SGC กู้เงิน ซิงเกอร์ 6,100 ล้านบาท เพิ่มทุน 5,232 ล้านหุ้น ขายผู้ถือหุ้นเดิม 3,270 ล้านหุ้น
SGC เพิ่มทุน 5.23 พันล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม 1:1 กู้ SINGER 6.1 พันล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี เพื่อเป็นวงเงินสำรองแก่บริษัทในการเบิกใช้เพื่อชำระหนี้เดิมที่มีอยู่กับ SINGER
วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 บมจ.เอสจี แคปปิตอล (SGC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 มีมติดังนี้
1. มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 5,232,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 3,270,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 8,502,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5,232,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อ
1) เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ โดยไม่จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นที่จะทำให้บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ
2) รองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 1 (SGC-W1) ซึ่งจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (ก่อนการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้) โดยไม่จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นที่จะทำให้บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายต่งประเทศ
3) รองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นลามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 2 (SGC-W2) ซึ่งจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ และพิจารณาอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท
2. มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 เพื่อพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 ("SGC-W1") จำนวนไม่เกิน 654,000,000 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่าการเสนอขาย (ราคาเสนอขายต่อหน่วยเท่ากับ 0 บาท)
เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัตส่วนการถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (ก่อนการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้) ตามรายชื่อที่ปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ณ วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ ได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ SGC-W1
ซึ่งจะกำหนดในภายหลังจากที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 ของบริษัทมีมติอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ SGC-W1 โดยไม่จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นที่จะทำให้บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายต่kงประเทศ ในอัตราส่วน 5 หุ้นสามัญเดิม (ไม่รวมหุ้นเพิ่มทุนที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเติมตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่) ต่อใบสำคัญแสตงสิทธิ SGC-W1 1 หน่วย
กรณีมีเศษของใบสำคัญแสดงสิทธิเหลือจากการคำนวณตามอัตราส่วนการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิดังกลำว ให้ตัดเศษดังกล่าวทิ้ง และกำหนดอัตราการใช้สิทธิของ SGC-W1 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิต่อ 1 หุ้นสามัญ ใบสำคัญแสตงสิทธิมีอายุ 1 ปี โดยราคาใช้สิทธิแปลงสภาพจะเป็นราคาที่มีส่วนลดร้อยละ 10 ของราคาตลาด ณ วันกำหนดราคาใช้สิทธิแปลงสภาพ
3. มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 เพื่อพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2 ("SGC-W2") จำนวนไม่เกิน 1,308,000,000 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่การเสนอขาย (ราคาเสนอขายต่อหน่วยเท่ากับ 0 บาท)
เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเติมของบริษัทที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ โดยไม่จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นที่จะทำให้บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ ในอัตราส่วน 2.5 หุ้นลามัญเพิ่มทุนที่จองซื้อและได้รับการจัดสรร ต่อใบสำคัญแสดงสิทธิSGC-W2 1 หน่วย
กรณีมีเศษของใบสำคัญแสตงสิทธิเหลือจากการคำนวณตามอัตราส่วนการจัดสรรไบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าว ให้ตัดเศษดังกล่าวทิ้ง และกำหนดอัตราการใช้สิทธิของSGC-W2 1 หน่วย ใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 1 หุ้นสามัญ ใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุ 3 ปี โดยราคาใช้สิทธิแปลงสภาพจะเป็นราคาที่มีส่วนเพิ่มร้อยละ 10 ของราคาตลาด ณ วันกำหนดราคา.ช้สิทธิแปลงสภาพ
4. มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 5,232,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท
5. มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 เพื่อพิจารณาอนุมัติการรับความช่วยเหลือทางการเงิน โดยการเข้าทำสัญญาเงินกู้กับบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ("SINGER") ในวงเงินไม่เกิน 6,100 ล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี
เพื่อเป็นวงเงินสำรองแก่บริษัทในการเบิกใช้เพื่อชำระหนี้เดิมที่มีอยู่กับSINGER ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องรักษาสภาพคล่องทางการเงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
อนึ่ง SGC เป็นบริษัทในกลุ่ม JMART ประกอบธุรกิจให้บริการทางการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank)ให้บริการ
1) สินเชื่อเช่าซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์และเครื่องจักร
2) สินเชื่อรถทำเงิน (สินเชื่อประเภทให้เช่าซื้อรถยนต์แบบโอนกรรมสิทธิ์เล่มทะเบียน และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน)
3) สินเชื่อสวัสดิการ (Debt Consolidation)
4) สินเชื่อผ่อนทองออนไลน์ (Click2Gold)
5) สินเชื่อเงินให้กู้ยืมประเภทอื่น เช่น เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อสินค้า เป็นต้น ภายใต้ชื่อ เอสจี แคปปิตอล
ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่SGC ณ วันที่ 28 มี.ค. 2567 ดังนี้
1. บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 2,449,998,000 หุ้น หรือ 74.92%
2. บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 145,798,585 หุ้น หรือ 4.46%
3. บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 71,966,133 หุ้น หรือ 2.20%
4. นายณัฐภณ นิธิธนัตกุล ถือหุ้น 20,000,000 หุ้น หรือ 0.61%
5. นาย กอบพงษ์ พรหมปัญญา ถือหุ้น 18,758,100 หุ้น หรือ 0.57%
6. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้น 16,208,889 หุ้น หรือ 0.50%
7. นาย ทรงยศ เอื้อวัฒนา ถือหุ้น 15,000,000 หุ้น หรือ 0.46%
8. นาย จิตติพร จันทรัช ถือหุ้น 13,500,000 หุ้น หรือ 0.41%
9. นาย เชาว์ การะ ถือหุ้น 12,210,000 หุ้น หรือ 0.37%
10. นาง วิไล จิรอิทธิวรรณา ถือหุ้น 11,888,400 หุ้น หรือ 0.36%
ปี 2566 SGC มีรายได้รวม 2,169 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 2,275 ล้านบาท ไตรมาส 1/67 มีรายได้รวม 436 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18 ล้านบาท
นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการSGC เปิดเผยภาพธุรกิจครึ่งปีแรกว่า บริษัทเดินหน้าตามแผนเข้าสู่ช่วงเทิร์นอะราวด์ และเป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้ จากการมุ่งเน้นธุรกิจที่ให้ดอกเบี้ยรับสูงขึ้น การควบคุมความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ การเรียกเก็บเงิน การควบคุมต้นทุน สะท้อนมาที่พอร์ตสินเชื่อใหม่เติบโตอย่างมีคุณภาพ
บริษัทโฟกัสสินเชื่อ “เอสจี ไฟแนนซ์พลัส (SG Finance+)” ภายใต้แคมเปญ Locked Phone มองว่าจะเป็น Turning Point ของ SGC เนื่องจากแผนการปล่อยสินเชื่อเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบผ่านร้านมือถือชั้นนำทั่วประเทศ (Nationwide) ไปเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากพาร์ทเนอร์แบรนด์มือถือ และดีลเลอร์ร้านค้าชั้นนำจำนวนมาก
ในเดือนมิถุนายน SG Finance+ปล่อยสินเชื่อได้กว่า 18,000 สัญญา และมียอดสินเชื่อรวมกว่า 168 ล้านบาท สนับสนุนครึ่งปีแรกปล่อยสินเชื่อได้กว่า 30,000 สัญญา และมียอดสินเชื่อรวมกว่า 280 ล้านบาท ผ่านร้านค้าพันธมิตรครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 2,900 แห่ง ซึ่งคาดการณ์จะเติบโตแตะ 5,000 แห่งภายในสิ้นปี 2567
สำหรับครึ่งปีหลัง 2567 บริษัทได้จับมือพันธมิตรแบรนด์มือถือชั้นนำเพิ่มเติม ในแบรนด์ Realme สนับสนุนให้ในเดือนกรกฎาคม จะมีแบรนด์มือถือที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 4 แบรนด์ ได้แก่ Oppo, Vivo, Xiaomi และ Realme ซึ่งถือเป็นยักษ์ใหญ่ที่มีมาร์เก็ตแชร์ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยรวมกันประมาณ 55% เพิ่มโอกาสการเติบโตรับแนวโน้มครึ่งปีหลังมีดีมานด์จากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI เข้ามากระตุ้นกำลังซื้อ และความต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมสนับสนุนความต้องการสินเชื่อ SG Finance+ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก
อย่างไรก็ดี ประเมินยอดปล่อยสินเชื่อจาก SG Finance+ คาดว่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ภายใต้นโยบายการปล่อยสินเชื่อที่รัดกุม โดยพิจารณาความเสี่ยงทางด้านเครดิตของลูกค้า และวงเงินกู้ตามความสามารถในการผ่อนของลูกค้า เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของภาครัฐ
บริษัทมีแผนลดการปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ (C4C) ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย EIR ต่ำ และมีการแข่งขันสูงกว่า อีกทั้งมีระยะเวลาการปล่อยสินเชื่อประมาณ 4-5 ปี
ส่วนสินเชื่อ SG Finance+ ที่นำเข้ามาบุกตลาดในปีนี้ มีอัตราดอกเบี้ย EIR สูงกว่า มีระยะเวลาการปล่อยสินเชื่อเพียง 1-2 ปี สะท้อนรายได้ดอกเบี้ยรับมากกว่าเท่าตัว และเงินสดกลับเข้ามาที่บริษัทฯ เร็วขึ้น พร้อมกับการพิจารณาอนุมัติเฉพาะลูกค้าที่มีประวัติดี จึงมองเป็นโอกาสในการเติบโต สนับสนุนเป้าหมายในปี 67 ผลงานจะพลิกกลับมาเป็นบวก ด้วยคุณภาพ NPL อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง