริหารจัดการให้เป็นระบบและสามารถชูเป็นผลงานรัฐบาลได้”

กัญชา ยังมีโอกาสกลับไปเป็นยาเสพติดได้ไหม

อย่างไรก็ตาม ดร.ไพศาล ยังแสดงมุมมองที่น่าจับตามองว่า “วันนี้ด้วยการที่กัญชา-กัญชง กลายเป็นสินค้าทางการเมืองไปแล้ว โอกาสที่จะกลับไปเป็นยาเสพติดนั้น “มี” ได้เสมอ แต่วันนี้ถ้าจะเอากลับไปเป็นยาเสพติด โดยส่วนตัวมองว่าก็ “ไม่ง่าย”**

เพราะผู้ที่จะนำกัญชา - กัญชง กลับไปเป็นยาเสพติด อาจจะต้องแลกกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในข้อกฎหมายต่อในอนาคต เช่น ถ้าส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้หรือไม่สามารถดำเนินการทางธุรกิจได้

รัฐควรจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีในการชดเชยหรือเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบก่อน เพราะทุกส่วนของสังคมที่ได้รับผลกระทบอยู่พร้อมที่จะส่งเสียงขึ้นมาถึงความสมเหตุสมผลและความถูกต้องชอบธรรม ที่จะเอากัญชากลับไปเป็น ยาเสพติด บนพื้นฐานที่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็ต้องชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งวันนี้ด้วยความไม่ชัดเจนทำให้ทุกอย่างเกิดคำถามและเกิดความไม่สบายใจกับคนที่ลงทุนไปแล้ว”

โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร

📌 อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...